ประสงค์ บูรณ์พงศ์ เสนอญัตติให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการเปลี่ยนแนวทางจากปราบปรามเป็นการดูแลด้านสาธารณสุขและสังคม พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากประเทศยุโรปที่ลดจำนวนผู้ติดยาและนักโทษได้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนมครับ กระผมมีเรื่องที่เสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ท่านประธาน ที่เคารพ ด้วยสถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทยยังเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในการผลิตและการลําเลียงยาเสพติดไปยังภูมิภาค อื่น ๆ ทั่วโลกด้วย แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะให้ความสําคัญกับปัญหาดังกล่าว แต่ก็ยังปรากฏว่า ไม่มีจังหวัดใดในประเทศสามารถประกาศได้ว่าเป็นพื้นที่ปลอดจากยาเสพติดอย่างแท้จริง จะมีเพียงหมู่บ้านหรือชุมชนสีขาวบางแห่งเท่านั้น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ดังกล่าวส่งผลให้เยาวชน ผู้ใช้แรงงาน นักเรียน นักศึกษาหลงผิดยาเสพติดกันมาก เสียอนาคตเป็นจํานวนมาก ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าวมาเพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหา ยาเสพติดตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสําคัญของโลกใช่ไหมครับ บ้านเรามีกฎหมาย มากมาย แต่ไม่สามารถที่จะขจัดเรื่องยาเสพติดได้ มีแต่เพิ่มขึ้นทุกปี ท่านประธานครับ สถิติการเสพติดไม่ได้ลดลงเลย มีแต่เพิ่มขึ้นทุกปี เดี๋ยวนี้ในคุกก็เกือบจะ ๔๐๐,๐๐๐ คนแล้ว ผู้ต้องหาล้นคุก ต้องนอนตะแคง ๙๐ องศา เรามีนักโทษเป็นระดับ ๖ ของโลก เป็นระดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) เป็นระดับ ๓ ของเอเชีย (Asia) และประเทศที่ใกล้เคียงของเราก็คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีนักโทษ ๓ ล้านคนเกี่ยวกับยาเสพติด เป็นที่ ๑ ของโลกครับ ประเทศไทยเราเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศอินโดนีเซียมีคนตั้ง ๒๐๐ ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบแล้วยังมีผู้ที่ติดยาเสพติดน้อยกว่าเรา ประเทศเราเมื่อสักอาทิตย์ที่แล้วก็มี ท่านเสนอญัตติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านวีระกร คําประกอบ ขออภัยที่เอ่ยนาม ก็ได้พูดแล้วว่า เราล้นคุกจริง ๆ ใช้ค่าอาหารตั้ง ๒๐ ล้านบาทต่อวัน ท่านประธานที่เคารพ งบประมาณ ยาเสพติดเราใช้ที่คุกใช้ปีละ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ค่าอาหารปีละ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าที่ทําอย่างนี้เพราะมันขึ้นเรื่อย ๆ ท่านประธานที่เคารพ ในปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔ การดําเนินการเรื่องยาเสพติดของเราปรากฏว่านักโทษในคุกมันลดลงนะครับ จาก ๒๔๐,๐๐๐ คนในขณะนั้น ลดลงมาเหลือ ๑๖๐,๐๐๐ คน ลดลงมา ๘๐,๐๐๐ คนครับ ทําไมถึงเป็นอย่างนั้นละครับ เพราะในสมัยนั้นผมจําได้เป็นสมัยชวน ๒ คณะรัฐมนตรี ชุดที่ ๕๒ เขาแยกครับ เขาไปเอาจริงจังทางการสาธารณสุข การสังคมเป็นตัวนําครับ นักโทษ ลดลงครับ นี่เป็นตัวอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่หลังจากนั้นมามีการปราบอย่างจริงจัง ไปเปลี่ยนยาเป็นยาบ้าตื่นเต้นกันใหญ่ ก็เลยสถิติ สูงขึ้นมาเรื่อย ๆ แล้วก็ไม่มีทางที่จะลดลงเลย ทั้งนี้เป็นอย่างไร เพราะว่าเรายึดถือ การปราบปรามเป็นสําคัญ เพราะยึดถือว่าผู้ที่เสพยาเสพติดเป็นอาชญากรอย่างร้ายแรง เข้าไปแค่ ๑๕ วันออกมาก็ถูกรังเกียจรังงอน เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญที่เราควรจะต้อง เปลี่ยนแปลงเสียแล้วในความคิดต่าง ๆ เหล่านี้ การสะกดจิตว่าเป็นอาชญากรรมอย่างรุนแรง ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นเรื่องสังคมเสียแล้วว่าเราต้องรักษาเขา ช่วยเขาให้เขาเป็นผู้เป็นคน เหมือนกับคนธรรมดา เพราะว่าเป็นการหลงผิดทั้งนั้น ท่านประธานที่เคารพ ในทวีปยุโรป สาธารณรัฐเช็ก ประเทศเยอรมัน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ปรากฏว่า เขามียุทธศาสตร์ที่ตรงข้ามกับเรา เรากับประเทศสหรัฐอเมริกาปราบปรามอย่างเดียว แต่ของเขาใช้การสาธารณสุขเป็นตัวนํา สังคมเป็นตัวนํา มีการป้องกัน ใช้ระบบการป้องกัน ใช้การลดอันตรายจากการใช้ยา ใช้การบําบัดรักษา มีเสาหลักอย่างนั้น แล้วที่สําคัญเขาก็ลด สิทธิมนุษยชนทุกพื้นฐาน มีจุดรับบริการทั่วไป ที่สําคัญมีการแจกยาด้วย เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่มีเหตุผล เขาแจกยา มีสถานที่แจกยาเป็นสถานพยาบาลแจกให้คนมากิน ไม่ใช่ แจกกลับไปบ้าน แจกยาบ้า แจกเฮโรอีน ขณะที่แจกเขาก็คุมไม่ให้เอากลับไป มันเป็น การตัดตอนการขาย ท่านประธานคงทราบเด็กนักเรียนหรือเด็กคนหนึ่งรับยามากิน เมื่อติดแล้วไม่มีก็ต้องเอามาขายต่อ มันขยายไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าใช้วิธีการแจกยาและคุม ไม่ให้เขากินที่นั่นมันก็ลดการที่จะไปขายต่อ ในเรื่องนี้ยังเกิดความเข้าใจผิดหลายอย่าง ผมได้ประชุมกับคณะกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการมีกระทรวงสาธารณสุข แต่ละแห่ง ก็คิดว่าการตั้งนี้ก็คือการไปแจกยารักษา นั่นคือการรักษา ไม่ใช่การป้องกันให้เกิดขึ้น หลายคนก็บอกไม่ได้เดี๋ยวจะเสียหายไปให้เขากินยาฟรีก็เท่ากับขยายไปใหญ่ ไม่ใช่อย่างนั้น ต้องเข้าใจครับ แจกแล้วคุม คุมให้ได้ ขึ้นทะเบียนกันหมด ท่านที่เคารพทั้งหลาย ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเมื่อข่าวคราวนี้ ๓ วันที่แล้วมาในประเทศเนเธอร์แลนด์ คุกคนน้อยลง จนกระทั่งประกาศเอาคุกให้คนอื่นเขามาเช่าที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ขณะนี้ เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าเขาใช้วิธีการศึกษาให้เป็นเรื่องของสังคม ทางสาธารณสุข คือไม่ปราบปรามอย่างรุนแรง ถ้าปราบปรามอย่างรุนแรงก็ปราบเฉพาะผู้ที่ผลิตที่ส่ง รายการใหญ่ ๆ จะสังเกตเห็นว่าในบางครั้งบางคราวประเทศเหล่านี้มาถึงประเทศไทยแล้ว เพื่อหาผู้ที่ผลิตใหญ่ ๆ ให้จงได้ ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้จะเห็นว่าเมื่อเราแจกยาไป การขโมย การอะไรน้อยลงมาก มีท่านอัยการท่านหนึ่งท่านเป็นอดีตอัยการท่านเขียนหนังสือ น่าฟังมาก เขาบอกว่าประเทศเนเธอร์แลนด์พวกเหล่านี้เป็นผู้ที่ติดยาเป็นปัญหาสังคม ท่านบอกว่าไม่ใช่อาชญากรที่ควรเอาไปติดคุก การแจกยาควบคู่พวกนี้ไม่ต้องการขายยา ๒ อย่างนี้จะลดอาชญากรรมได้ ท่านยังพูดต่อไปเลยว่าท่านไม่กล้าที่จะพูดต่อไป เพราะว่ามัน เป็นผลประโยชน์ของผู้กระทํา คือท่านพูดถึงว่าเป็นผลประโยชน์ของผู้ปราบปราม ไม่ว่าจะเป็นตํารวจ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ส. ไม่ว่าจะเป็นทางอัยการ ไม่ว่าจะเป็นทางศาลอย่างนี้ ท่านพูดอย่างนั้นจริง ๆ ผมมีหลักฐานที่จะให้ท่านทราบว่าท่านก็กลัวว่าถ้าเกิดเขียนลงไป คงจะมีใครว่า ผมเลยมาเรียนในที่ประชุมในที่นี้ให้ท่านประธานได้ทราบเพื่อเป็นข้อคิด เพื่อเข้าไปศึกษาในฐานะที่จะตั้งคณะกรรมาธิการศึกษากันนะครับ ท่านประธานที่เคารพ อันนี้เป็นเรื่องซึ่งผมกราบเรียนว่าเราได้ถูกสะกดจิตมา ๕๐ ปีแล้วว่าอาชญากรรมรุนแรงก็คือ ยาเสพติด เรื่องนี้ถ้าเปลี่ยนแปลงไปทางสังคมได้ผมเชื่อเหลือเกินว่าจะลดสภาพที่ติดในคุกได้ ประการที่สําคัญเดี๋ยวนี้เขามีอิเล็กทรอนิกส์ มอนิเตอร์ (Electronic monitor) ที่สําหรับ คนติดคุกไม่ต้องไปนอนมากแล้ว บังคับให้ไปอยู่ข้างนอก แล้วก็ควบคุมก็คงจะทําได้ดี ท่านประธานที่เคารพ ยาเสพติดผมได้เรียนถึงเหตุถึงผล และยกตัวอย่างต่างประเทศแล้ว แล้วประเทศเราละจะทําอย่างไร ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าประเทศของเรานั้น ยาเสพติดมีร้ายแรงอย่างเช่นประเภทที่ ๑ คือเฮโรอีน ประเภทที่ ๒ คือยาเสพติดให้โทษ ทั่วไป เช่น มอร์ฟีน โคเคอีน ฝิ่น ยา ห้ามไม่ให้ผู้ใดผลิตพวกนี้เป็นประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ ยาเสพติดให้โทษที่มีลักษณะเป็นตํารับยา ประเภทที่ ๔ สารเคมีที่ใช้ ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ เช่น อาเซติกแอนไฮไดรด์ (Acetic anhydride) แอนทรานิลิค อาซิด (Anthranilic Acid) เป็นต้น ประเภทที่ ๕ ยาเสพติดที่เป็นยา อย่างเช่น กัญชา พืชกระท่อมอย่างนี้ เห็ดขี้ควาย ผมกราบเรียนครับ ประเภทที่ ๑ เรื่องของยาเสพติดที่เกี่ยวกับ พืชกระท่อม เห็ดขี้ควาย พวกนี้น่าจะปล่อยฟรี (Free) ได้แล้วครับ เพราะว่ามันไม่ใช่เป็น ยาเสพติด ขณะนี้หลาย ๆ ประเทศบอกแล้วไม่ใช่ยาเสพติด แล้วก็ผมเคยเรียนในที่ประชุม สภาแล้วว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เราถูกให้เป็นยาเสพติด เพราะมันมีการเสียผลประโยชน์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีผลประโยชน์แล้ว ออกเป็นกฎหมาย บ้านเราไปแปลกฎหมายเขามาก็ลืม ไม่ได้เอากฎหมายข้อที่ว่ากัญชายาเสพติด แต่สามารถ นํามาวิเคราะห์วิจัยให้เป็นทางการแพทย์ได้ ข้อความนี้ถูกลบออกแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะแก้ไขได้แล้ว กระท่อมก็มีคนอภิปราย กระท่อมมีแต่ในประเทศไทยเท่านั้นครับ ท่านประธานเชื่อไหม กระท่อมทําให้ผู้กินฝิ่นน้อยลงได้ กระท่อมเลยกลายเป็นยาเสพติด เพราะในสมัยหนึ่งทางภาคใต้เขาใช้กระท่อมมาอม มาเคี้ยว ฝิ่นมันลดลงครับ แต่ผู้เสียผลประโยชน์ในขณะนั้นคือผู้ค้าฝิ่น กระท่อมเลยกลายเป็นยาเสพติดไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องเหล่านี้เปลี่ยนได้ พวกที่มาผลิตยาเสพติด เช่น อาเซติกแอนไฮไดรด์ (Acetic anhydride) แอนทรานิลิค อาซิด (Anthranilic Acid) คนควบคุมก็คือ อย. แล้วก็มีตํารวจ ทหารนี้เราคุมได้ ไม่ได้ยากอะไร ประเภทที่ ๓ กัญชา พืชกระท่อม ผมได้พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราป้องกันได้ ทําได้ ถ้าจะทําอย่างจริงจัง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าอันดับแรกที่เป็นสาเหตุในเรื่องนี้ก็คือคน คนที่ยังมีความโลภ ทําทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ตัวเองไม่ว่าที่ไหน เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่ต้องควบคุมให้ได้ แต่ควบคุมยาก ผมเชื่อเหลือเกินว่าถ้าจะควบคุมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ต้องมีการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงเท่านั้น เพราะการปกครอง ประชาธิปไตยนั้นมีการควบคุม มีการสอบสวน ไม่มีการปกครองประเทศอื่นที่ควบคุมไม่ได้ ฉะนั้นกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้ามีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ผมเชื่อเหลือเกิน ว่าเราปราบปรามได้ทําได้ครับ ทําอย่างถูกต้อง เพราะว่ามนุษย์เรามีกิเลส ถ้าไม่ควบคุม คงทําไม่ได้ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมขอฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ ว่าให้ศึกษาอย่างจริงจัง แล้วขอให้เปลี่ยนโครงสร้างเสียที ขอให้ฝากพวกเรา ไม่ว่าจะเป็น ตํารวจ ทหาร อัยการ ไม่ใช่ไปดูงานประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างเดียว ให้ไปดูในทวีปยุโรป ด้วยครับ เพื่อมาดูเปรียบเทียบกันครับ เพื่อจะได้แก้ไขในสิ่งที่ถูกต้องต่อไป ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