ภราดร ชี้กรรมาธิการไม่สมประกอบ หลังฝ่ายค้านงดเข้าร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๒ กันยายน ๒๕๖๓

ภราดร ปริศนานันทกุล ชี้แจงถึงบทบาทของคณะกรรมาธิการที่ตนเป็นประธาน โดยยืนยันความเป็นกลาง ไม่ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลหรือถ่วงเวลา พร้อมระบุว่าได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน รับฟังความเห็นจากกลุ่มเยาวชนแม้มีข้อจำกัด และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเปิดใจรับฟังเสียงที่แตกต่างเพื่อความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

นายภราดร ปริศนานันทกุล ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ อันดับแรกผมต้องขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ร่วมกันอภิปรายเมื่อสักครู่ ตั้งแต่ท่านแรกนะครับ ท่านณัฐวุฒิ ท่านอมรัตน์ คุณหมอบัญญัติ ท่านประธานปดิพัทธ์ แล้วก็ท่านวิโรจน์ ผมต้องขอบคุณที่ท่านร่วมกัน แสดงความคิดเห็น และแน่นอนที่สุดครับที่ท่านกรุณาได้ให้ความคิดเห็นกับรายงานฉบับนี้ สิ่งแรกที่ผมต้องเรียนกับท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกครับว่านับตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเรา ได้รับแต่งตั้งจากสภาให้ไปเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ สิ่งแรกที่เรารู้สึกก็คือว่าเราเสียใจครับ เราเสียใจที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ไม่สมประกอบครับ เป็นความไม่สมประกอบที่เกิดขึ้นจาก กรรมาธิการที่มีแต่สัดส่วนของพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล เป็นความเสียใจที่สภาแห่งนี้แทนที่จะเป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชน และช่วยกันในการที่จะช่วยกันแสวงหาทางออกให้กับบ้านเมือง มากกว่าการผลักภาระทั้งหมด แล้วบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนไปให้กับรัฐบาล แต่อย่างไรก็ดีครับ เราเคารพ และเราก็ให้เกียรติในการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิกจากฝ่ายค้าน ผมจึงได้บอกว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ของสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วินาทีแรกที่แต่งตั้งขึ้นเรารู้ทันทีครับว่า เราจะต้องเจอกับอะไรบ้าง เพราะมันเป็นคณะกรรมาธิการที่ไม่สมประกอบจริง ๆ แล้วก็ ไม่ผิดคาด สิ่งที่ท่านอภิปรายเมื่อสักครู่น่าจะเป็นอมรัตน์ ท่านบอกว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ เชิญกลุ่มเยาวชนมาได้เพียงแค่กลุ่มเดียว ถูกต้องครับ พวกผมกรรมาธิการก็ยอมรับว่าเราเชิญ มาได้เพียงกลุ่มเดียวจริง ๆ คือกลุ่มคนเจน (Gen) กล้า ส่วนกลุ่มอื่นไม่ใช่กรรมาธิการเพิกเฉย หรือไม่พร้อมที่จะรับฟังนะครับ พวกเราพร้อมที่จะรับฟังและเชิญไปตามกลุ่มต่าง ๆ โดยผ่าน ไปทางสำนักงานทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน สิ่งที่ได้รับตอบกลับมาก็คือว่าไม่ขอมาร่วม ให้ความเห็นกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ สิ่งที่มันเกิดขึ้นแบบนี้ผมก็เชื่อครับว่ามันเกิดขึ้นเพราะ เขารู้สึกครับ เขารู้สึกว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งขึ้นมาเพียงเพื่อเป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐบาล เป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีเพื่อที่จะมาซื้อเวลาและมาถ่วงเวลา ซึ่งกรรมาธิการได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่ครับ เราไม่ใช่อย่างที่ถูกกล่าวหา ๑. เป็นตัวแทน ของรัฐบาล เป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ไม่ใช่ครับ คณะรัฐมนตรีไม่ได้แต่งตั้ง พวกผมขึ้นมาทำหน้าที่นี้ มติของสภาผู้แทนราษฎรต่างหากที่ให้พวกเรามาทำหน้าที่ เช่นเดียวกันบอกว่าเราซื้อเวลาหรือไม่ ผมก็บอกแล้วตั้งแต่ตอนรายงานว่า เราได้เวลาของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ๙๐ วัน แต่เรารู้ว่าปัญหานี้เร่งด่วนและจำเป็น ที่จะต้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เราใช้เวลาไม่ถึง ๓๐ วัน เพื่อสรุปรวบรวม ทั้งหมดแล้วก็เอาคำตอบมาให้กับสภาผู้แทนราษฎร ท่านอมรัตน์ได้บอกเมื่อสักครู่ครับว่า บอกว่าเชิญได้แต่กลุ่มเจน (Gen) กล้าซึ่งผมได้พูดไปแล้ว ซึ่งความคิดเห็นของกลุ่มเจน (Gen) กล้าไม่ได้สะท้อนความต้องการของเยาวชน ไม่ได้เข้ากับประเด็นที่มีการพูดคุยกัน ในกลุ่มผู้ชุมนุมเลย พวกผมก็ยอมรับอีกนั่นล่ะครับว่าใช่ มันไม่เข้ากับประเด็นหรือ มันไม่เหมือนกับประเด็นของผู้ชุมนุมที่เวทีต่าง ๆ ไม่เหมือนครับ เป็นคนละเรื่องกันครับ แต่ผมต้องเรียนกับท่านประธานแบบนี้นะครับ บอกคนที่เรียกร้องประชาธิปไตยจะต้องมีหัวใจ ที่เป็นประชาธิปไตยด้วย จะต้องเป็นนักประชาธิปไตยด้วย จะต้องยอมรับฟังเสียงที่เป็นเสียง ที่ไม่เหมือนกับความคิดของตัวเองบ้าง ไม่ใช่อยากจะฟังแต่สิ่งที่อยากจะฟัง ท่านบอกว่า ให้คนอื่น ให้รัฐบาลรับฟังสิ่งที่เยาวชนเขาเรียกร้อง แต่ในขณะเดียวกันเยาวชนอีกกลุ่มหนึ่ง เขามาท่านบอกว่าท่านไม่อยากฟังเพราะว่ามันไม่ตรงใจกับที่ท่านอยากจะฟัง แบบนี้ไม่ใช่ นักประชาธิปไตยครับ แบบนี้ไม่ใช่การเรียกร้องประชาธิปไตยครับ ท่านบอกว่าพวกผมไปเวที ชุมนุมเพียงแค่ ๗ เวทีน้อยไป พวกผมมีกันท่านเท่านี้ครับท่านประธาน ทำไมท่านไม่มาร่วม กับพวกผมละครับ ผมก็ชวนท่านตั้งแต่วันแรกก่อนที่จะตั้งคณะกรรมาธิการผมบอกว่าพวกผม พร้อมทุกอย่างเลย ลงมติอย่างไรก็ได้ ญัตติของพรรคภูมิใจไทยผมยังเสนอญัตติว่าให้ส่งไปที่ ท่านประธานปดิพัทธ์เพื่อที่จะไปทำงานร่วมกัน พวกท่านก็ไม่เอานี่ครับ ท่านบอกอย่างเดียว ว่าจะให้ส่งไปที่รัฐบาล แต่เสียงมติของสภาบอกว่าเอาล่ะให้ตั้งคณะกรรมาธิการท่านบอกว่า ท่านไม่ร่วมด้วย ก็นี่ล่ะครับมันก็เลยไปได้แค่ ๗ เวทีเท่านั้นครับ แล้วก็บอกว่า ๗ เวที พวกผม อยู่กันไม่ถึง ไปเพียงแค่ไปรับฟังแล้วก็ไม่ถึงไคลแมกซ์ (Climax) ของมัน ที่เวทีธรรมศาสตร์ ผมอยู่ถึงจนเลิกละครับ จน ๑๐ ข้อเรียกร้องโน่นครับ ผมอยู่จนเลิกทุกเวทีครับ พวกผมไปกัน หลายคนก็อยู่กันจนเลิกทุกเวที ผมยังไปเจอท่านปดิพัทธ์ ขออภัยที่เอ่ยนามที่ สน. บางเขน แต่ผมไม่เจอกับท่านอมรัตน์เท่านั้นเอง ท่านบอกไม่เจอพวกผมเพราะว่าท่านไม่ได้ไปที่ผมไป อย่างไรครับ ก็เลยไม่เจอกัน แต่ผมก็เจอท่านหลายท่านที่ได้ไปร่วมกันในหลายเวที ต้องชื่นชม เช่นเดียวกันที่ท่านได้ให้ความสำคัญ แล้วก็ไปเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ เขาในหลายเวที ผมตอบคำถามท่านณัฐวุฒิแบบนี้ครับ ท่านบอกว่าเราทำหนังสือไปหลายหน่วยงาน ทั้ง สพฐ. ทั้งตำรวจ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แต่ว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นเพียงในภาคผนวกที่ ๑ ภาคผนวก ก เท่านั้นเองคือจาก สพฐ. ใช่ครับ เราได้หนังสือตอบรับจาก สพฐ. แต่กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเราได้มีโอกาสเดินทางไปพบเจ้ากระทรวงครับ เราได้มีโอกาส เดินทางไปพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเดียวกันเราได้มีโอกาส ไปพบกับท่านเลขานุการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ นวัตกรรม แล้วก็ได้มีการพูดคุยมีการแลกเปลี่ยนกัน แล้วก็มีความเห็นสอดคล้องเป็นไป ในทิศทางเดียวกัน ท่านจำได้ไหมครับ ก่อนที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะตั้งขึ้นน้อง ๆ ในโรงเรียนมัธยมเริ่มมีการชุมนุมนะครับ แต่สิ่งที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริหารสถานศึกษาคืออะไรครับ คือโรงเรียนพยายามที่จะ ปิดกั้นอย่างเต็มที่ อย่างทุกรูปแบบ แล้วพยายามที่จะผลักดันกลุ่มน้อง ๆ ให้ออกไปชุมนุม นอกโรงเรียน พวกผมก็เชิญมาที่คณะกรรมาธิการว่าพวกผมไม่เห็นด้วย เพราะการให้โอกาส เขาชุมนุมในพื้นที่ในโรงเรียนเป็นการดูแลความปลอดภัยให้เขาด้วย และเป็นสิทธิเสรีภาพ ขั้นพื้นฐานที่น้อง ๆ เขาควรจะได้รับ ทางกระทรวงศึกษาธิการ ทางกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ก็ตอบรับครับ ท่านจะเห็นท่าทีของท่านดอกเตอร์เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน เช่นเดียวกันกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เช่นเดียวกันกับทางเลขาธิการ สพฐ. ซึ่งตอบหนังสือกลับมา เราจะเห็นความผ่อนคลายหลังจากที่โรงเรียนต่าง ๆ ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งไม่ให้ชุมนุม จนสุดท้ายสามารถที่จะชุมนุมได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบ กติกาของเขา คือห้ามให้คนนอกเข้าไปร่วมชุมนุม เพราะอาจจะก่อความวุ่นวายในโรงเรียนได้ ต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่เราเห็นไม่ต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของการคุกคาม ประชาชน ในประเด็นของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมเชื่อว่าท่านรู้จักพวกผมดีครับ ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจว่าพวกผมทำอะไร ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจว่าพวกผมกำลังพยายาม ที่จะทำอะไร แล้วผมได้เชิญทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาก็ตามที่รายงานครับ เราได้แสดงความเป็นห่วง และในประเด็นมาตรา ๑๑๖ เราได้แสดงความเป็นห่วง เช่นเดียวกัน แล้วก็ได้แลกเปลี่ยนความเห็นซึ่งกันและกัน แล้วก็เห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกัน แต่ผลที่ออกมาเป็นอย่างไรเราควบคุมไม่ได้ ผมเป็นผู้แทนเช่นเดียวกันกับท่านก็เป็นผู้แทน ท่าน ๑ เสียง ผมก็ ๑ เสียง ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ เราพูด เขามีสิทธิได้ยิน เขามีสิทธิฟัง แต่เขาจะทำหรือไม่ผมไม่ทราบครับ เช่นเดียวกันกับท่าน ท่านพูด เขาก็มีสิทธิฟัง แต่เขา จะทำหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา เราควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เราจะทำได้ร่วมกันก็คือว่าในฐานะ ฝ่ายนิติบัญญัติต้องไม่อยู่เฉย ๆ ครับ ต้องแสดงความจริงใจและไม่ใช่การผลักภาระไปให้ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เราในฐานะตัวแทนของประชาชนเช่นเดียวกัน เราควรที่จะต้องร่วมมือกัน แล้วก็เรียกร้องข้อนี้ให้เกิดขึ้นจริง ท่านจะเห็นว่ามีเพียงสำนักงานตำรวจแห่งชาติเท่านั้น ที่ยังไม่ทำตามข้อเรียกร้องของคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราทั้งหมด ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของผม ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของเพื่อนกรรมาธิการด้านบน แต่เป็นหน้าที่ของ สภาแห่งนี้ที่จะต้องช่วยกันผลักดันให้สิ่งที่เราปรารถนามันเกิดขึ้น ผมก็จึงถือโอกาส ในครั้งแรกนะครับ ตอบเพื่อนสมาชิก ๕ ท่าน เดี๋ยวขอครั้งต่อไปครับ