ศรัณย์ ชี้มาตรการรัฐช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไม่ทันใจ ธุรกิจเดือดร้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓

ศรัณย์ ทิมสุวรรณ หารือปัญหาธุรกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจและโรคระบาด พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวของมาตรการช่วยเหลือรัฐ เช่น ซอฟต์โลนและโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ไม่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการรายย่อย และเรียกร้องให้ปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับความต้องการจริงเพื่อความอยู่รอดของภาคการท่องเที่ยว

นายศรัณย ทิมสุวรรณ เลย

ทานประธานสภาที่เคารพ ผม ศรัณย ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรจังหวัดเลย เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ไดมีโอกาสอภิปราย ในเรื่องของการทองเที่ยว เนื่องจากตัวผมเองก็อยูในคณะกรรมาธิการการทองเที่ยวตองบอก อยางนี้ครับ ตอนนี้คําถามไมใชเราจะพัฒนาการทองเที่ยวอยางไร แตดวยวิกฤติปัจจุบันไมวา จะเรื่องเศรษฐกิจหรือเรื่องโรคระบาด คําถามจริง ๆ คือเราจะชวยรักษาธุรกิจการทองเที่ยว ของประเทศไทยใหยังอยูรอดหลังจากผานชวงนี้ไปไดอยางไร ตัวผมเองในคณะกรรมาธิการ ทุกอาทิตยแมีเรื่องรองเรียนเขามา แลวทุกปัญหาที่ไมวาจะจากภาคเหนือ ภาคใต ภาคอีสาน ทุกภาคของประเทศไทยที่มีการทองเที่ยวพูดเป็นเสียงเดียวกันคือตอนนี้อยางที่ทุกคนทราบ อยางที่สมาชิกทานอื่น ๆ พูดไปแลวก็คือเรารับนักทองเที่ยวตางชาติเป็นสวนใหญ แลวรายได สวนใหญก็มาจากนักทองเที่ยวตางชาติ ดวยวิกฤติที่เรากําลังเผชิญอยูเราไมสามารถรับ นักทองเที่ยวกลุมนี้ได แตปัญหาที่ทําใหธุรกิจทองเที่ยวตอนนี้กําลังหนักใจคือมาตรการชวยเหลือ ที่รัฐบาลกําลังใชอยูยังไมตอบโจทยแที่จะสามารถชวยเราได ทุกอาทิตยแที่มีการประชุมเราจะ ไดยินคํารองเรียนมาเสมอเรื่องซอฟตโลน (Soft loan) จําไดไหมครับทานประธาน เราอนุมัติ งบเงินกูเพื่อที่จะเอามากระตุนเศรษฐกิจซอฟตโลน (Soft loan) เป็นหนึ่งในโครงการเหลานั้น ซอฟตโลน (Soft loan) ที่จะปลอยใหผูประกอบธุรกิจเอกชนตาง ๆ เพื่อที่จะทําใหเขาอยูรอด ไปไดในชวงเวลานี้ แตความเป็นจริงไมเป็นอยางที่ตองการ ซอฟตโลน (Soft loan) ที่เราคิดวา จะทําใหธุรกิจมากูแลวทําธุรกิจตอไปไดนั้นแทบจะ ๘๐ เปอรเซ็นต ๙๐ เปอรเซ็นตแที่ไปขอ ไมมีใครได บางคนโครงการผานแลวแตไมมีเงิน ไดยินไมผิดโครงการผานแลว ขออนุมัติแลว แตไมมีเงินให นี่คือปัญหาที่กรรมาธิการการทองเที่ยวไดยินอยูบอยมากตลอดหลายเดือน ที่ผานมา ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน ตอมาพูดถึงเรื่องที่กําลังเป็นนโยบายอยูตอนนี้ โครงการ เราเที่ยวดวยกัน โครงการเราเที่ยวดวยกันฟังดูรวม ๆ ก็เป็นโครงการที่ดี แตปัญหาคือ โครงการนี้ทําเร็วแลวก็ตองบอกวาไมไดรับฟังความตองการของผูที่เขาตองการชวยเหลือจริง ๆ เพราะวาหลายภาคสวนเสนอ ในกรรมาธิการการทองเที่ยวเราเคยมีการคุยกันกอนที่โครงการนี้ จะเริ่มดําเนินการ แลวก็มีการบอกไปแลววาอาจจะมีปัญหาตรงสวนไหนบาง แตวาพอโครงการ ออกมาก็ยังมีปัญหาอยูเชนเดิม ผมขอยกตัวอยางงาย ๆ โครงการเราเที่ยวดวยกันที่เราจะตอง ลงทะเบียน ไมวาจะเป็นผูประกอบธุรกิจ หรือคนใชสิทธิ ตอนนี้คนใชสิทธิตามโครงการ ๕ ลานสิทธิ มีคนใชสิทธิไปแลว ๖๐๐,๐๐๐ สิทธิ โครงการผานมาระยะเวลาเกินครึ่งมาแลว มีคนใชสิทธิ แค ๑๐ เปอรเซ็นต มันสื่อถึงอะไรครับ มันสื่อถึงวาโครงการเหลานี้ไมสามารถตอบโจทย ที่ประเทศเราตองการได ไมสามารถตอบโจทยแที่ธุรกิจทองเที่ยวตองการไดในขณะนี้ อีกทั้งยัง ซ้ําเติมผูประกอบธุรกิจในหลาย ๆ แงมุม ผมยกตัวอยางก็คือการที่ทานจะรวมโครงการได ในฐานะโรงแรมทานตองมีใบอนุญาต ซึ่งใบอนุญาตโรงแรมนี้ในปัจจุบันการทองเที่ยวของ นักทองเที่ยวเปลี่ยนไปจาก ๑๐ ปี ๒๐ ปีกอน ตอนนี้นักทองเที่ยวตางชาติ แมแตคนไทยเอง ไมไดพักโรงแรมใหญ ๆ แตพักโรงแรมขนาดเล็กหรือวาบูทิก โฮเตล (Boutique hotel) ตาง ๆ ซึ่งโรงแรมขนาดเล็กเหลานี้ไมมีใบอนุญาต พอไมมีใบอนุญาตก็ไมสามารถเขารวมโครงการกับ ทางรัฐบาลได แตวาที่นาแปลกใจคือโรงแรมขนาดเล็กเหลานี้คือ ๘๐-๙๐ เปอรเซ็นตแของธุรกิจ โรงแรม เพราะฉะนั้นก็แสดงใหเห็นแลววาโครงการไมสามารถตอบโจทยได และผมหวังวา เฟส ๒ (Phase 2) จะมีการแกไข จริง ๆ เรื่องใบอนุญาตโรงแรมมีการพูดคุยกันมาหลายครั้งแลว และในคณะกรรมาธิการการทองเที่ยวเองก็เคยออกหนังสือไปแลววาเรื่องนี้เป็นปัญหาขอใหแกไข แตจนวันนั้นถึงวันนี้ ๑ เดือนกวาแลวก็ยังไมไดรับการแกไข ผมคิดวาอาจจะเป็นความลาชา ในระบบการทํางาน อันนี้คือถาเรายังไมสามารถแกไขเรื่องเหลานี้ได เราไมตองพูดถึงการ พัฒนาเลยครับ เราไมตองพูดถึงวาเราจะพัฒนาการทองเที่ยวอยางไร เพราะวากวาเราจะได มีโอกาสพัฒนา การทองเที่ยว ดีไมดีเกิน ๕๐ เปอรเซ็นต อาจจะตายจากประเทศไทยไปกอนแลว ดวยซ้ํา หลังจบโควิด (COVID) บริษัททองเที่ยวจะเหลือเทาไรก็ไมรู อีกโครงการหนึ่ง ที่ออกมาใกล ๆ กัน โครงการกําลังใจที่จะพาเหลา อสม. ไปเที่ยว โดยโครงการก็คือใหบัดเจต (Budget) หัวละ ๒,๐๐๐ บาท เป็นการทําทัวร (Tour) เพื่อที่จะพาไปเที่ยวขามจังหวัด ซึ่งในกรรมาธิการเราเคยมีการพูดคุยเรื่องนี้ เคยมีการเชิญบริษัททัวร (Tour) มาถามวา ๒,๐๐๐ บาทนี้ทําไดไหม บริษัททัวร (Tour) ทุกคนพูดวาทําได แตทําไดโดยที่กําไรแทบไมมี และคุณภาพก็อยางวา ๒,๐๐๐ บาทเที่ยวขามจังหวัด นอนคืนหนึ่ง คืนละ ๗๐๐ บาท คาอาหาร คารถ รวมกันก็ ๒,๐๐๐ กวาบาทแลว เพราะฉะนั้นถาทําไดก็แทบจะไมมีกําไร และคุณภาพของทัวร (Tour) ก็อาจจะเรียกไดวาหมดกําลังใจเสียมากกวามีกําลังใจ อันนี้คือ ปัญหาคราว ๆ นี่เป็นปัญหาจากนโยบายดวยซ้ํา ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่เราควรจะตองแกไข ใหไดกอนที่จะเริ่มไปพัฒนา เพราะวาดวยเรื่องเหลานี้ครับ มีคนพูดไปถึงภูเก็ตโมเดล (Model) ที่อยากรองรับนักทองเที่ยวหรือวาเป็นโมเดล (Model) ที่จะเริ่มกลับมารับนักทองเที่ยวตางชาติ อีกครั้ง อยางที่ทานสมาชิกหลายคนพูดไป จังหวัดภูเก็ตแคจังหวัดเดียวเรียกไดวาเป็นเสาหลัก ของเศรษฐกิจการทองเที่ยวของประเทศเลย สิ่งที่เขานอยใจคือเขาเป็นตัวหลักตอนทําเงิน แตตอนที่เขาตองการความชวยเหลือเป็นตัวรองทาย ๆ เลยที่เขาจะไดรับความชวยเหลือ เทาที่ควร อันนี้คือสิ่งที่สะทอนมาจากคณะกรรมาธิการการทองเที่ยวแลวก็ผูประกอบธุรกิจ การทองเที่ยว จริง ๆ เมื่อวานเรามีการประชุมที่คณะกรรมาธิการ มีตัวแทนองคแกร ๑๐-๒๐ องคแกรมาเพื่อพูดถึงปัญหาที่เขาตองการใหเราชวยเหลือ ไมวาจะเรื่องหนี้สิน ไมวาจะเรื่องภาระคาใชจาย เรื่องชวยเหลือแรงงาน และที่พูดทุกคนก็คือเรื่องซอฟตโลน (Soft loan) เพราะฉะนั้นผมเห็นดวยที่เราตองพัฒนาการทองเที่ยวไมใชแคภาคใตดวยซ้ํา เราตองพัฒนาการทองเที่ยวทั่วประเทศ แตปัจจัยจริง ๆ ที่จะทําใหเราไปถึงจุดนั้นไดในตอนนี้ คือเราตองชวยกันรักษาธุรกิจการทองเที่ยวของประเทศไทยกอน เราไมรูวาโควิด (COVID) จะอยูกับเราไปอีกถึงเมื่อไร เราไมรูวาเราจะเปิดรับนักทองเที่ยวไดถึงเมื่อไร เพราะฉะนั้น ผมยินดีแลวก็ยืนยันวาเห็นดวยที่จะมีกรรมาธิการหรือวาอะไรก็ตามที่จะทําใหเราพัฒนา การทองเที่ยวไปได เพียงแตวาตอนนี้เราอาจจะตองชวยใหการทองเที่ยวรอดกอน ขอบคุณครับ