ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ หารือรายงานของกรรมาธิการเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืน โดยเสนอให้ปรับนิยาม "การกระทำชำเรา" ให้ครอบคลุมผู้ข้ามเพศ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม พร้อมวิจารณ์ข้อบกพร่องในนิยามการคุกคามทางเพศที่ไม่ชัดเจน โดยเสนอให้เพิ่มบทบัญญัติเรื่องการยินยอมอย่างชัดแจ้งและการใช้แบบจำลองเซ็กชวล เมทริกซ์ เพื่อกำหนดขอบเขตทางกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันการตีความผิดหรือการกลั่นแกล้งทางกฎหมายได้อย่างเหมาะสม
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ธัญจะมาขออภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาการศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร หลังจากที่ธัญได้อ่านรายงานฉบับนี้ธัญมีความ เห็นด้วยทุกประการ แต่อยากจะมีความเห็นเพิ่มเติมไป เพราะว่าธัญยังพบว่ายังมีส่วนที่ ขาดหายไปและเป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ เลยค่ะท่านประธาน มีอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกันนะคะ
ประเด็นที่ ๑ อย่างที่ท่านคณะกรรมาธิการได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับ ข้อเสนอบทนิยามของคำว่ากระทำชำเรา มีการแก้ไขเพิ่มเติมซึ่งอยู่ในหน้า ฑ ของรายงาน ฉบับนี้ โดยใช้ข้อความนี้แทนค่ะ
มาตรา ๑ (๑๘) การกระทำชำเรา หมายความว่า การกระทำเพื่อสนอง ความใคร่ของผู้กระทำ โดยใช้อวัยวะเพศหรือสิ่งอื่นใดของผู้กระทำหรือของผู้อื่นล่วงล้ำ อวัยวะเพศ ทวารหนักหรือช่องปากของผู้อื่น หรือของผู้กระทำ ธัญอยากให้คณะกรรมาธิการ เพิ่มเติมไปด้วยว่าให้หมายรวมถึงอวัยวะเพศที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงของบุคคลข้ามเพศ เพราะหากผู้หญิงข้ามเพศหรือผู้ชายข้ามเพศนั้นโดนข่มขืน ศาลจะตีความเรื่องนี้อย่างไร เพราะนับว่าในบทบัญญัติของกฎหมายของคณะกรรมาธิการนั้นขาดหายสิ่งตรงนี้ไป และโทษของการข่มขืนการกระทำชำเรานั้นก็อาจจะเป็นเพียงแค่การลงโทษการทำร้ายร่างกาย ธัญได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้หญิงข้ามเพศหลายครั้งเกี่ยวกับประเด็นนี้ แล้วก็ประเด็นนี้มีการ ถกเถียงกันมากในสังคม เพราะพิจารณาคดีแล้วก็มีการตีความกันว่าเป็นเพียงแค่แผลเป็น จากการผ่าตัด จึงทำให้ผู้ที่กระทำผิดได้รับโทษเพียงแค่การทำร้ายร่างกาย เพราะฉะนั้น ธัญสามารถบอกได้เลยว่าบทบัญญัติอันนี้ไม่ได้ปกป้องดูแลบุคคลข้ามเพศ บุคคลข้ามเพศ หมายถึงอะไร บุคคลข้ามเพศคือมีจิตสำนึกที่เป็นสิทธิมนุษยชนที่มีจิตสำนึกเป็นผู้หญิง หรือผู้ชายแต่ว่าร่างกายของเขานั้นเป็นเพศที่ไม่ได้ตรงกับจิตสำนึกของเขา เพราะฉะนั้นเวลาที่ รัฐมองเขาก็จะมองว่าเขาถูกทำร้ายร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วภายในของเขานั้นถูกข่มขืนค่ะ ท่านประธาน
