พรชัย ตระกูลวรานนท์ ชี้แจงว่าข้อเสนอการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขตมีเป้าหมายไม่ใช่เพียงการฟื้นตำแหน่ง ส.ข. แต่เป็นการปรับบทบาทให้มีหน้าที่และความรับผิดชอบมากขึ้น เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการบริการและการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยอ้างอิงจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างชุมชนในกรุงเทพมหานครที่ผ่านมา และเสนอให้มีการเลือกตั้ง ส.ข. โดยตรงพร้อมให้ตัวแทนชุมชนมีส่วนร่วมในสภาเขต เพื่อส่งเสริมหลักการประชาธิปไตยและการกระจายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม พรชัย ตระกูลวรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการและ ประธานอนุกรรมาธิการที่รับผิดชอบในเรื่องนี้จะขออนุญาตท่านประธานยืนยันในสิ่งซึ่ง ท่านประธานกรรมาธิการเมื่อสักครู่ แล้วก็เพื่อนกรรมาธิการท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ได้รายงานต่อท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ซึ่งได้อภิปรายไปก่อนหน้านั้น ผมเรียนว่า ผมเช่นเดียวกันกับทุกท่านนะครับ ที่รับทราบมาโดยตลอดว่ากรุงเทพมหานครมีปัญหา ต่าง ๆ ค่อนข้างมากอยู่ ทั้งในเชิงโครงสร้าง ในเชิงการให้บริการ แล้วก็ในเชิงการมีส่วนร่วม ทางการเมืองในหลายระดับ อย่างไรก็ตามลักษณะการทํางานของกรรมาธิการอย่างที่ ท่านประธานสภาคงทราบว่าเราก็รับเรื่องที่มีผู้ร้อง ผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการเอง เมื่อได้รับเรื่องจากท่านประธานกรรมาธิการให้ทําการศึกษาในเรื่องควรหรือไม่ควรที่จะมีการ เลือกตั้งสมาชิกสภาเขตตามที่มีผู้ร้องมา ก็ได้พยายามกําหนดบทบาทแล้วก็ขอบเขต ในการศึกษาเพื่อที่จะทํารายงานให้ตรงกับประเด็นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อันนี้จึงเป็น ที่มาว่าในหลายเรื่องซึ่งเป็นปัญหาอยู่ อย่างที่เมื่อสักครู่ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ได้นําเสนอไปแล้ว การจะมีหรือไม่มีนครย่อยออกไปอะไรทํานองนั้น ก็เป็นประเด็นซึ่งอยู่ใน ระหว่างการศึกษา แต่ในรายงานฉบับนี้โฟกัส (Focus) เฉพาะเรื่องการเลือกสมาชิกสภาเขต โดยตรง เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกจํานวนมากเท่าที่ผมจับความได้ก็ล้วนแล้วแต่เห็นด้วยกับ รายงานที่กรรมาธิการเสนอในวันนี้นะครับ หลายท่านบอกว่าดีที่เอาการเลือก ส.ข. กลับมา แต่ผมขออนุญาตรายงานท่านประธานสภาให้ได้รับทราบว่าข้อเสนอของกรรมาธิการ ตามรายงานนี้ไม่เป็นเพียงการนําการเลือกตั้ง ส.ข. กลับมาเท่านั้น แต่ยังเป็นพัฒนาการ อีกขั้นหนึ่ง อนุกรรมาธิการแล้วก็กรรมาธิการได้ไปทําการศึกษาว่าบทบาทหน้าที่เดิม ข้อจํากัดของการทําหน้าที่ของ ส.ข. ตั้งแต่เริ่มมีพระราชบัญญัติกรุงเทพมหานคร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๘ เป็นต้นมา ยังมีความไม่ชัดเจนแล้วก็ไม่มีบทบาทหน้าที่ที่จะสามารถ ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพมหานครได้เท่าที่ควร ฉะนั้น ในคราวนี้จึงไม่ได้เป็นแต่เพียงการเสนอให้เลือกตั้ง ส.