ณัฐวุฒิ บัวประทุม ตั้งข้อสังเกตและสอบถามถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะประเด็นการสำรองเงินสดที่ต่ำมาก การจัดสรรการลงทุนที่อาจไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและหนี้สงสัยจะสูญ รวมถึงบทบาทของ สตง. ในการตรวจสอบความเพียงพอของเงินสำรองเพื่อรับมือวิกฤต เช่น โควิด-19 ที่ส่งผลต่อผู้ประกันตนและเสถียรภาพของกองทุน
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัด อ่างทอง ท่านประธานครับ ผมเป็น ๑ หรืออาจจะเรียกว่าเคยเป็น ๑ ใน ๑๑,๔๔๔,๔๘๕ คน ของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นปีสิ้นสุดสำหรับรายงาน การตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงินที่เข้าสู่สภาในวันนี้ แน่นอนครับ ตัวเลขผู้ประกันตน มีการเปลี่ยนไปมา เอาตัวเลขล่าสุดที่ผมมีอยู่ในมือในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๓ เรามีตัวเลข ผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ๑๑,๖๕๐,๒๘๖ คน ซึ่งยังไม่นับรวมผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ ผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ ซึ่งมีอีกจำนวนหนึ่ง และยังไม่นับรวมครอบครัวของผู้ประกันตน ที่พวกเขาจะได้รับสิทธิ ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของกองทุนประกันสังคม เรื่องของท่านจึงเกี่ยวข้องกับเรื่องของผู้คนเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามการที่มี ผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น มีเม็ดเงินสมทบมากยิ่งขึ้น ไม่ได้ตอบโจทย์นะครับว่าจะทำให้เรื่องของ การจ่ายผลประโยชน์ทดแทนจากการว่างงานหรือค่าทดแทนอื่น ๆ ก็สูงขึ้นตามกัน เช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งยังไม่แน่นอน ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร กรณีของผู้ว่างงานในประเทศไทยถึงแม้อาจจะไม่ใช่ผู้ประกันตนทั้งหมด ตัวเลขที่มีการคาดการณ์หรือการประเมินนั้นอาจจะขึ้นไปถึง ๗ ล้านคน ซึ่งผมคิดว่าเป็น สถานการณ์ที่อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบเป็นเบื้องต้นก่อนครับ อย่างไรก็ตาม สำหรับรายงานการตรวจสอบบัญชีและรายงานการเงิน สตง. ถึงแม้จะเป็นปีสิ้นสุด ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ พูดง่าย ๆ ก็คือผ่านมาเป็นเวลาปีครึ่งแล้วก็ตาม จริง ๆ ในนี้มีหลักอยู่ ๕ ประการ แต่ท่านประธานได้กรุณาให้เวลาผมไม่มากนัก ต้องขอประทานโทษที่อาจจะ ไม่สามารถพูดถึง ๕ ประการได้ ความเป็นจริง ๕ ประการที่อยู่ใน สตง. ฉบับนี้เหมือนกับ รายงานฉบับอื่น ๆ ครับ ฉะนั้นผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านสามารถหาอ่านได้ ผมมีอยู่ ๔ ประเด็นด้วยกันที่จะเป็นข้อสอบถามหรือข้อสังเกต
ท่านประธานครับ สถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาทำให้เราได้ เห็นว่าการเตรียมเงินสำรองเงินสดของกองทุนประกันสังคม ไม่ว่าท่านจะเรียกว่าเหตุสุดวิสัย หรือที่พี่น้องประชาชนเรียกว่าเหตุฉุกเฉินก็แล้วแต่ ท่านมีเงินสำรองเงินสด ตัวเลขที่ผมมีอยู่ ในมือคือวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ๑๖,๖๕๑ ล้านบาท ตัวเลขนี้ไม่แตกต่างกับในรายงาน ปี ๒๕๖๐ มีตัวเลขเงินสดที่อยู่ในมือประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ตัวเลขเงินสด ที่ท่านสำรองอยู่ในมืออยู่ที่ ๑๑,๓๙๐ ล้านบาทเศษ ผมถามตรง ๆ ว่ากระทรวงแรงงาน เคยแถลงว่าในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องจ่ายเงินให้กับผู้ประกันตนในเหตุสุดวิสัยต่าง ๆ กระทรวงแรงงานบอกตัวเลข ๑,๒๐๐,๐๐๐ คน แต่วันนี้ตัวเลขขยับมาเป็น ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน หรือมากกว่านั้นก็แล้วแต่ ท่านต้องใช้เงินอยู่ที่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือท่านสำรองเงินสดไว้ในมือไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ที่ท่านมีอยู่จริง คำถามก็คือว่า สตง. ซึ่งตรวจสอบท่าน หรือท่านเองซึ่งแสดงรายการต่อ สตง. นั้นมีเกณฑ์ หรือเคยตรวจสอบหรือประเมิน หรือให้ความเห็นหรือไม่ว่าปริมาณเงินสดสำรองที่ท่านควร จะมีอยู่ในมือนั้นควรจะเป็นจำนวนเท่าไร ผมไม่พูดถึงความล่าช้าประสิทธิภาพต่าง ๆ ที่ท่าน เตรียมเจ้าหน้าที่รองรับโทรศัพท์วันละ ๘๕,๐๐๐ สาย ต่าง ๆ ไม่พูดถึงแต่ นั่นเป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ตัวเลขทางบัญชีที่พี่น้องผู้ประกันตนเห็นแล้วไม่สบายใจ ผมไม่ใช่นักบัญชีเป็นนักกฎหมายแต่อ่านก็ตกใจครับ ในนี้มีคำว่าหนี้สูญ ผมไม่พูดถึง มีคำว่า หนี้สงสัยว่าจะสูญ มีคำว่าการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ผมให้โจทย์ กับท่านไปแล้วนะครับ ตัวเลขหนี้จะสูญในปี ๒๕๖๑ คือ ๓๘๖,๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ตัวเลขนี้ เพิ่มจากปี ๒๕๖๐ คำถามสั้น ๆ ตรงนี้คือว่าตัวเลขหนี้สงสัยจะสูญนั้นคือตัวเลขสะสมที่เพิ่ม ขึ้นมาในแต่ละปี ๆ หรือเป็นตัวเลขเฉพาะของปีนั้น ๆ ผู้ประกันตนตกใจว่าท่านมีหนี้จะสูญ เป็น ๓๐๐ กว่าล้านบาท ท่านบอกไม่เยอะหรอกเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่พวกผมตกใจว่า เอ๊ะแล้วเวลาผมไปขอเงินท่านผมจะได้หรือไม่ เฉกเช่นเดียวกันเลยครับกับอัตราที่เรียกว่า การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในนี้ระบุเลยนะครับ ๑,๖๐๐ ล้านบาท ที่ท่านขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ความจริงก็คือกองทุนประกันสังคม เคยแถลงไว้แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ก่อนที่จะมีรายงานตัวนี้ด้วยซ้ำ ท่านบอกว่าตอนนี้ ท่านดำเนินมาตรการการป้องกันความเสี่ยงมาแล้ว สตง. ได้พิจารณาหรือท่านตอบคำถาม ของ สตง. หรือไม่ครับว่าท่านอาจจะบอกว่าการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเมื่อคิด เป็นเปอร์เซ็นต์เล็กน้อยสำหรับกองทุนของท่าน แต่สำหรับพวกผมเป็นผู้แทนประชาชน ตัวเลขเท่าไรก็แล้วแต่นั่นคือเงินของเขาที่เขาไม่ควรจะต้องสูญเสียไป ผมคิดว่าตรงนี้ เป็นประเด็นสำคัญเป็นประการที่ ๒ ที่อยากจะถามผู้แทนจากกองทุนประกันสังคม
ประการที่ ๓ กองทุนประกันสังคมโดยคณะกรรมการได้ออกระเบียบว่าด้วย การจัดหาผลประโยชน์กองทุน ปี ๒๕๕๙ กำหนดสัดส่วนของสินทรัพย์ที่ท่านไปลงทุนต่าง ๆ ว่าท่านแบ่งออกเป็น ๒ แบบ แบบแรกก็คือสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง แบบที่ ๒ ที่เรียกว่าสินทรัพย์เสี่ยง ท่านบอกประเภทความมั่นคงสูงต้องอย่างน้อย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต้องไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านทำข้อมูลมาดีตลอด ความมั่นคงสูง ก็เช่นเงินฝากในธนาคารที่มีอันดับตั๋วเงินคงคลังต่าง ๆ ความมั่นคงต่ำ หรือที่มีสินทรัพย์เสี่ยง เช่นหุ้นลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่าง ๆ ตัวเลขท่านดีมากครับ ตัวเลขที่ผมมีล่าสุดในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๓ ผมพูดถึงปัจจุบันเลยนะครับท่านประธาน เขาบอกว่ามีสินทรัพย์ความมั่นคง สูงอยู่ที่ ๘๒.๒๑ เปอร์เซ็นต์ มีสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงไม่มากอยู่ที่ประมาณ ๑๗.๗๙ เปอร์เซ็นต์ ฟังแบบนี้ก็ดูชื่นใจครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วท่านรายงาน สตง. ตรวจสอบหรือไม่ว่า เพราะเหตุใดสัดส่วนการลงทุนของท่านจึงแตกต่างจากเกณฑ์ที่ท่านกำหนดไว้เอง ผมขออนุญาตเวลาอีกสักเล็กน้อยนะครับ มีแค่ ๔ ประเด็นครับ