จิรัฏฐ์ ชี้ระบบราชการล้มเหลว หลังรัฐประหาร-คัดสรรถูกแทรกแซง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ วิพากษ์วิจารณ์ความล้มเหลวของระบบราชการไทยที่ถูกครอบงำโดยอำนาจการเมืองแบบเผด็จการ หลังรัฐประหาร ซึ่งส่งผลให้ข้าราชการขาดอิสระ ขาดศรัทธา และทำงานภายใต้ความหวาดกลัว พร้อมยกตัวอย่างการบริหารที่ไร้ทิศทางในรัฐวิสาหกิจ เช่น การบินไทย เพื่อแสดงถึงความบิดเบือนของภารกิจราชการและปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายโดยอิทธิพลทางการเมือง

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเวลา ๑๐ นาที ที่จะชี้ให้เห็นว่าระบบราชการไทยในปัจจุบัน ล้มเหลวอย่างไร ระบบราชการไทยทุกวันนี้ที่ถูกพูดถึงกันบนเวทีของประชาชนไม่สามารถ บริหารราชการบ้านเมืองต่อได้อย่างไร และอะไรคือต้นเหตุของปัญหา ท่านประธานครับ ถ้ามองย้อนไปในการพัฒนาระบบราชการในอดีตเราเห็นว่าหน่วยงานราชการมีการพัฒนาไป ในทิศทางที่ดีขึ้นจริง ๆ โดยเฉพาะหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ว่า หน่วยงานราชการให้บริการประชาชนมากขึ้น มีเครือข่ายครอบคลุมไปทุกพื้นที่ มีอุปกรณ์ มีข้อมูล มีฐานข้อมูลที่พร้อมกว่าหน่วยงานทั่ว ๆ ไป บางกิจกรรมก็เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง ที่ไม่ได้หวังกำไรหรือขาดทุน และแนวทางของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่กระจายการตัดสินใจ ออกไป กระจายการกำหนดกฎระเบียบเพื่อความคล่องตัว ข้าราชการระดับล่างมีส่วนร่วม มากขึ้น ทำให้หน่วยงานราชการดูยืดหยุ่น ตอบสนองโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ได้รวดเร็ว จนระบบข้าราชการแบบเดิมในรูปแบบของสถาบันเริ่มกลายเป็นหน่วยงาน ที่ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนจริง ๆ แต่มันก็น่าเสียดายครับว่าการพัฒนาที่ว่านั้นได้หยุดชะงักหลังจากการทำรัฐประหารโดยกลุ่ม อำนาจกลุ่มนี้ ท่านประธานครับ กลุ่มอำนาจกลุ่มนี้พวกเขาใช้กำลังขู่บังคับ อาศัยอำนาจทาง ทหารจับกุมผู้คนเรียกปรับทัศนคติ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ ยัดเยียดคดีต่าง ๆ นานาตาม อำเภอใจ พวกเขาสร้างความหวาดกลัวไปทุกพื้นที่ในประเทศอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จนมาถึงปัจจุบัน ในวันนี้ครับถึงแม้จะมีการเลือกตั้งแล้ว แต่กลุ่มอำนาจกลุ่มนี้ก็ยังบริหาร บ้านเมืองต่อไปแบบอำนาจนิยม พยายามใช้อำนาจควบคุมประเทศผ่านระบบข้าราชการ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ระบบข้าราชการล้มเหลวครับ ถ้าเราไล่ไปดูคำสั่งจากมาตรา ๔๔ ทั้งหมด ๔๕๐ กว่าฉบับ รวมถึงคำสั่งนายกรัฐมนตรีจนมาถึงปัจจุบันจะพบว่ามากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ที่เป็นคำสั่งแต่งตั้ง โยกย้าย พวกเขาขยายฐานอำนาจด้วยการส่งพวกพ้อง ไปควบคุมหน่วยงานสำคัญต่าง ๆ ในระบบคัดสรร การคัดสรรในระบบถูกแทรกแซงครับ ในเมื่อการคัดสรรที่ออกแบบมาอย่างดีว่าจะได้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีความเที่ยงธรรม มันก็ผิดเพี้ยน