จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือปัญหาความไม่เป็นธรรมในโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ำมันที่ทำให้ประชาชนแบกรับภาระต้นทุนสูง ทั้งที่ราคาน้ำมันในประเทศสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านแม้มีแหล่งผลิตในประเทศ โดยตั้งคำถามต่อการเก็บภาษีที่ซับซ้อนและการบริหารจัดการน้ำมัน พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรมและส่งเสริมพลังงานทางเลือก เช่น รถไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และกังหันลม เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน ลดมลพิษและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จํานวนมากทีเดียว ที่มีความตั้งใจและร่วมกันขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ํามันอย่างเป็นระบบ ผมขออนุญาตทําตามท่านประธานแนะนําอ่านญัตติซึ่งไม่ยาวมากนะครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยปัจจุบันประเทศไทยมีราคาขายปลีกน้ํามันราคาสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศมาเลเซีย และประเทศเมียนมา ทั้งที่ประเทศไทยมีแหล่งขุดเจาะน้ํามันหลายแห่ง ทั้งบนบกและในอ่าวไทย ปัจจัยหนึ่ง เกิดจากปัญหาโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ํามันเชื้อเพลิงที่ไม่มีความเหมาะสม โดยน้ํามัน ๑ ลิตร มีโครงสร้างราคาน้ํามัน ๗ ประการ คือราคาหน้าโรงกลั่น ภาษีเทศบาล ภาษีสรรพสามิต กองทุนน้ํามันเชื้อเพลิง กองทุนลดพลังงาน ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าการตลาด จะเห็นได้ว่ารัฐต้องจ่ายให้กับส่วนแบ่งเหล่านี้เป็นจํานวนมาก ประชาชน จึงจ่ายค่าน้ํามันสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจําเป็นที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และกองทุนน้ํามันอย่างเป็นระบบ ให้สอดคล้องและเพียงพอกับความต้องการของประชาชน เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและประเทศไทยโดยรวม ตลอดจนเพื่อบรรเทา ภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การขนส่งและราคาสินค้า
ดังนั้น จึงขอเสนอญัตติดังกล่าวเพื่อมาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ํามันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ราคาพลังงานในประเทศไทยมีความเหมาะสมตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลรายละเอียดจะขอชี้แจง ในที่ประชุมสภา ท่านประธานครับ ผมอยู่ต่างจังหวัด พี่น้องต่างจังหวัดในช่วงที่โควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดอย่างรุนแรง พี่น้องเขาถามผมว่าราคาน้ํามันตลาดโลก ณ วันนั้น ประมาณช่วงเดือนเมษายน ราคาน้ํามันโรงกลั่น น้ํามันดิบ ๑๔ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาปัจจุบันวันนี้ ๔๔ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ทําไมราคาน้ํามันดิบต่ํามาก ๆ แต่ราคาขาย ทําไมต่ํานิดเดียว ผมก็มาดูครับ ราคาน้ํามันเบนซิน ณ วันที่ ๑ เมษายน น้ํามันเบนซิน โรงกลั่น ๕.