ที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ แต่ยังขอทราบข้อสังเกตเพื่อพิจารณา นอกจากนี้ยังมีการหารือเกี่ยวกับการรักษาคุณภาพของระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา และโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับและถนนยกระดับในกรุงเทพมหานคร โดยมีการเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต่อไปจะต้องขอมติจาก ที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการหรือไม่ คือเท่าที่ติดตามฟังมา ตลอดตั้งแต่เมื่อวาน ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันบ้าง โดยเฉพาะการวิจารณ์ความสมบูรณ์ ของรายงาน แต่ว่าที่สมาชิกประกาศว่าไม่เห็นด้วยกับรายงานนี้ ก็ไม่มีนะครับ มีก็วิจารณ์ ความไม่สมบูรณ์หรือความอยากจะเห็นอะไรเพิ่มมากกว่านั้นเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ผมต้องถามสมาชิกเพื่อจะใช้ ข้อ ๘๘ ว่า ถ้าไม่มีสมาชิก คัดค้านในรายงานของคณะกรรมาธิการ และไม่มีผู้เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็จะถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับญัตตินี้นะครับ สมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ต่อไปก็จะมีรายงาน ก็คือข้อสังเกตของกรรมาธิการนะครับ กรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงาน เพื่อสภา พิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ผมขอถามความเห็นสมาชิกว่าสมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าท่านสมาชิก ได้ให้ความเห็นชอบกับข้อสังเกตของกรรมาธิการนะครับ ก่อนจะจบวาระนี้ก็ต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการ สมาชิกทุกท่านนะครับ ผมขอเรียนนิดเดียวครับ ได้มีการอภิปรายกันมา แล้วก็อาจจะกล่าวถึงเรื่องกระบวนการประชาธิปไตย ก็อยากจะขอเป็นกําลังใจให้กับพวกเรา ทุกคนนะครับ เมื่อเราตัดสินใจเข้ามาทํางานการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ในระบบ รัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราก็ต้องมีส่วนสําคัญในการช่วยรักษา แล้วก็ ไม่ใช่เพียงรักษา แต่เราต้องพยายามทําให้ประสิทธิภาพของระบบนี้เป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพจริงนะครับ ผมเรียนบ่อย ๆ ว่าข้างนอกจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในนี้ต้องรักษา คุณภาพของระบอบประชาธิปไตยให้ได้ เราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติเราต้องเป็นแบบอย่าง ในการทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ความเห็นเราไม่ต้องเหมือนกันหรอกครับ แต่เป้าหมายคือ เราจะจรรโลงรักษาระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไว้ด้วยกัน ผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกคนสําหรับวาระนี้เราได้ใช้เวลาพอสมควรครับ ขอขอบคุณทุกฝ่ายครับ
๔.๔ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การปฏิบัติตามกฎหมายของโครงการ ก่อสร้างทางรถไฟยกระดับและถนนยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร และการใช้ประโยชน์ ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (โฮปเวลล์) ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พิจารณาเสร็จแล้ว ด้วยท่านพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการและเป็นประธานคณะทํางาน ได้เสนอให้มีการศึกษาปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายกรณีข้อพิพาทในโครงการ ให้เอกชนลงทุนก่อสร้างทางรถไฟยกระดับในเขตกรุงเทพมหานคร โดยได้รับสิทธิสัมปทาน เดินรถระบบรถไฟชุมชนและทางด่วนยกระดับสําหรับรถยนต์หรือที่เรียกว่าโครงการโฮปเวลล์ ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคําพิพากษาให้กระทรวงคมนาคมและการรถไฟแห่งประเทศไทย ชําระเงินให้กับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จํากัด เป็นเงินกว่า ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ตามคําชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการว่ามีข้อเท็จจริงและมีความเป็นมาประการใด รวมทั้ง การดําเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่เพียงใด จึงเป็นเรื่อง สําคัญที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานตามแนวนโยบายด้านกฎหมายและการยุติธรรม อันเป็น ประโยชน์ของแผ่นดินและประชาชน ประกอบกับข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและปัญหา ข้อพิพาทในกรณีนี้ไม่ค่อยปรากฏต่อสาธารณชน จึงทําให้ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง สมควรที่คณะกรรมาธิการจะพึงต้องศึกษาความเป็นมา ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และปัญหาข้อพิพาทต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงและเพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไข ปัญหาให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษา ข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายเรื่องดังกล่าว โดยได้จัดทํารายงานการพิจารณาศึกษา การปฏิบัติตามกฎหมายของโครงการก่อสร้างทางรถไฟยกระดับเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอ รายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาและขออนุญาตท่านประธาน เชิญนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษาประจําคณะกรรมาธิการและประธานคณะทํางาน และคณะทํางานขึ้นกล่าวชี้แจงรายละเอียดของรายงาน ข้อสังเกตด้านกฎหมายและ กระบวนการยุติธรรมและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตท่านประธานครับ
เชิญท่านพีระพันธุ์ครับ