ข้าราชการไทยหลังจากรัฐประหารต้องทนทำงานอยู่ภายใต้การบริหารของใคร ก็ไม่รู้ที่ไม่รู้ว่ามีความรู้ความสามารถจริงหรือเปล่าแต่ก็ต้องทนทำต่อไป เพราะการขัดขืน อาจจะเป็นการหยุดอนาคตของเขาไว้กับที่หรือไม่ก็อาจจะถูกย้าย ส่วนคนที่ยังทำงานอยู่ ก็ต้องทนทำต่อไปครับ แล้วก็อยู่ให้เป็น แต่ก็ต้องอยู่ให้เป็นแบบหวาดระแวงเพราะว่า นายคนใหม่ที่เพิ่งมาเขาไม่ได้มาตัวเปล่าครับ เขามาพร้อมใบสั่ง ใบสั่งที่อาจขัดต่อหลักการ ขัดต่อพันธกิจขององค์กร ซึ่งมีโอกาสพลาดครับที่จะลากพวกเขาซวยไปด้วย หรือไม่เขาก็ อาจจะกลายเป็นแพะรับบาปไปคนเดียว การปกครองแบบอำนาจนิยมของกลุ่มอำนาจกลุ่มนี้ ทำให้ระบบข้าราชการอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวไม่ต่างกับพี่น้องประชาชน ในเมื่อมีเจ้านาย ที่สามารถให้คุณให้โทษกับเขาได้ พวกเขาก็ทำได้เพียงน้อมรับคำสั่งครับ ข้าราชการหลายคน หมดศรัทธาต่อหน้าที่ความรับผิดชอบที่เคยภาคภูมิใจ ท่านประธาน ผมมีเรื่องอยากเล่า เรื่องหนึ่งครับ รัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งครับ การบินไทยก่อนหน้าที่จะตกอยู่ในสภาพล้มละลาย ไม่กี่ปีก่อนหน้านี้เอง นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมซูเปอร์บอร์ด (Super board) รัฐวิสาหกิจ ซึ่งการบินไทยก็ได้เตรียมข้อมูลไว้มากมายเพื่อที่จะมาชี้แจงถึงการขาดทุนและแผนการฟื้นฟู ธุรกิจของการบินไทย แต่คำถามแรกที่ประธานในที่ประชุมซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรีถาม การบินไทยก็คือทำไมสับปะรดบนเครื่องบินถึงไม่หวาน ท่านถามด้วยท่าทีที่จริงจังครับ ซักไซ้ จะเอาคำตอบให้ได้ บอกว่าขึ้นเฟิสต์คลาส (First class) มานะ ทำไมถึงไม่หวาน นั่นทำให้ ทุกคนในที่ประชุมงงครับว่านี่หรือคือความคิดของผู้นำ ผมคิดว่านี่มันไม่แปลกเลยครับ ที่การบินไทยจะประสบปัญหาถึงทุกวันนี้ มันเป็นตัวอย่างของการที่ทำให้ข้าราชการขาด ศรัทธาต่อผู้นำ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพขององค์กรแน่นอน ทุกวันนี้ข้าราชการทำงานกัน แบบกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำไปจะพลาดหรือเปล่า เพราะกฎระเบียบมากมาย ที่เขียนออกมาเพื่อแต่งหน้าทาปาก สร้างตัวตนที่บริสุทธิ์ผุดผ่องให้กับคณะรัฐประหาร ที่ใช้ข้ออ้างเรื่องการคอร์รัปชันในการเข้าสู่อำนาจ มันเยอะเสียจนหน่วยงานบางหน่วยงาน รู้กฎหมาย สตง. มากกว่าตัวเจ้าหน้าที่ สตง. เองด้วยซ้ำ บางคนทำตามระเบียบแทบตาย ก็ผิดได้ บางคนพลาดทีไรมีสายโทรศัพท์โทรเข้ามาแล้วก็รอดทุกที คนที่ทำงานเก่ง ทำงานดี ถูกจับจ้อง แต่คนประจบสอพลอ เลียแข้งเลียขาได้รับการโพรโมต (Promote) ทุกปี การเลี่ยงกฎระเบียบเพื่อพวกพ้องมันเกิดขึ้นจนชินตา ที่ผ่านมาอธิบดีกรมโยธาธิการและ ผังเมือง อธิบดีกรมการปกครอง มีการสลับตำแหน่งแห่งที่กัน จนสุดท้ายอยู่ในตำแหน่งถึง ๖ ปี การทุจริตในกระทรวงศึกษาธิการก่อนเลือกตั้งที่ผ่านมาชื่อโครงการว่าเซฟ โซน สคูล (Safe Zone School) เป็นโครงการเกี่ยวกับจัดซื้อกล้องวงจรปิด มีการตั้งกรรมการสอบวินัย อย่างร้ายแรง แต่ก็เงียบครับ กลับกันครับข้าราชการบางคนที่ประชาชาชนเห็นว่าทำงานดี มีความหนักแน่น มีหลักการ อย่างอธิบดีกรมป่าไม้ เงียบ ๆ อยู่ดี ๆ ย้ายไปเสียแล้ว ท่านประธานครับ การใช้อำนาจตามอำเภอใจหล่อเลี้ยงระบบอุปถัมภ์ให้เติบโตและแข็งแกร่งขึ้น จนกลายเป็นวัฒนธรรมประเพณีของระบบข้าราชการไทยที่มันยากที่จะแก้ไข ลึกจนเกิด เป็นความเหลื่อมล้ำภายในระบบข้าราชการ เป็นปัญหาที่เราต้องรีบแก้โดยด่วน แต่ท่าน ไม่ต้องกลัวนะครับว่าพรุ่งนี้จะมีม็อบ (Mob) ข้าราชการไปหน้าทำเนียบหรือเปล่า เพราะว่า วันนี้พวกเขาใช้เงินภาษีของพี่น้องประชาชนไปซื้อความจงรักภักดีด้วยการเพิ่มค่าตอบแทน เพิ่มสวัสดิการลูกจ้าง เพิ่มลูกน้องให้ข้าราชการได้ลิ้มรสความเป็นเจ้าขุนมูลนาย โดยเฉพาะ หน่วยงานของทหาร ตำรวจ และตุลาการ ที่มีการจ้างลูกจ้างเพิ่มขึ้นเยอะมาก มีการเลื่อน ตำแหน่ง ต่ออายุราชการ ปรับชั้นยศให้พวกพ้องจนทำให้กระทรวงกลาโหมวันนี้มีข้าราชการ ระดับอธิบดี ๒๔๔ คน มากกว่าจำนวนอธิบดีในกระทรวงอื่นทั้งหมดรวมกันถึง ๒ เท่า รายจ่ายบุคลากรภาครัฐ เราสูงที่สุดในอาเซียน (ASEAN) อยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก เทียบสัดส่วนก็คือ ๑ ใน ๓ ของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด แต่แปลกครับรายจ่ายเยอะ ขนาดนี้ แต่ความเหลื่อมล้ำภายในระบบข้าราชการกลับสูง ท่านประธานครับ หลายเดือนก่อน ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ผมมีโอกาสได้จอดรถใกล้ ๆ กับรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ท่านเดินไป กดลิฟต์พร้อมกับคนขับรถที่ถือกระเป๋าเอกสารให้ท่าน ผมก็ขึ้นลิฟต์ตัวนั้นมาด้วย แต่บ่ายวันเดียวกันครับ ผมกลับลงไปเอาของที่รถ ผมไม่สามารถ ใช้ลิฟต์ได้ครับ เพราะมีคณะคุ้มกันหลายคน บอดี้การ์ด (Bodyguard) สาว เลขา คนขับรถ อีกร่วม ๑๐ คน มากันประตูลิฟต์เตรียมให้ ผบ.ทบ. ความเหลื่อมล้ำระหว่างรัฐมนตรี เจ้ากระทรวง กับ ผบ.ทบ. ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่าแค่อธิบดียังขนาดนี้ แล้วในระดับข้าราชการ ทั่ว ๆ ไปจะขนาดไหนครับ พวกท่านชอบแบบนี้หรือครับ สังคมที่คนไม่เท่ากัน สังคมที่คน ถือครองความรุนแรงได้อยู่ข้างบน ส่วนที่เหลืออยู่ข้างล่าง ท่านประธานครับ รัฐอุปถัมภ์ ภายใต้อำนาจนิยมแบบนี้ยังไม่สามารถกำกับให้หน่วยงานใช้งบประมาณอย่างประหยัด และคุ้มค่าได้ พวกพ้องมีเยอะ เดี๋ยวคนนั้นขอ คนนี้ขอ ก็อยากจะกระจายให้ทั่วถึง แต่งบ มันจำกัด ฉะนั้นกระทรวงไหนที่จำเป็นต่อการรักษาอำนาจต่อก็น่าจะได้เยอะหน่อย วันนี้ กองทัพเรือยังพิสูจน์ไม่ได้เลยว่าเรือดำน้ำจำเป็นกับประเทศนี้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร การเอาใจนายอีก มันเป็นเส้นทางในการเติบโตของอาชีพข้าราชการจริง ๆ เอาใจนายกัน จนลืมว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร หลงลืมว่าสิ่งที่ทำไปจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน วันนี้ เราเห็นในทีวี (TV) ทั้งครู ทั้งตำรวจ และที่ไม่ได้ออกทีวี (TV) อีกเท่าไร เมื่อบ่ายวันนี้เด็กมัธยม โดนหมายเรียกแล้วนะครับ ท่านเห็นประชาชนเป็นปลวกเป็นมดหรือครับจะกำจัดเมื่อไรก็ได้ ผมให้ความรู้ท่านนิดหนึ่งครับ ผมได้จากกูเกิล (Google) มา มดมีเซลล์สมอง ๓๐๐,๐๐๐ เซลล์ ท่านประธานครับ เวลาผมเหลือน้อยมาก ผมอยากสรุปอย่างนี้ครับ ข้าราชการที่เป็น เครื่องมือในการบริหารบ้านเมืองวันนี้มันเสื่อมถอยจนถึงขีดสุดแล้ว มันยากที่จะปะผุ ซ่อม แล้วระบบราชการที่ล้มเหลวแบบนี้มันทำให้ประเทศไปต่อไม่ได้ครับ อย่าลืมนะครับว่า ถ้ารัฐพลาดครั้งใด ประชาชนคือด่านแรกที่จะได้รับผลกระทบ หมายความว่าการบริหารบ้านเมือง ด้วยการใช้กำลัง สร้างความหวาดกลัวนี่มันเอาต์ (Out) แล้ว ต่างประเทศเขาไม่ทำกันแล้ว หัดฟังเสียงพี่น้องประชาชนแบบผู้ใหญ่บ้างครับ เป็นผู้ใหญ่ใจกว้างให้สมกับที่เขาเรียกว่า ลุงเถอะครับ เอาเสียงเหล่านั้นไปทำความเข้าใจ เลิกออกมาตอบคำถามหรือแสดงความ คิดเห็นแบบด้นสด ไม่มีสคริปต์ (Script) ในมือด้วยครับ เพราะผมคิดว่าท่านไม่เหลือสีข้างให้ ถลอกมานานมากแล้ว สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ประเทศนี้หลังจากรัฐประหารที่ผ่านมา กลุ่มอำนาจกลุ่มนี้ใช้ระบบราชการเป็นเครื่องมือในการกดหัวพี่น้องประชาชนให้อยู่ภายใต้ การปกครอง พวกเขาอ้างว่าปัญหาของประเทศนี้คือความมั่นคงและความขัดแย้ง ออกคำสั่ง มาตรา ๔๔ ๔๐๐-๕๐๐ ฉบับ เขียนกฎหมาย แก้กฎหมายอีกหลายร้อยฉบับ ไม่รู้จะด้วย เจตนาดีหรือเปล่า แต่ว่าที่รู้ก็คือวันนี้เราได้เห็นว่าประเทศไม่ได้พัฒนาไปไหนเลย หนำซ้ำ มันแย่ลงด้วยซ้ำ ประชาชนจำนวนมากสูญเสียอาชีพ หลายคนสูญเสียที่ดินทำกิน พี่น้องประชาชนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ลำบากกันถ้วนหน้าจนต้องแจกเงินเอาไว้ประทังชีวิต แต่พอประชาชนแหงนหน้าขึ้นไปมองเห็นพวกพ้องของพวกท่านแต่ละคนรวยเอา รวยเอา ขยายธุรกิจใหญ่โต ต่ออายุสัมปทาน การันตี (Guarantee) คุณภาพชีวิตที่ดีไปอีก ๑๐ ปี ๒๐ ปี สรุปแล้วกฎหมายตั้งมากมายที่ออกมา คำสั่ง คสช. อีกตั้งเยอะแยะ มีจุดประสงค์เพื่ออะไรครับ ไม่สิครับ ต้องถามว่าคำถามจริง ๆ น่าจะเป็นเป้าหมายของการทำรัฐประหารที่ผ่านมา คืออะไรกันแน่ครับ ผมคิดว่าวันนี้พี่น้องประชาชนรู้คำตอบนั้นแล้ว ตอนนี้เราเริ่มเห็นแล้วว่า เมื่อคุณใช้ความกลัวกดหัวประชาชนจนพวกเขาหลังชนฝา ทางรอดเดียวที่พวกเขา จะไปต่อได้ก็คือหันกลับมาสู้กับท่านโดยที่ไม่แคร์ (Care) ชีวิตตัวเอง จนวันนี้ม็อบ (Mob) มันเกิดขึ้นทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย ปัญหาของระบบข้าราชการก็เป็น ๑ เรื่องที่ถูกพูดกันมาก บนเวทีของประชาชน เลิกหลอกลวงประชาชนเถอะครับว่าจะปฏิรูป เพราะถ้าปฏิรูปได้ ๖ ปี ที่ผ่านมากับอำนาจเผด็จการท่านทำสำเร็จไปนานแล้ว มันถึงเวลาต้องแก้ไขระบบราชการ อย่างจริงจังครับ และเร่งด่วนด้วย แล้วก็ต้องทำทั้งระบบ ให้พวกเขาเจริญเติบโตอย่างถูกต้อง ยุติธรรม สร้างระบบน้ำดีไล่น้ำเสีย อย่าปล่อยให้น้ำเสียครอบงำน้ำดีแบบนี้ มันถึงเวลาต้อง แก้ไขขนานใหญ่จริง ๆ ครับ ด้วยเสียของประชาชน เริ่มต้นเลยครับจากต้นตอของปัญหา นั่นคือการกำจัดตัวทำลายระบบราชการแผ่นดิน ที่ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ขอบคุณครับ