๓๒ บาท ขาย ๒๕.๖๖ บาท น้ํามันดีเซลโรงกลั่น ๙.๕๗ บาท ขาย ๒๐.๔๙ บาท แต่พอมาวันนี้น้ํามันเบนซินเพิ่มจาก ๑๔ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น ๔๔ ราคา ๑๐.๑๔ บาท แต่ขายวันนี้ ๒๙.๓๖ บาท น้ํามันดีเซลราคา ๑๐ บาท ขาย ๒๑.๙๙ บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคน บอกน้ํามันราคาลงมาก ราคาควรจะเหลือไม่ถึง ๒๐ บาท เหลือสัก ๑๐ บาท นี่น้ํามันเพิ่ม ๔๐ ราคาก็ควรจะไม่มาก แต่ไฉนจึงทําให้เราต้องใช้น้ํามันแพง พี่น้องประชาชนเขาไม่มีโอกาส ที่จะมาต่อสู้ดิ้นรน เขาก็มีแต่เรียกร้องบอกผ่านมายังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าช่วยไปแก้ไข ไปบริหารจัดการให้น้ํามันสําหรับเขาได้ใช้ถูกลง ถ้าถูกลงผลเยอะมากในการที่เป็นประโยชน์ เช่น ราคาสินค้าขนส่งและเขาต้องใช้น้ํามันทั้งดีเซลที่เป็นประโยชน์ในเรือกสวนไร่นา แต่เขากลับต้องถูกกระทําด้วยราคาน้ํามันที่แพงทั้งที่แทบจะไม่มีเงินเหลืออยู่แล้ว เป็นหนี้เป็นสิน ทีนี้กลับมาดูน้ํามันเทียบกันเขาก็บอกว่าทําไมประเทศมาเลเซียกับประเทศไทยอยู่ใกล้กันนิดเดียว แต่ราคาน้ํามันห่างกัน ๑๐ บาท ผมขออนุญาตยกตัวอย่างน้ํามันดีเซลของประเทศไทย ณ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ราคา ๒๕.๖๙ บาท น้ํามันดีเซลของประเทศมาเลเซียราคา ๑๕.๗๕ บาท ราคาต่างกันเกือบ ๑๐ บาท ๙ บาทกว่า ก็ปรากฏว่ามีคนเฉลยมาว่าเพราะประเทศมาเลเซีย เก็บเรื่องภาษีน้ํามันมีแค่ ๒ ส่วน ของเรา ๔ ส่วน ส่วนของประเทศมาเลเซียก็คือน้ํามันดิบ น้ํามันหน้าโรงกลั่น น้ํามันที่ใช้จริงบวกกับค่าการตลาด ๒ ตัวเท่านั้น แต่ของประเทศไทยนั้น ปาเข้าไปภาษี ๓ ตัว ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่ม เก็บกองทุนอีกครับ กองทุนพลังงานอีก ๒ ๕ ตัว ของเขามีตัวเดียวจึงต่างกันเกือบ ๑๐ บาท ทําให้ไม่แปลกเลย ผมเป็นคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมจึงไม่แปลกเลยว่า ในเมื่อภาคใต้ราคามันต่างกัน เขาก็เอาราคาน้ํามันมาขายทําให้เกิดน้ํามันเถื่อน ทําให้เกิด ปัญหา แล้วทําไมเราถึงต้องสิ้นเปลืองงบประมาณไปปราบปราม ไปป้องกันดูแลน้ํามันเถื่อน ที่เข้ามาราคาต่างกัน แกป (Gap) ต่างกันตั้ง ๘-๙ บาท ทําไมเราต้องไปทํา ทําไมเราไม่ปรับ โครงสร้างราคาน้ํามันให้เป็นธรรม ให้กับคนไทยทั้งประเทศได้ชื่นใจหน่อย ถ้าน้ํามันเหลือสัก ๑๐ บาทต้น ๆ เหมือนกับประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่าจะแพงกว่าประเทศมาเลเซีย นิดหน่อย แต่ก็ถูกกว่าเราถ้าเปรียบเทียบ ของประเทศพม่าเขาประมาณ ๑๙ บาทดีเซล ของประเทศมาเลเซียประมาณ ๑๕ บาท ของประเทศไทย ๒๕ บาท ถ้าเราเปรียบเทียบ ตรงนี้ได้ นี่คือความอัดอั้นตันใจของผู้ซึ่งไม่มีโอกาส ประชาชน ๖๙ ล้านคน ใช้น้ํามันวันหนึ่ง ๑.