ทองแดง เบ็ญจะปัก หารือเรื่องการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการลักลอบนำเข้าน้ำมันพืชที่ผลิตได้ในประเทศ เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันมะพร้าว ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพืชในประเทศสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายเรื่องการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน ผมจะให้ข้อสังเกตสักนิดหนึ่งว่าการใช้พลังงาน ของเรานั้นปกติพลังงานที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ก็จะเป็นพลังงานที่เราใช้เพื่อการขับเคลื่อน เศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมนะครับ แต่ผมจะแยก พูดถึงเรื่องการใช้ของภาคครัวเรือนของประชาชนนะครับ การใช้พลังงานส่วนนี้ที่เป็นน้ํามัน ของภาคครัวเรือนก็จะเป็นน้ํามันที่เราใช้หุงต้มหรือน้ํามันพืชที่เราผลิตได้ในประเทศ การที่เรา ผลิตได้ในประเทศจะเป็นน้ํามันปาล์มและเป็นน้ํามันที่ผลิตจากมะพร้าว แล้วก็น้ํามันพืช ที่เราทํามาจากถั่วเหลืองและถั่วเขียว พลังงานชนิดนี้ที่เราใช้มากที่สุดและมีขบวนการลักลอบ เข้ามาจากต่างประเทศเพื่อทําให้พลังงานเราส่วนนี้เอามาใช้ หรือที่เราผลิตได้ทําให้ ราคาตกต่ําเหมือนกับในปัจจุบันนี้เราจะมีคณะกรรมาธิการแก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตร เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้นะครับ ผมก็อยู่ในนั้นโดยมีท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นประธาน แล้วก็มีท่านวีระกร คําประกอบ เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการการลักลอบนําน้ํามันปาล์ม หรือน้ํามันทดแทนเข้ามาเพื่อทําให้การใช้พลังงานในภาคครัวเรือนของเรานั้นมีราคาสูงขึ้น คือการนําเข้ามามันเกิดขึ้นจากคนลักลอบหรือคนที่มีผลประโยชน์ต่อเนื่องกันไม่ว่าจะอยู่ใน ภาคการเมืองด้วยและนักธุรกิจที่อยู่ด้วยกัน การลักลอบเข้ามาทําให้พลังงานในประเทศไทยเรานั้นไม่ยั่งยืน อย่างเช่น น้ํามันปาล์ม ในสมัยหนึ่งก็จะมีการนําน้ํามันปาล์มเข้ามาแล้วก็เอามาขายตัดราคาหรือเขาเรียกว่าเอาเข้ามา ธงโน้นธงนี้มากมาย นี่ก็คือการเข้ามาโดยไม่ผ่านการเสียภาษีศุลกากร ตรงนี้ก็เป็นพลังงาน ที่จะทําให้ประเทศไทยเราตกอยู่ในความลําบาก แม้จะเป็นพลังงานที่เกิดขึ้นในการขุดเจาะ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซธรรมชาติก็ตาม การที่เราผลิตได้จากน้ํามันปาล์มก็ตาม พวกนี้สุดท้าย ผลประโยชน์ต่าง ๆ นั้นก็ตกไปอยู่กับนายทุน ในเมื่อนายทุนได้ผลประโยชน์จากส่วนนี้ ก็สนับสนุนหรือส่งเสริมให้ประชาชน หรือขึ้นภาษีจากทางหน่วยงานราชการนั้น ขึ้นภาษี เก็บภาษีแวต (VAT) เก็บภาษีเสร็จแล้วสุดท้ายเอาไปผลิต เมื่อนําน้ํามันต่าง ๆ น้ํามันปาล์ม หรือน้ํามันถั่วเหลืองนี้เข้ามาแล้วก็เอามาบรรจุหรือผลิตแล้วก็เสียภาษี สุดท้ายประชาชน เป็นคนได้รับผลกระทบที่มากมาย เพราะประชาชนคนส่วนใหญ่นั้นเราใช้น้ํามันพืชในการ ปรุงอาหาร ใช้น้ํามันพืชในการทําขนมในครัวเรือนต่าง ๆ เพราะฉะนั้นในครัวเรือนต่าง ๆ จะใช้น้ํามันจํานวนมาก พูดจริง ๆ แล้วก็คือมากมาย รถยนต์ใช้เยอะก็จริง อุตสาหกรรม ใช้เยอะก็จริง แต่ผลกระทบนั้นมันมีผลประโยชน์แอบแฝงอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะผลิต เป็นน้ํามันเอามาให้ประชาชนบริโภคหรือจะผลิตลงในส่วนต่าง ๆ ของอุตสาหกรรม สุดท้าย ผลกระทบนี้ก็ไหลมาสู่ประชาชนอยู่ดี จะพัฒนาให้ยั่งยืนได้อย่างไร นอกเสียจากเราต้องให้ ประชาชนเข้าใจและตรวจสอบได้ในการที่ภาครัฐจะนําสัมปทานเข้ามาก็ดีหรือทาง หน่วยงานราชการ อย่างเช่น ในประเทศไทยเรามีส่วนที่ติดกับทะเลประมาณ ๒๒ จังหวัด เราจะต้องควบคุมดูแลให้ดี ไม่ว่าจะเป็นทางเข้าทางไหนก็แล้วแต่ น้ํามันพวกนี้ไหลเข้ามาได้ ทําให้ประเทศไทยเราไม่ยั่งยืน หรือเรื่องทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ก็ส่งผลให้ประชาชน บางทีเขาก็ซื้อแพง บางทีเราก็ซื้อถูกหรือการผลิตต่าง ๆ ทําให้ประชาชนมีผลกระทบมากมาย จากภาคครัวเรือนนี้ อยากจะให้ทางรัฐบาลมีความยุติธรรมหรือมีความเป็นธรรมให้กับ ประชาชน ผลิตอะไรออกมาก็แล้วแต่ ควบคุมดูแล เสร็จแล้วก็ให้ประชาชนได้รับ ผลประโยชน์ในการเก็บภาษีต่าง ๆ เพื่อประชาชนจะได้รู้ว่าการที่จะทําทิศทางใดนั้น เขาจะได้รู้ว่าเขาจะทําอย่างไรได้ในชีวิตประจําวันของเขา จะได้กําหนดได้ เพราะความไม่เป็นธรรม เกิดขึ้นนี้แหละ ถึงทําให้ในระบบพลังงานของเราในปัจจุบันนี้มีปัญหามากมาย รถเวลาวิ่งมา ก็ทําถนนไว้หรือเราทําถนนไม่ครบวงจร ทําให้การใช้พลังงานจากน้ํามันดีเซล จากน้ํามัน เบนซินต่าง ๆ ทําให้รถติด ทําให้อะไรต่าง ๆ คือประชาชนต้องใช้ในส่วนนี้ด้วย อยากจะฝากไว้ว่า การใช้น้ํามันที่มากที่สุดหรือพลังงานของเราจะมั่นคงที่สุดคือให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์ จากการผลิตพวกน้ํามันพืช พวกอะไรในครัวเรือนให้ถูกลงมานะครับ ฝากไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