ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ หารือเรื่องแก้ปัญหายาเสพติด โดยเรียกร้องการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา และเสนอแนวทางแก้ปัญหา รวมถึงการยึดทรัพย์จากผู้ค้ายาเสพติด โดยมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การแก้ปัญหายาเสพติด ในญัตตินี้ผมสนับสนุนให้มีการตั้งญัตติการแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีการเพิ่มขึ้นเป็นอัตราที่ก้าวกระโดด มีผู้ติดยาเสพติด นักโทษในเรือนจําคดียาเสพติดถึง ๓๒๐,๗๐๒ คน เทียบกับประชากรคนไทยทั้งสิ้น ๖๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมีปริมาณเยอะขนาดนี้ วันนี้เราต้องเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ ได้แล้วครับ แต่ในส่วนของความไว้วางใจในการพิจารณาในช่วงเวลานี้ผมก็ยังไม่ค่อยไว้วางใจ สักเท่าไร เนื่องจากว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในฟากฝ่ายรัฐบาลก็ดี ในฟากฝ่ายบริหารก็ดี เมื่อครั้ง อภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาก็มีการเชื่อมโยงเกี่ยวโยงกันถึงคณะรัฐมนตรีท่านหนึ่งที่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การปรับ ครม. ครั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องยาเสพติดก็ยังทํางานอยู่ในคณะรัฐบาลนี้ได้ อันนี้ก็ตั้งข้อสังเกตไว้ และน่าเป็นห่วงครับ ส่วนในเรื่องของยาเสพติดผมอยากจะให้มองเปรียบเทียบง่าย ๆ อย่างนี้ เมื่อสมัยครั้งผมเรียนโรงเรียนช่างกล สมัยนั้นก็มียาเสพติดแพร่ระบาดเหมือนกัน แต่ขณะนั้น ยาบ้าเม็ดละ ๔๐๐ บาท กับข้าวอาหารการกินต่อครั้ง ๔๐ บาท เพราะฉะนั้นคนที่จะ เลือกเสพยา ถ้าเขาเสพยาเขาไม่ทานข้าวแน่นอน เพราะว่าภาษาชาวบ้านเรียกดีด ไม่ทานข้าวแน่ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ยาบ้าตกเม็ดละ ๕๐-๖๐ บาท แต่กับข้าวจะกินให้อิ่มมื้อหนึ่งปาเข้าไป ๘๐-๙๐ บาทแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าซื้อกับข้าวกิน ๒ มื้อก็ปาไป ๑๖๐ บาท แต่ถ้าดูดยาบ้า ๖๐ บาทดีดทั้งวัน ไม่ต้องกินข้าวด้วย เพราะฉะนั้นด้วยผลกระทบทางเศรษฐกิจผนวกกับ ผลกระทบของยาเสพติดที่ราคาลดลงถึงขนาดนี้และกระจัดกระจายไปทั่ว เมื่อวันก่อน ผมดูข่าววันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาดีเอสไอ (DSI) พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมยึดทรัพย์ผู้ค้ายากว่า ๕๐๐ ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าบอกปีหน้าจะยึดทรัพย์ ให้ได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อตัดตอนกระบวนการเส้นทางการเงินของผู้ค้ายาเสพติด พี่น้องประชาชนตั้งหน้าตั้งตารอ เพราะวันนี้ยึดได้ ๕๐๐ ล้านบาท แต่ท่านตั้งเป้าปีหน้า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพราะฉะนั้นต้องรอดูว่าดีเอสไอ (DSI) กับกระทรวงยุติธรรมจะทํางาน อย่างไรเพื่อให้ตอบโจทย์สถานการณ์ในปัจจุบัน วันนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในเขตของผม เขตบางขุนเทียนมีพี่น้องประชาชนร้องเรียนกันเข้ามาเยอะเรื่องของผู้เสพ โดนจับขับเสพบ้างละ ซ้อนเสพบ้างละ แต่ผู้ค้าไม่ค่อยโดนจับ เพราะว่าเดินส่งกันเป็นหลอดดูดน้ํา ใส่ที ๑๐ เม็ด ๕ เม็ด เรียกเป็นแถว เมื่อก่อนแถวหนึ่งหลายพันบาท เดี๋ยวนี้แถวหนึ่งหลักร้อยบาท รับไปเมื่อก่อนต้องแบ่งกัน ๔ ขา รวมกัน ๔ คนถึงจะได้ ๑ เม็ด เดี๋ยวนี้ซัดกันคนละเม็ด พอมีปัญหาเดือดร้อน พี่น้องประชาชนแจ้งความ ตํารวจไม่มาครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่ามาจับแล้วสุดท้ายก็เป็น แค่รายย่อย เป็นแค่ผู้เสพ เพราะฉะนั้นวันนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจการตัดสินใจที่จะไปจับหรือจะไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมันก็จะทําได้อย่างยุ่งยากเนื่องจากว่าเขาไม่มีผลประโยชน์ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตรวจฉี่แล้วเรียกเงิน หรือว่าจับแล้วเรียกเงิน ถ้าเกิดในชุมชนแออัด หรือชุมชนที่มีสภาพเศรษฐกิจไม่ดีนัก ตํารวจก็จะมองข้ามไปเลย ไม่เข้ามาดูแลช่วยเหลือ ในสถานการณ์ตอนนี้ เพราะฉะนั้นอย่างที่ผมบอกถ้าเกิดคณะกรรมาธิการนี้ศึกษาและเอาจริงเอาจัง กับเรื่องนี้นักโทษ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนเวลายึดทรัพย์แต่ละปี ถ้าเกิดยึดทรัพย์ได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาทจริงอย่างที่กระทรวงท่านว่า ผมคิดว่าเงินจากการยึดทรัพย์ยาเสพติด ต้องนําไปสู่สวัสดิการของพี่น้องประชาชน เพราะอะไร เพราะพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบเขาไม่ได้เสพด้วย เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดด้วย แต่มันอยู่ในสังคมที่เขาได้รับ ความเดือดร้อน ถ้าเงินตรงนี้ได้เข้าไปเยียวยาช่วยเหลือเขามันจะได้ซับน้ําตาเขาได้บ้าง จึงฝากให้กับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ได้พิจารณาเรื่องของเงินการยึดทรัพย์ของคดียาเสพติดด้วยว่าจะนํามาซับน้ําตา พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร ขอฝากประเด็นนี้ด้วย ขอบคุณครับ