๔ ล้านบาร์เรล นี่คือประเด็นที่ ๑ ที่ผมจะนําเรียนท่านประธาน ประเด็นที่ ๒ ก็มีคนสงสัยว่า เรามีแหล่งขุดเจาะน้ํามันเยอะแยะไปหมด โดยเฉพาะในอ่าวไทยซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ซึ่งมีการ ทับถมของซาก เป็นแพลงก์ตอน (Plankton) หลายล้านปีทําให้มีแหล่งน้ํามันเยอะมาก บนบกก็มีส่วนหนึ่งแต่การทับถมมันไม่พอ เราขุดเจาะจากแหล่งทั้งหมดวันหนึ่งจะได้สักเท่าไร และเรานําเข้าเท่าไร ตัวเลขตรงนี้ต้นทุนเท่าไร อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ช่วยกัน ร่วมเสนอญัตติทั้งหมดที่พูดถึง แหล่งจัสมิน แหล่งบานเย็น วันหนึ่งได้ ๑๒,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน แหล่งบัวหลวง ๗,๔๐๐ บาร์เรลต่อวัน แหล่งสงขลา ๑๗,๕๐๐ บาร์เรลต่อวัน แหล่งเอราวัณ ซึ่งใหญ่มาก รวมตั้งแต่บรรพต ปลาทอง สตูลแหล่งไพลิน ๓๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน และแถมยังมีก๊าซธรรมชาติอีก ๕๓,๘๐๐ บาร์เรลต่อวัน และแหล่งที่ ๕ แหล่งทานตะวันอีก ๒๕,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน เบ็ดเสร็จรวมตัวเลขแล้ว ๙๑,๙๐๐ บาร์เรลต่อวัน น้ํามันดิบที่เห็น ที่แจ้งชัดมีขนาดนี้ แต่เวลาเราไปเทียบราคาน้ํามันดิบจากประเทศสิงคโปร์ซึ่งอ้างว่าเรามี ค่าขนส่งมาเยอะ แต่ราคาน้ํามันดิบในทุนของเราก็มีอยู่แล้วทําไมไม่คิดด้วย เพราะฉะนั้นการที่ โครงสร้างราคาน้ํามันมันเปลี่ยนแปลง มันไม่เป็นธรรม มันจากหลายสาเหตุอย่างที่ผมอภิปราย ครั้งแรกคือเรื่องของภาษีก็เป็นส่วนหนึ่ง เรื่องการบริหารจัดการ เรื่องของการดูแลว่าการขุดเจาะ เราได้มามากน้อยแจ้งให้ประชาชน ยุคนี้เป็นยุคข่าวสาร อย่างเมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงการได้ขุดเจาะน้ํามันที่จังหวัดสุพรรณบุรี แล้วขายไปได้ตั้ง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ได้เงินมาให้กับหน่วยของพื้นที่ที่ต้องดูแลสภาพเขาเสียไป มันนิดเดียว เพราะฉะนั้นต้องปรับปรุงตรงนี้ ผมยังกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้เราจะดําเนินงานโครงการหรือนโยบายพลังงาน ของประเทศไทยอย่างไร เราอยากอยู่แบบนี้หรือเปล่าครับ ต้องเก็บเงินมา เก็บภาษี กองทุนน้ํามัน เก็บต่าง ๆ เยอะไปหมดรวมแล้วเป็น ๑๐ บาท แล้วก็มาแบ่งซับซิไดซ์ (Subsidize) แต่ละที่ ชดเชยกันอย่างไร เป็นอย่างนี้ไปตลอดทั้งปีหรือตลอดไปหรือ ประเทศไทยเราไม่มีนโยบายที่ดีกว่านี้หรือ เราจะไม่ทําว่าอันไหนที่ไม่เป็นประโยชน์ เราก็ไม่ต้องเก็บ นี่คือไม่ต้องมาคิด ๒. นโยบายที่เรามาใช้พลังงานโดยใช้เอทานอล (Ethanol) กับมันสําปะหลังเข้ามาทดแทน ไม่ว่าจะเป็นแก๊สโซฮอล์ ๙๕ (Gasohol95) อี ๑๐ (E10) อี ๒๐ (E20) อี ๘๕ (E85) และดีเซล บี ๗ (B7) บี ๑๐ (B10) บี ๒๐ (B20) ก็รู้ ๆ อยู่แล้วว่าถ้าเราเอา พลังงานพวกนี้ที่เราทําสินค้าเกษตรเราก็หวงแหนเพราะเราเป็นครัวของโลกต้องมาชดเชย มาทําพลังงานแล้วราคาก็แพงกว่าน้ํามันทั่วไป รัฐบาลก็ต้องซับซิไดซ์ (Subsidize) เงินเข้าไปอีก จํานวนมาก เราจะถมกันขนาดนี้แล้วเมื่อไรจะเต็ม จะเป็นอย่างนี้ไปอย่างไร เพราะฉะนั้น ต้องแก้ที่ต้นเหตุเลยนะครับ คือราคาสินค้าเกษตรเราต้องให้เขาอยู่ได้โดยที่มีราคาที่ขายได้ สูงกว่ามาทําน้ํามัน แล้วพี่น้องประชาชนเขามีพลังที่ทําเกษตรแล้วภูมิใจ ไม่ต้องเอาน้ํามันมาใช้ ไม่ต้องเอาสินค้าเกษตร เอทานอล (Ethanol) หรือแอลกอฮอล์ หรือมันสําปะหลังมาเป็น น้ํามันทําเป็นเสริม
ประเด็นถัดมาก็คือเรื่องการใช้พลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน ผมต้อง เรียนว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องจริงจังกับการลดการใช้น้ํามัน เราสตาร์ต (Start) รถครั้งหนึ่ง ก๊าซที่ออกมา ก๊าชที่เป็นพิษมากที่สุดก็คือไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide) กับซัลเฟอร์ (Sulfur) ซึ่งเป็นพิษทางสิ่งแวดล้อมซึ่งสะสม เป็นพิษทั้งคนที่อยู่ รวมทั้งสภาพแวดล้อม แล้วก็จะสั่งสมไปเรื่อย ๆ ทั้งโลกร้อนทั้งอะไร เป็นการเผาไหม้ ถ้าเผาไหม้แบบน้ํามัน ไม่สมบูรณ์ก็มีก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้ามาอีก สุขภาพร่างกาย ผมเป็นแพทย์ก็อดห่วงไม่ได้ ยิ่งรถติด ๆ เพราะฉะนั้นนโยบายที่เราอยากเห็นก็คือลดการใช้น้ํามันโดยใช้พลังงานทางเลือก ทุกรูปแบบ ทุกวิถีทาง เรื่องของการใช้รถไฟฟ้า ทุกคนก็พอรู้ว่ามีรถไฟฟ้ามาราคาไม่แพง แต่ไม่เห็นเป็นรูปธรรมสักที การที่จัดนโยบายว่าใครรณรงค์กันมาซื้อรถไฟฟ้าเราลดภาษีให้เขา เก็บภาษีให้น้อยที่สุด เมื่อใช้รถไฟฟ้าเยอะการบริโภคน้ํามัน การใช้น้ํามันน้อยลงมันก็จะเป็น การช่วยสิ่งแวดล้อมไปอีกทางหนึ่ง เรื่องของรถไฟฟ้าต้องมาแน่ ๆ แต่ทําไมถึงมาช้า มันติดอยู่ ตรงไหน มันมีเหตุผลกลใดตรงไหนที่ทําให้มาไม่ได้ เพราะมีปัญหาว่าถ้าเข้ามาแล้วมันจะ ขัดผลประโยชน์อย่างไรหรือไม่ พลังงานทางเลือกต่อไปก็คือพลังงานโซลาร์เซลล์ (Solar cell) โซลาร์รูฟ (Solar roof) ตอนนี้ไฟที่บ้านทุกคนเขาก็ไม่อยากเสียค่าไฟ เพราะว่า มีทั้งเอฟที (Ft) เขาซื้อไฟหลอดติดโซลาร์เซลล์ (Solar cell) หลอดหนึ่ง ๘๐๐ บาท ๙๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ติดทั้งปีทั้งชาติ ไม่ต้องเปิดสวิทช์เลย ค่ําก็เปิด เช้ามาก็ปิด ธรรมชาติ ไม่ต้องเสียค่าไฟ เพราะฉะนั้นนี่คือยกตัวอย่างสั้น ๆ ยิ่งเป็นห้างสรรพสินค้า อย่างของ คุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านก็พยายามจะใช้โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ในการปูข้างบนทั้งหมด มันก็จะประหยัดในการผลตอบแทนคืนมา แล้วถ้าเป็นแหล่งอื่น ๆ ผมไปดูงานในฐานะที่เป็น กรรมาธิการเรื่องน้ํา ไปดูงานที่จังหวัดภาคใต้เขาบอกว่าเขาใช้น้ํามันในการสูบน้ําเพื่อไปเลี้ยง ที่เกาะต่าง ๆ ลําบากมาก ก็แนะนําว่าถ้าใช้โซลาร์เซลล์ (Solar cell) คลุมที่แหล่งน้ํานั้นแล้ว ใช้มาแทบจะไม่ต้องใช้น้ํามันเลย เพราะฉะนั้นก็เป็นทางเลือกแล้ว หรือจะใช้กังหันลม ลมมาเยอะเราใช้กังหันลมตัวหนึ่งผลิตได้เป็น ๑-๒ เมกะวัตต์ ตัวใหญ่ ๆ ลงทุนครั้งเดียว นี่คือพลังงานลม หรือจะเป็นพลังงานทางเลือกอื่น ๆ พลังงานสะอาดอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าเราต้องมาพิจารณากันแล้วว่าประเทศไทยเราจะเดินกันอย่างนี้หรือครับ เราจะให้พลังงานเป็นแบบนี้ บิดเบี้ยวแบบนี้ แล้วคนที่ไม่มีปากมีเสียงก็ต้องทนรับเคราะห์รับกรรมใช้แต่ของแพง และเขาก็ไม่มีทางต่อสู้ ดิ้นรน กลับให้เราช่วยกันปรับโครงสร้างประเทศชาติใหม่ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงจําเป็นอย่างยิ่งที่ พี่น้องประชาชนเห็นว่ารัฐบาลหรือสภาเราได้ร่วมกันเสนอญัตติตรงนี้ ผมดีใจที่ท่านประธาน ได้บรรจุญัตตินี้แล้วนําเข้ามาพิจารณา วันนี้เราจะได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาแก้ไขปัญหา ตรงนี้อย่างจริงจังเป็นทั้งระบบ ทําให้เป็นขวัญเป็นกําลังใจกับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ให้เขามีความสุข ใช้น้ํามันราคาถูก ส่งเสริมในเรื่องของพลังงานสะอาด ช่วยลดภาษี ช่วยให้เขาได้ลืมตาอ้าปากแล้วจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ถ้าเกิดทาง คณะกรรมาธิการอาจจะไม่ได้ตั้งด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม จะส่งไปในกองทุน ส่งไปใน คณะกรรมาธิการการพลังงานก็ขอให้พวกเราได้ช่วยกันไปตามดู ผู้เสนอญัตติมีโอกาสเข้าไปดูด้วย เข้าไปเสนอแนะไปดูด้วยในส่วนคณะกรรมาธิการ ศึกษาเสร็จส่งมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจะดู ผลการศึกษาเหมือนที่กรรมาธิการอื่น ๆ ทําให้เร็วที่สุด ให้เป็นประโยชน์สูงสุด แล้วรีบ ประกาศส่งไปรัฐบาลก็เป็นอีกทางหนึ่ง ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอเป็นกําลังใจให้กับผู้ซึ่งจะมา ดําเนินการตรงนี้อย่างเป็นระบบในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของพลังงานโครงสร้างน้ํามัน ทั้งน้ํามัน ทั้งแก๊ส ทั้งหมดให้เป็นรูปธรรมนะครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณมากครับ