เพชรดาว ชูป้องกัน-บำบัดยาเสพติด เน้นชุมชนร่วมดูแล-เพิ่มงบฯ ต่อเนื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๔ · ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

เพชรดาว โต๊ะมีนา หารือปัญหายาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัวและพื้นที่ชายแดนใต้ เน้นย้ำความสำคัญของการป้องกัน บำบัดรักษาอย่างเป็นระบบ และการพัฒนาทักษะทางสังคม จริยธรรม และสมรรถภาพบริหารจิตใจในเด็กตั้งแต่ช่วงวัยก่อนเรียน พร้อมเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการและเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณที่เหมาะสมเพื่อการดูแลผู้เสพอย่างต่อเนื่องโดยมีชุมชนมีส่วนร่วม

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉันแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากทุกพรรคการเมืองกับ ๘ ญัตติที่เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ดิฉันมีความสนใจ และให้ความสําคัญกับปัญหายาเสพติดตั้งแต่ครั้งแรกที่รับราชการเมื่อปี ๒๕๔๔ หน่วยงานแรก ที่ได้ปฏิบัติงานคือกระทรวงสาธารณสุข อยู่ที่กองประสานปฏิบัติงานยาเสพติดและได้ถูก ส่งไปอบรมเรื่องของเทอราพูติก คอมมูนิตี (Therapeutic Community) หรือว่าชุมชน บําบัดที่องค์กรเอกชนที่ชื่อว่าเดย์ทอป (Daytop) ที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นระยะเวลา ๓ เดือนที่ได้กินอยู่ร่วมกิจกรรมกระบวนการบําบัดฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติด ชุมชนบําบัดเป็นหนึ่งในการฟื้นฟูผู้ที่ติดยาเสพติด ประเทศไทยเองก็ได้ส่งผู้ไปเข้าร่วมอบรม เกือบทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นรูปแบบหนึ่งที่ได้นํามาประยุกต์ใช้ในการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด ในปัจจุบัน ท่านประธานที่เคารพคะ ที่ตรงนั้นเองทําให้ดิฉันได้เห็นภาพใหญ่ว่ายาเสพติด ไม่มีทางที่จะหมดไปในโลกใบนี้ เขาเปรียบยาเสพติดเสมือนลูกตุ้มนาฬิกาที่แกว่งไปแกว่งมา ไม่เคยหยุดนิ่ง แต่จะขึ้นพีก (Peak) สูงขึ้นในการแพร่ระบาดของแต่ละชนิด แล้วแต่ละยุค แต่ละสมัย สมัยที่ดิฉันเด็ก ๆ ลูกตุ้มขึ้นสูง ยาเสพติดนั้นก็คือเฮโรอีน โคเคน หลังจากนั้น ลูกตุ้มลดลง ยุคต่อมาก็จะเป็นยาบ้า ยาม้า ยาอี ยาไอซ์ ฉะนั้นเมื่อยาเสพติดต้องอยู่คู่กับ โลกใบนี้เพราะผลประโยชน์มากมายเหลือเกิน เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็น หน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป ต้องร่วมมือกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านดิฉันที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น ปีนี้เป็นปีที่ ๑๖ ยาเสพติดซึ่งก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามาเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ก็มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มักอาศัยสถานการณ์ขณะเกิดเหตุ ความรุนแรงในการขนย้ายยาเสพติด เจ้าหน้าที่ทุ่มพละกําลังไปดูแลด้านความมั่นคง เป็นหลัก ด่านก็เยอะ กําลังพลก็แยะ แต่ก็ผ่านด่านหลายด่านไปได้ เป็นคําถาม เป็นข้อสังเกต ที่ไม่มีคําตอบว่าการบูรณาการงานในการทํางานยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นปัญหาอยู่หรือไม่ อย่างไร ในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากโครงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงโดยออกซ์แฟม (Oxfam) ได้ข้อมูลจากการนําเสนอของคุณฟิตรา เจ๊ะเวาะห์ ในเวทีสัมมนาการเตรียมรับมือโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๒ ของคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจาก ภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร จัดขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่จังหวัดปัตตานีค่ะ มีข้อมูลที่น่าสนใจว่าความรุนแรงต่อผู้หญิงช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดในโลก และในประเทศไทย อัตราความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก การใช้บริการสายด่วนเพิ่มขึ้นในประเทศฝรั่งเศส ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอาร์เจนตินา อัตราความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย เหตุเกิดจากสุรา ยาเสพติด ซ้ําเติมปัญหาเศรษฐกิจ มีลูกที่เป็นพยานรู้เห็นการทําร้ายร่างกาย มีการหย่าร้างที่เพิ่มขึ้น อีกด้วย รายงานความรุนแรงต่อผู้หญิงจากคู่สมรสของคณะกรรมการอิสลามประจํา จังหวัดนราธิวาสในปี ๒๕๖๒ พบว่ายาเสพติดเป็นสาเหตุอันดับ ๑ ของความรุนแรงต่อผู้หญิง ในชีวิตคู่ เกือบ ๑ ใน ๒ ของผู้หญิงที่ฟ้องหย่าเพราะสามีติดยาเสพติด ฉะนั้น ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณแผนบูรณาการ ป้องกันปราบปรามและบําบัดรักษายาเสพติด งบประมาณปี ๒๕๖๔ จะเห็นได้ว่า งบประมาณแผนบูรณาการยาเสพติดอย่างเดียวในปี ๒๕๖๔ ๖,๒๘๖ กว่าล้านบาท ให้น้ําหนักเรื่องการปราบปราม ๔๗.๔๗ เปอร์เซ็นต์ เรื่องของการป้องกัน ๒๗.๔๔ เปอร์เซ็นต์ เรื่องของการบําบัดรักษา ๒๕.๐๙ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันขออนุญาตเน้นเรื่องของการป้องกัน แล้วก็ เรื่องของการบําบัดรักษาที่ตั้งเป็นข้อสังเกตอยู่ ๓ ข้อ

เรื่องแรกคือเรื่องของชุมชน ซึ่งดิฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เมื่อกฎหมาย จะมีบทลงโทษที่หนัก แต่ละพื้นที่ที่ระบาดยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นประชากร การศึกษา เศรษฐกิจ ความรุนแรงจะแตกต่างกันไป ก็ควรที่จะมีชุมชนที่มีความเห็นร่วมกันและจัดทํา ประชาพิจารณ์ อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านหนึ่งได้กล่าวไว้แล้ว ในพื้นที่ภาคใต้ เองที่เขาเรียกว่าฮูกุมปากัต มีมาตรการของชุมชนร่วมกันเองว่าจะดูแลผู้ที่ติดยาเสพติด ในพื้นที่นั้นอย่างไร

ประการถัดมาเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณ เรื่องของการบําบัด ฟื้นฟู การจัดการปัญหายาเสพติด ต้องเน้นการคงไว้ซึ่งการบําบัดมากกว่ามุ่งจะให้หยุดเสพ เพราะว่าการติดตามต่อเนื่องจะช่วยการปรับพฤติกรรมได้ มีเพื่อน ๆ ที่สนับสนุนครอบครัว ดูแลอย่างอบอุ่นมีงานทํา แต่งบประมาณเบิกจ่ายไม่รองรับเท่าที่ควร การนัดติดตาม มีหลายรูปแบบ ให้สะดวกทั้งผู้บําบัดแล้วก็ผู้ป่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกค่ารถให้มา สถานบําบัดและอื่น ๆ

เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องที่สําคัญมากนั่นคือเรื่องเด็ก การส่งเสริมป้องกันระบบ การศึกษาเป็นเรื่องที่สําคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กเล็กครอบครัวสําคัญ เรื่องการยั้งคิด แยกถูก ผิด มีวินัย รอคอย ซื่อสัตย์ อีเอฟ (EF) หรือว่าเอกซ์เซกคูทิฟ ฟังก์ชัน (Executive function) คือกระบวนการทางความคิดในส่วนสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึก เช่น ทักษะในการที่จะปฏิเสธ โดยเฉพาะช่วงเด็กวัย ๓-๖ ขวบของเด็กจะเป็นช่วง ที่ดีที่สุดในการพัฒนา ฉะนั้น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นควรเน้นเรื่องของการป้องกันให้ได้อย่างมากที่สุด ส่วนเด็กมัธยมโรงเรียนที่มี กิจกรรมส่วนร่วมเรื่องสันทนาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรี เรื่องของกีฬา ต้องมีพื้นที่ ที่แสดงออกให้เด็กรู้สึกว่ามีคุณค่า ทั้งนี้เด็กเกินครึ่งที่อยากลอง อยากที่จะท้าทายสิ่งใหม่ ๆ การเรียนรู้ทักษะสังคม จริยธรรม หรือว่าเอสเอ็ม (SM) โซเชียล มอรัล (Social Moral) ก็เป็นเรื่องสําคัญ ฉะนั้น ดิฉันขอสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ขอบคุณค่ะ