ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ชี้แจงนโยบายการจัดการศึกษา เรื่องสิทธิการแสดงออกของนักเรียน ความปลอดภัยในโรงเรียน และการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากเยาวชน พร้อมยืนยันการดำเนินการตามกฎหมายหากมีการกระทำผิดในสถานศึกษา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ก็ยินดีตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ผมขออนุญาตตอบคําถามที่ท่านถามก่อนเรื่องแรกว่าเด็ก ๆ สามารถ ชู ๓ นิ้วได้หรือไม่ สามารถแสดงออกเป็นสัญลักษณ์ได้หรือไม่ อันนี้ผมได้พูดคุยกับน้อง ๆ แล้วนะครับ จริง ๆ แล้วมันเป็นสิทธิเสรีภาพของนักเรียนที่จะแสดงออก เพียงแต่ว่าในฐานะ ที่เป็นผู้ใหญ่ แล้วก็คุณครูบางคนก็อาจจะมีการพูดถึงการแสดงออกที่เหมาะสม ไม่ก้าวร้าว หรือว่า ไม่หยาบคาย ทางกระทรวงศึกษาธิการเองมีจดหมายออกไป ๓ ฉบับ ลงวันที่ ๒๓ มีนาคม ตั้งแต่เดือนมีนาคม ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม ลงวันที่ ๒๐ สิงหาคม ให้ทางผู้บริหารสถานศึกษา คุณครูรับทราบถึงแนวทางที่เด็กและเยาวชนของประเทศไทยสามารถมีเวทีแสดงออกได้ ส่วนในความเหมาะสมมีส่วนหนึ่งในประกาศที่ออกไปให้ระมัดระวังถึงความปลอดภัยในช่วง โควิด (COVID) มีคําที่พูดถึงความปลอดภัยของนักเรียน ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามามี ส่วนร่วมในการชุมนุมหรือแสดงออกในโรงเรียน ฉะนั้นหวังว่าท่านคงทราบชัดเจนถึงแนวทาง ของกระทรวงศึกษาธิการในการที่รับทราบสิทธิของเด็กและเยาวชนในการแสดงออก และตรงกับ พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ ผมขอตอบคําถามอื่น ๆ ที่ท่านถามมีการพาดพิงถึง ตัวผมเองในช่วงมีการชุมนุมในปี ๒๕๕๖ ปี ๒๕๕๗ และเกี่ยวข้องกับการเป็นรัฐมนตรีของผม การเป็นรัฐมนตรีของผมถ้าหากท่านเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เราทุกคน รับการเลือกตั้งเสนอตัวเพื่อรับการเลือกตั้งผ่านกระบวนการประชาธิปไตย ผมเป็นปาร์ตีลิสต์ (Party list) เบอร์ ๑ ของพรรคพลังประชารัฐ ฉะนั้นถ้าหากว่าพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็น พรรคแกนนําของรัฐบาลได้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ผมก็คิดว่าผมน่าจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่ได้รับ การพิจารณาให้เป็นรัฐมนตรี การที่ผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผมก็คิดว่า ท่านรัฐมนตรีได้มองถึงประสบการณ์การทํางานที่ผ่านมา ครอบครัวผมมีโรงเรียน คุณแม่ผม เป็นผู้จัดการโรงเรียน ภรรยาผมมีโรงเรียน ครอบครัวผมมีโรงเรียน ก่อนที่ผมตั้งโรงเรียน นานาชาติผมมีโอกาสไปดูโรงเรียนทั่วโลก ๔๐ โรงเรียน ฉะนั้นในกระบวนการผมคิดว่า การเป็นรัฐมนตรีของผมน่าจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการการเลือกตั้งและความเหมาะสม ท่านถามเรื่องของตํารวจเข้าไปในสถานศึกษาเมื่อมีการกระทําผิด ถ้าหากว่าท่านฟังคําถาม ของสื่อมวลชนอย่างครบถ้วน ผมตอบว่าถ้าหากมีการกระทําผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดําเนินการ ถ้าหากเด็กและเยาวชนมีการขายยาเสพติดในโรงเรียน มีการล่วงละเมิดทางเพศ ทําผิดกฎหมายต่าง ๆ ก็เป็นสิทธิของเจ้าหน้าที่ และผมคิดว่า เจ้าหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะอยู่ในโรงเรียนหรือว่าจะอยู่ในที่ใดก็แล้วแต่ นั่นคือ คําตอบที่ผมให้สื่อมวลชน เพียงแต่ว่าอาจจะมีกลุ่มคนหรือว่าสื่อบางสื่อนํามาพูดในแนวทาง ที่สร้างความแตกแยก ผมเรียนท่านในเรื่องของการเปิดรับฟังความคิดเห็น ผมบอกน้อง ๆ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคมที่ผมได้ไปพบน้อง ๆ นอกบริเวณกระทรวงศึกษาธิการ ผมเรียนท่านว่า ในหลาย ๆ คําถาม หลาย ๆ ประเด็นที่น้อง ๆ พูดถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์เกี่ยวกับเรื่องของ การศึกษา เกี่ยวกับเรื่องอนาคตของเขา ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทางการเมืองที่ท่านพูดถึง เมื่อสักครู่ และวันนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็เปิดเวทีรับฟังมากขึ้น มีประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ทุกโรงเรียน ผ่านสภานักเรียน ผ่านกรรมการสถานศึกษา ผ่านคณะผู้ปกครองรับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียนรวบรวมมาให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ ๑๕ กันยายน เพื่อเราจะมาเรียง ในลําดับของปัญหาของนักเรียนของอนาคตของประเทศชาติ ซึ่งเราก็ยอมรับถ้าหากว่ามีเรื่อง ของความคิดเห็นทางการเมือง มีการแสดงออกในเรื่องของสิทธิเสรีภาพก็เป็นสิทธิที่นักเรียน จะนําเสนอผ่านกระบวนการที่ผมพูดเมื่อสักครู่ แต่จากที่ผมฟังมาในช่วง ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวนักเรียน เกี่ยวกับกระบวนการการศึกษา ซึ่งเขามีข้อกังวล ในหลาย ๆ เรื่อง คําถามแรกที่น้อง ๆ เขาถามวันนั้นที่ผมออกไปพบเขา เขาถามว่าทําไม ประเทศไทยไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก แล้วเราจะแข่งขันได้อย่างไร คําถามที่ ๒ เขาถามว่าทําไมพวกหนูต้องเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ หรือว่าเมืองใหญ่ ๆ แปลว่าความเหลื่อมล้ํา ทางการศึกษายังมีอยู่ เขาถามถึงภาระงานของครูที่มีมากมายจนเขาไม่คิดว่าจะสามารถ ให้การศึกษาเขาได้อย่างเต็มที่ ถ้าหากการแสดงความคิดเห็นเป็นเรื่องเหล่านี้ ผมภูมิใจ ในอนาคตของประเทศชาติผ่านเยาวชน และผมก็หวังว่าในการแสดงออกถ้าหากไม่มี การบิดเบือนอะไรผมคิดว่าน้อง ๆ ส่วนใหญ่มาเพราะอยากให้อนาคตของเขาทางการศึกษา ดีขึ้น ฉะนั้นผมสรุปสั้น ๆ นะครับ ถ้าหากว่ามีเรื่องความผิดไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่โรงเรียน หรือที่ไหน ผมสนับสนุนให้ทางเจ้าหน้าที่ดําเนินการตามกฎหมายครับ เพราะว่าประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ขอบคุณครับ