จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหายาเสพติดที่ทวีความรุนแรงโดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงผลกระทบต่อเรือนจำที่มีผู้ต้องขังเกี่ยวข้องถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและวางแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบครอบคลุมทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ปราบปราม บำบัด และฟื้นฟู พร้อมเรียกร้องให้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติและใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างครบวงจร
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย พร้อมกับท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี ท่านนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย พร้อมกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยร่วมกันขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการแก้ไข ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ขออนุญาตทําตามท่านประธานชวน และท่านศุภชัยแนะนําให้อ่านญัตติสั้น ๆ ครับ กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสําคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบสังคมไทยเป็นอย่างมาก ทั้งด้านการเสพ การค้า การบําบัดรักษา จึงควรมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ครบวงจร เนื่องจากประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหายาเสพติดที่ผลิตมาจากแหล่งผลิต ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคํา โดยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงถูกใช้ ให้เป็นช่องทางในการลักลอบนําเข้ายาเสพติดไปยังประเทศที่ ๓ เมื่อจําแนกชนิดที่มี การแพร่ระบาดมากที่สุดคือยาบ้า ยาไอซ์ กัญชา ตามลําดับ และที่สําคัญคือเฮโรอีน มีแนวโน้มการแพร่ระบาดสูงขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชน เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องมีการเฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดควรได้รับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต่อต้านยาเสพติดและปัจจัยยั่วยุต่าง ๆ รวมทั้ง การเสริมสร้างทักษะชีวิตเพื่อป้องกัน การกลับไปใช้ซ้ํา ซึ่งเมื่อจําแนกชนิดยาเสพติดผู้ที่เข้าร่วมการบําบัดรักษามากที่สุดคือยาบ้า ร้อยละ ๗๕.๒๐ รองลงมาคือกัญชา ร้อยละ ๖.๘๓ และกระท่อม ร้อยละ ๔.๑๗ ด้านพฤติกรรมการใช้ยาเสพติดที่น่าเป็นกังวลคือการใช้ยาเสพติดมากกว่า ๑ ชนิดร่วมกัน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และยังพบว่าเด็กและเยาวชนมีการนําสารต่าง ๆ ที่หาได้ง่ายมาผสมกัน เพื่อให้ออกฤทธิ์เหมือนสารเสพติด ซึ่งเด็กและเยาวชนมีการทดลองดื่มสารเหล่านี้ เนื่องจาก มองว่าเกิดจากส่วนผสมของสารที่ไม่เป็นอันตราย โดยที่ไม่คํานึงถึงว่ามีฤทธิ์เสพติด ปัญหาสารเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกาย จิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาทั้งด้าน ร่างกาย จิตใจและสมอง โดยเฉพาะในเด็กทั้งในระยะสั้น ระยะยาว กระทบการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ซึ่งเยาวชนที่มีอายุต่ํากว่า ๒๕ ปีเป็นกลุ่มประชากรที่มี ขนาดใหญ่ และเป็นกําลังสําคัญของการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก ปัญหาดังกล่าวจะเป็น เรื่องสําคัญ และทุกภาคส่วนควรมีส่วนร่วมในการศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อการสกัดกั้นช่องทางการลักลอบนําเข้า การผลิต การปราบปราม การบําบัดรักษา ฟื้นฟูสภาพผู้ติดตาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจร ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบครบวงจรตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ส่วนเหตุผลรายละเอียดขอชี้แจงในที่ประชุมครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าขณะนี้ในห้วงเวลา ๓-๔ ปีย้อนหลังไป พวกเราลงพื้นที่ สิ่งแรกเลยที่พี่น้องประชาชนมาบอกมากล่าวกับพวกเราในฐานะที่เป็น ส.ส. ก็ดี บอกว่าช่วยปราบยาเสพติดให้หน่อย มันเยอะ มันมากเหลือเกิน พอพูดถึงยาเสพติด ทุกคนเป็นเสียงเดียวกัน และภาพเมื่อปี ๒๕๔๔-๒๕๔๘ ท่านประธานจําได้ ขณะนั้น พรรคไทยรักไทยซึ่งผมก็เป็น ส.ส. อยู่นั้น ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ประกาศ สงครามกับยาเสพติดอย่างเข้มข้น ขณะนั้นพี่น้องประชาชนยกมือให้เลยว่าเป็นสิ่งซึ่งเขา เห็นแล้วว่าโดนใจที่สุด มั่นใจว่านี่คือทําให้สังคมสงบ หลังจากนั้นปี ๒๕๕๔ วันที่ ๑๑ กันยายน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง และมาถึงปีปัจจุบัน ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๒ ก็มีหนังสือ เป็นปีรวมว่าจะต้องเป็นวาระแห่งชาติ ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ถือว่า เป็นปัญหาสังคมที่ร้ายแรงที่สุด ผมเป็นแพทย์ผมรู้เลยครับว่าร้ายแรงมากอย่างไร ผมขออนุญาตนําเสนอว่า ๑. ลูกหลานที่ติดเป็นปัญหาสังคม คนที่ติดต้องไปหาเงินมา เมื่อไปหาเงินมาหาไม่ได้ก็เกิดปัญหาสังคม ถ้าเป็นผู้ชายก็ไปทําในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ในเรื่องของผิดกฎหมาย ทั้งศีลธรรม แล้วก็ศีล ๕ ข้อ ถ้าเป็นผู้หญิงก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะถูก ละเมิดในหลายเรื่อง เมื่อหาไม่ได้ก็ต้องเอาตัวเองเป็นเอเยนต์ (Agent) จําหน่ายต่อ แล้วผล ที่ตามมาคือ ๑. ครอบครัวแตกแยก สังคมล่มสลาย นี่คือเรื่องแรกของสังคมไทย ที่สําคัญคือ สถาบันครอบครัว เราต้องให้สังคมนั้นยืนอยู่ได้ สถาบันครอบครัวต้องเข้มแข็ง หลังจากนั้น ถ้าติดเชื้อขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอดส์ การใช้เข็มยาเสพติดร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการมี เพศสัมพันธ์เรื่องยาเสพติด หรือแม้กระทั่งส่งผลในเรื่องของปัญหาอื่น ๆ ที่ส่งผลไปยัง ด้านเศรษฐกิจสังคมและความเจ็บป่วย ดังนั้น เป็นปัญหาที่เราจําเป็นจะต้องถือว่า เป็นวาระแห่งชาติ และต้องประกาศอย่างจริงจัง วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่บรรจุญัตตินี้ขึ้นมา จะเห็นว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยเราเสนอถึง ๓ ใน ๘ ญัตติ นั่นเป็นนโยบายหลักที่เราทํางานเต็มที่ โดยเฉพาะผู้แทนทุกคนได้คุยกันว่า วันนี้เราจะได้อภิปรายให้พี่น้องประชาชนได้ชื่นใจว่าเราตั้งใจและตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมต้องเรียนว่าปัญหายาเสพติดนั้นต้องถือว่าเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่เด็ก โดยเฉพาะ สถาบันครอบครัว ถ้าครอบครัวอบอุ่นไปโรงเรียนเพื่อนชักจูงก็ไม่ได้ แต่เป็นที่น่าตกใจครับ ตอนนี้มีพี่น้องประชาชนรายงานว่ายาเสพติดกลับมาระบาดในเด็กนักเรียนเยาวชนมากขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องอันตรายเพราะว่าเป็นผู้ซึ่งกลุ่มเสี่ยง แล้วเราต้องป้องกันโดยให้ความรู้ แต่ปรากฏว่ามองว่ายาเสพติดอย่างที่ผมอ่านญัตติไปเด็ก ๆ ที่ถูกล่อลวง กลับมองว่า มันระบาดจนเกลื่อนไปหมด จนทําให้พวกเราต้องบอกว่าอันนี้คือเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ การที่จะดําเนินการนั้นต้องทําแบบครบวงจรตั้งแต่ป้องกัน การลักลอบ การผลิต การผลิต จากสามเหลี่ยมทองคํา ซึ่งวันที่ ๑๙ สิงหาคมนั้นทาง ป.ป.ส. ก็ได้ออกมารายงานว่าสามารถปราบยาไอซ์ได้ในช่วง ๑๐ เดือนถึง ๓๒ ตัน โดยเฉพาะในรอบที่โควิด (COVID) ผ่อนคลาย ๑๐ เดือนนี้ หลังจาก โควิด (COVID) ผ่อนคลายปรากฏว่ามีการลักลอบใน ๖ ประเทศถึง ๓๒ ตัน ซึ่งเป็นที่ น่ากังวลมาก
เรื่องต่อมาก็คือ เรื่องของการที่เราจะต้องบําบัดรักษาแบบครบวงจร นอกจากสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กแล้ว เรื่องของการปราบปราม แล้วก็เรื่องของการรักษา รักษานี่ดีใจนะครับ ของเราตั้งแต่รัฐบาลเราทราบมาว่าผู้เสพถือเป็นผู้ป่วยต้องรักษา ในจํานวนผู้ที่มารักษานั้นต้องเรียนว่าในห้วง ๑๐ เดือนที่ผ่านมามีผู้รักษาทั้งสิ้น ๑๔๐,๐๐๐ คน มีคนกลับมารักษาซ้ําประมาณ ๖.๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเราทําอย่างไรให้การรักษานั้น ลดน้อยลง โดยเฉพาะผู้รักษาทั้งรายเก่ารายใหม่ เรื่องของผู้ซึ่งถูกรักษาเสร็จแล้ว บําบัดแล้ว เรื่องที่ถูกจับอยู่ในเรือนจําขณะนี้ตัวเลขล่าสุดวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ มีนักโทษในเรือนจํา ทั้งสิ้น ๓๗๙,๒๗๔ คน เป็นนักโทษยาเสพติด ๗๙.๘๕ เปอร์เซ็นต์ เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นนักโทษที่เกี่ยวพันกับยาเสพติด ตรงนี้เราต้องตัดวงจรในเรื่องของนักโทษที่อยู่ตรงนี้ มีข่าวอยู่เนือง ๆ เรื่องของนักโทษที่อยู่ในเรือนจําต่าง ๆ ต้องเรียนว่ายาเสพติดอันดับต้น ๆ เลย ก็คือยาบ้า ประมาณ ๗๐,๐๐๐ เท่าที่จับได้ กัญชา ๑๑,๐๐๐ ไอซ์ ๔,๗๐๐ และกระท่อม ๔,๐๒๙ หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ต้องบอกว่าเราใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒๗ หน่วยงาน ป.ป.ส. ได้ไปมากที่สุด ซึ่งถือว่าทั้งหมดใช้เงินทั้งสิ้น ๕,๑๐๕ ล้านบาท จากการป้องกัน ๑,๖๓๙ ล้านบาท ปราบปราม ๑,๖๙๗ ล้านบาท และบําบัด ๑,๗๖๘ ล้านบาท ในการใช้งบประมาณทั้ง ๒๗ หน่วยงาน เราจําเป็นจะต้องบูรณาการทํางานให้สอดคล้องกัน แล้วก็ให้เห็นผลอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นเรื่องของการใช้งบประมาณ ปี ๒๕๖๒ นั้น เราได้ใช้ งบประมาณไป วันต่อต้านยาเสพติดโลกคือวันที่ ๒๖ มิถุนายน เพราะฉะนั้นในเรื่องของ การรณรงค์ให้มีการกําหนดเป็นวาระแห่งชาติและสินบนนําจับ สุดท้ายต้องขอสรุปว่าวันนี้ อยากเห็นพวกเราได้ทําหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มความสามารถในการเสนออภิปรายและ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเป็นกําลังให้พี่น้องประชาชนที่เฝ้าดูพวกเราอยู่ว่าเราจะต้อง ร่วมกันป้องกันปราบปรามรักษา รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการผลิต การจําหน่ายให้ครบวงจร และต้องช่วยลูกหลาน นักเรียน เยาวชน ของเราให้หลุดพ้นจากยาเสพติด เพราะฉะนั้น ตรงนี้ต้องถือว่าเป็นวาระสําคัญขอพวกเราได้ร่วมกันตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