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศแล้วก็นิยามของคุกคามทางเพศ ซึ่งคณะกรรมาธิการได้นำเสนอ มาตรา ๑ (๑๙) การคุกคามทางเพศ หมายความว่า การกระทำ หรือพฤติการณ์อื่นใดไม่ว่าจะเป็นการกระทำโดยทางกาย วาจา และการส่งเสียง การแสดง อากัปกิริยาท่าทาง การแสดงหรือสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำต่อหน้าหรือ การกระทำโดยการสื่อสารในช่องทางใดที่ส่อไปในทางเพศ เป็นเหตุให้เดือดร้อนรำคาญ อับอาย หรือถูกเหยียดหยาม และรวมถึงการติดตามรังควานหรือการกระทำอื่นใดที่วิสัยพฤติการณ์ อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยในทางเพศค่ะท่านประธาน ธัญพบว่าส่วนที่ขาดหายไปนั้นคือ เสียงของผู้ถูกกระทำ การอ่านไดอะลอก (Dialogue) หรือกฎหมายอันนี้ธัญมองว่าเป็นการที่ คาดคะเนจากสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเก็บรวบรวมข้อมูลเข้ามา แต่ว่าเสียงของ ผู้ถูกกระทำหรือคอนเซนต์ (Consent) ในภาษาไทยว่าการยินยอมหรือการไม่ยินยอมนั้นขาด หายไป และธัญอยากจะให้บัญญัติสิ่งนี้ลงไป เพราะเมื่อเหตุการณ์คุกคามทางเพศเกิดขึ้นก็จะ มีฝ่ายหนึ่งที่ฟ้องร้องว่าเขาถูกคุกคามทางเพศ แล้วก็จะมีอีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าเป็นการ ชอบพอกันพูดคุยกันธรรมดา เพราะฉะนั้นธัญมองว่าการคุกคามทางเพศเกิดขึ้นก็ควรจะต้อง มีการบัญญัติเช่นเดียวกับการข่มขืน คือต้องแสดงอย่างชัดแจ้งว่าตนเองไม่ต้องการและ ไม่ยินยอม โดยเพิ่มข้อความดังนี้ ผู้ที่ถูกกระทำไม่ยินยอมและปฏิเสธด้วยวาจาหรือท่าทาง อย่างชัดแจ้ง หลังคำว่า ส่อไปในทางเพศ อย่างที่ธัญจะโชว์ (Show) เซ็กชวล เมทริกซ์ (Sexual matrix) นี้อยากให้สไลด์ (Slide) ลองเปิดนิดหนึ่งนะคะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ทำไมธัญถึงต้องพูดตรงนี้ เพราะว่าเซ็กชวล เมทริกซ์ (Sexual matrix) นี้นำเสนอ ๒ ด้านนะคะ แนวนอนคือคอนเซนต์ (Consent) ซ้ายสุดคือไม่ยินยอม และขวาสุดคือยินยอมค่ะท่านประธาน และแนวตั้งคือ ฟิสิคัล คอนแทรกต์ (Physical Contact) ล่างสุดคือการร่วมเพศแบบสอดใส่ จนกระทั่งสูงสุดคือระยะห่างของผู้ถูกกระทำกับผู้กระทำ ห่างกันประมาณ ๒ เมตร ดังนั้นท่านจะเห็นว่าเราจะมีพื้นที่คลุมเครือในการตีความ ในการออกกฎหมายนะคะ โดยเฉพาะพื้นที่คลุมเครือด้านบนสุดที่สัมผัสตัวภายนอก จนถึงระยะห่าง ๒ เมตร และถ้าเกิดคอนเซนต์ (Consent) ไม่มีความชัดเจนก็จะเกิด ความคลุมเครือ หรืออาจจะตีความว่าเป็นการจีบกันหรือแสดงความพอใจค่ะท่านประธาน ท่านต้องยอมรับอย่างนี้นะคะ เมื่อเวลาที่ผู้หญิงหรือผู้ชายเดินไปแล้วมีเพศตรงข้ามหรือ เพศเดียวกันตะโกนแซวนี่ผู้หญิงบางคนอาจจะรู้สึกว่าตนเองนั้นถูกคุกคาม แต่ก็ไม่ผิดค่ะ ที่ผู้หญิงบางกลุ่มหรือบางคนก็อาจจะรู้สึกว่ามั่นใจผู้ชายแซวก็เป็นเพราะว่าฉันสวยนะคะ อันนี้เป็นสิ่งที่ผู้หญิงคิดได้ไม่ผิด เพราะฉะนั้นการที่แสดงคอนเซนต์ (Consent) อย่างชัดเจน และบัญญัติลงไปในกฎหมายเลยจะเป็นการปกป้องดูแลผู้ถูกกระทำอย่างชัดแจ้งค่ะ ดังนั้น ข้อเสนอของธัญ ธัญอยากให้ใช้เมทริกซ์ (Matrix) นี้ไปนำเสนอแล้วก็หาวิธีการออกแบบ กฎหมายและการพิจารณาเพื่อหาพื้นที่คลุมเครือว่าตรงไหนที่เป็นช่องว่างและไม่เกิดการ กลั่นแกล้งกันทางกฎหมายค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน