คารม เปิดเวทีนักศึกษา ยันเสรีภาพต้องไม่ปิดกั้น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

คารม พลพรกลาง หารือบทบาทของนักศึกษาในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ พร้อมเรียกร้องให้ใช้ความระมัดระวังในการดำเนินคดีมาตรา 116 และสนับสนุนการเปิดพื้นที่แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ โดยยกตัวอย่างกรณีการประกันตัวผู้ชุมนุมและสัญญาณเชิงบวกจากศาลยุติธรรม

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดร้อยเอ็ด สุวรรณภูมิเมืองสูง จตุรพักตรพิมาน ต่อรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนและประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ผมขออนุญาตใช้เวลา ๗ นาทีอย่างมีคุณค่า ผมเคย ได้ยินคนพูดว่าประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด ภูมิประเทศดีที่สุด เสียอย่างเดียว มีคนไทยอยู่ในประเทศนี้ รวมผมด้วยที่ไม่สามารถทำให้ประเทศไทยดีได้ ถึงแม้ว่าผมไม่ได้ มีส่วนร่วมเป็นกรรมาธิการ แต่ผมไม่กล้าที่จะไปชี้หน้าด่ากรรมาธิการที่เชื่อว่ามีเจตนาดี แล้วก็เห็นอยู่ข้างบนทุกท่านรู้จักดี แล้วผมก็ยืนยันว่านี่คือคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภา แม้จะไม่มีฝ่ายค้าน ไม่ใช่พิกลพิการแต่อาจจะไม่สมบูรณ์ ผมต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียน ด้วยความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่สักนิดหนึ่ง ผมคิดว่าประเทศไทยมีปัญหาเยอะ ไม่ใช่เกิดขึ้นในสมัย ที่ผมเป็น ส.ส. สมัยแรกแต่มันเกิดมานานครับ พรุ่งนี้ผมก็จะไปรายงานเอาตัวคุณอานนท์ นำพา ไปรายงานตัวต่อศาลอาญาในฐานะที่ผมเป็นนายประกัน ถามว่าผมคิดอย่างไร ต่อนักศึกษา ผมผ่านจุดนี้มาพอสมควร เป็นทนายความคดีเดียวกับคุณอานนท์ด้วยซ้ำไป แต่ถ้าวันนี้จะให้ผมบอก ผมเชื่อว่ารายงานนี้เป็นประโยชน์ ใครจะว่าอย่างไรแล้วแต่ ไม่มีสิ่งใด ที่จะทำแล้วสูญเปล่า ถึงแม้ว่าท่านจะไปผมก็เห็นท่านภราดร ท่านกรวีร์ ท่านสิริพงศ์ออกทีวี (TV) ผมก็ตามอยู่ ก็มีความขยัน แล้วผมก็เชื่อว่าการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีศักดิ์ศรี เท่ากัน เพียงแต่ว่าประเทศเรามันก็มีความมั่นคง มันก็มีเสรีภาพ มันก็มีเรื่องปากท้อง นักศึกษาก็เรื่องเสรีภาพ เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นปัญหามากแล้วคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็คือท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็เป็น นายกรัฐมนตรีแล้ว แล้ววันนี้นักศึกษาเขาเรียกร้อง ผมก็เห็นว่าปัญหาที่เขาเรียกร้องนี้ ก็ทำได้ แล้วผมก็เห็นด้วยกับสมาชิกพรรคผมหลายท่านว่าการคุกคาม ใครก็แล้วแต่ ในประเทศนี้ก็ไม่ควรทำ แล้วก็อยากจะฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการว่าการที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเขาจะพูดอะไรที่มันอาจจะหนักบ้าง ก็ควรจะเปิดเวทีให้เขาพูด การปิดกั้นอาจจะ เป็นเรื่องที่ไม่ดีด้วยซ้ำไป แต่ในเวลา ๗ นาทีนี้ผมอยากพูดอะไรรู้ไหมครับ ผมไปศาลอาญา วันที่ประกันคุณอานนท์ ท่านประธานที่เคารพ วันนั้นมีการปราศรัยในบริเวณศาล ซึ่งละเมิดอำนาจศาลชัดเจน ถ้าศาลจะออกข้อกำหนด ผมเห็นสัญญาณจากศาลยุติธรรม ถ้าจะฟังผมพูดอยู่ นักศึกษาด้วยหรือศาลยุติธรรมด้วย ผมต้องขอขอบคุณนะครับ ผมเป็น คนประสาน ไปบอกกับผู้ชุมนุมท่านหนึ่ง ไม่ขออนุญาตเอ่ยนาม ให้ใช้ความระมัดระวัง ในการพูดในที่บริเวณศาล แล้วก็ได้รับความร่วมมือที่ดี แล้วบางทีผมก็อยากจะกราบเรียนว่า มาตรา ๑๑๖ ผมว่าความอยู่กับ นปช. ทนาย นปช. เป็นทนายของกลุ่มคนเสื้อแดง ๑๐ ปีครับ ท่านประธาน ผมเห็นแล้วว่าการทะเลาะเบาะแว้ง ถ้ามันไม่พูดคุยกันมันไม่มีประโยชน์อะไร กับบ้านนี้หรอกครับ ผมจึงอาจจะมองต่าง แล้วก็มองว่าวันนี้ถอดความจริงใจมาพูดกัน คณะกรรมาธิการก็เจตนาดี รัฐบาลก็ต้องเอาความคิด อาจจะไม่สมบูรณ์ แต่คำพูด ในสภาผู้แทนราษฎรก็กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีไปผ่านคณะกรรมาธิการ ท่านประธาน มันก็ไปได้ มันไม่มีใครที่จะเอาเรื่องใดเป็นของตัวเองได้หมดหรอกครับ นักศึกษาเรียกร้อง ก็ปล่อยให้เขาเรียกร้อง แต่ผมก็เรียนนะครับ ผมเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด กับคุณอานนท์ แต่ว่าการกระทำของนักศึกษาของคุณอานนท์จะทำผิดทำถูกก็เป็นข้อเท็จจริง เพียงแต่ว่า การตั้งข้อหาของตำรวจนี่ผมก็อยากจะกราบเรียนว่ามาตรา ๑๑๖ ยุยงปลุกปั่นก็อยากให้ดู เจตนาพิเศษ ความผิดอื่นด้วยครับ ผมอาจจะไม่ได้จบกฎหมายเมืองนอกเมืองนาหรอกครับ แต่ก็ว่าความมา ประกอบอาชีพทนายความมา ๓๐ กว่าปี ถ้าเขาไม่ผิดก็ไม่ควรดำเนินคดีครับ การตั้งข้อหากับนักเรียน นิสิต นักศึกษา นี่เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง แต่จากที่ผมเป็น นายประกัน จะขอลงรายละเอียดเล็กน้อยว่าศาลยุติธรรมได้ส่งสัญญาณที่ดี ท่านให้ประกัน ท่านไม่ให้วางหลักประกัน อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณนะครับ คำว่าขอบคุณหมายความว่า ศาลนี่สามารถที่จะเรียกหลักประกันได้ สามารถที่จะเอาหนักก็ได้ แต่เขาเอาตำแหน่งผมไป นี่ไม่ได้ให้วางเงินประกันครับ นี่คือทิศทางที่ดี ผมอยากกราบเรียนว่าวันนั้นผู้บริหารของศาล ก็บอกว่าใช้หลักรัฐศาสตร์ซึ่งถูกต้อง แล้ววันนี้จะถามว่าใครผิดใครถูก ตอบไม่ได้หรอกครับ เราผิดกันทุกคนนะครับ เมื่อเราผิดทุกคน ประเทศมันมีความมั่นคง มันมีเรื่องปากท้อง อย่างที่ผมกราบเรียน มันเอาด้านใดด้านหนึ่งไปเลยไม่ได้หรอกครับ มันต้องมีวุฒิภาวะ พอที่จะก้าวผ่านไป สิ่งที่ผมไม่อยากเห็นในเวลา ๗ นาที คือผมไม่อยากสร้างเงื่อนไขให้มี การยึดอำนาจ เข้าทำนองว่าเตะหมูเข้าปากสุนัข ผมไม่รับ แต่สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ทำไป แต่ว่าก็กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ท่านกรรมาธิการ ก็ขอบคุณครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านกรวีร์ ท่านภราดร ท่านสิริพงศ์ เป็นคนรุ่นใหม่ก็ช่วยกันครับ ผมก็คงพูดได้ เท่านี้เพราะว่าเราตัวเล็ก แต่ว่าถ้าได้พูดในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง ผมผ่านการชุมนุมมา ๑๑ ปีครับ แต่ไม่ถูกดำเนินคดีก็โชคดีแล้วครับ ไม่อยากไปจบที่เรือนจำ แล้วก็ไม่อยากจะไปพูดให้ ข้างนอกมีปัญหา ทุกอย่างประเทศต้องเดินไป มันต้องช่วยกันประคับประคอง ผมไม่อยาก เห็นหรอกครับ ข้าราชการต้องฝ่ากลุ่มผู้ชุมนุมไปทำงาน ไม่มีภาพที่สวยงามเลย แล้วก็ บ้านผมร้อยเอ็ดนี่มาชุมนุม นอนอยู่ในเวทีทุกที่ก็เห็นมาหมดแล้ว สุดท้ายก็กลับบ้านมือเปล่า หรือเปล่าก็ไม่ทราบ ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