ข. โดยตรงเท่านั้น แต่ยังได้มีการเสนอ ให้ปรับแก้ในส่วนของบทบาทหน้าที่ ไม่ได้เป็นเพียงที่ปรึกษาของผู้อํานวยการเขต แต่มีบทบาท หน้าที่อื่น ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในรายละเอียดนั้น ท่านสามารถดูได้ใน ๔.๒ หน้าที่ ๑๓ ของตัวร่างรายงาน กรรมาธิการได้พยายามนําเสนอในสิ่งที่สามารถทําได้ทันที โดยพยายาม หลีกเลี่ยงที่จะไป หรือเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งจะทําให้การเลือกสมาชิกสภาเขต สลับซับซ้อนแล้วก็ยุ่งยากมากเกินไป ก็คาดหวังว่าจะสามารถทําให้ดําเนินการได้จริงในการ เลือกตั้งของกรุงเทพมหานคร หากจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้
อีกประการหนึ่งซึ่งเมื่อครู่เท่าที่ผมได้รับฟังเพื่อนสมาชิกอภิปราย หลายท่าน ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับประชาคม แล้วก็เกี่ยวกับกรรมการชุมชน ประธานชุมชน ผมก็เลย อยากจะขออาศัยโอกาสนี้นําเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่า ต้องยอมรับ ความจริงว่าในช่วงระยะเวลา ๕ ปีเศษที่ผ่านมานี้ นิเวศทางสังคมในกรุงเทพมหานคร ที่ว่าด้วยการบริหารจัดการในเชิงพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร อันสืบเนื่องมาจาก การจัดตั้งองค์กรเชิงท้องถิ่นที่ไม่เป็นทางการแล้วก็ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาบ้าง ทําหน้าที่ เป็นผู้ช่วยบ้าง ลักษณะเป็นอาสาสมัคร ประชาคมก็ดี กรรมการชุมชนในแต่ละชุมชน ที่ถูกจัดตั้งขึ้นก็ดี ก็มีลักษณะเป็นแบบนี้ คือเป็นงานเชิงอาสาสมัคร ผมเองด้วยความที่ ไม่ได้เป็น ส.ส. เขต ไม่ได้มีพื้นที่เขตรับผิดชอบโดยตรง แต่เมื่อได้รับผิดชอบให้ศึกษา ประเด็นปัญหาดังกล่าวนี้ก็ได้พยายามลงไปสํารวจแล้วก็ทําความเข้าใจ อนุกรรมาธิการ ได้ทําประชาคมในหลายเขตพื้นที่ด้วยกัน อนุกรรมาธิการหลายท่านรวมทั้งผมเองด้วย ก็ได้ลงไปเดินสํารวจแล้วก็พบปะพี่น้องประชาชน พบปะกับบุคคลซึ่งเคยทําหน้าที่ ส.ข. และ ยังคงทําหน้าที่ ส.ข. อยู่ พบปะกับประธานชุมชน กรรมการชุมชนที่มีการจัดตั้งขึ้น ในช่วงระยะเวลา ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เราก็พบว่าหลายแห่งก็ประสบความสําเร็จ แล้วก็เป็น ที่ยอมรับของพี่น้องประชาชนในบทบาทต่าง ๆ ที่ได้ดําเนินการไป แม้จะในฐานะ เป็นอาสาสมัครก็ตาม แต่ในหลายแห่งก็เป็นจริงอย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อครู่ได้เคยอภิปราย ไว้บ้างแล้วว่าเป็นคล้าย ๆ ฝาก ๆ กันมาอะไรทํานองเช่นนั้น ซึ่งผมจะขออนุญาตไม่ลง รายละเอียด ในกระบวนการที่เราเตรียมจัดทําข้อเสนอจนนํามาสู่ข้อเสนอว่าทําไม เราจึงเห็นว่าควรจะมีทั้งการเลือกตั้งทางตรง แล้วก็การเลือกกันเองของประธานชุมชน เข้ามาเป็นองค์ประกอบในสภาเขต จึงมีที่มาจากข้อเท็จจริงของระบบนิเวศเชิงสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไป ผมเองยึดหลักการและเชื่อว่าเพื่อนกรรมาธิการทุกท่านที่อยู่ในกรรมาธิการ ชุดเดียวกันนี้ ก็ยึดหลักการว่าสิ่งที่เราพยายามจะทําแล้วก็นําเสนอ วางอยู่บนเงื่อนไข ของความเป็นประชาธิปไตย การกระจายอํานาจ แล้วก็การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ก็ในเมื่อมีชุมชนแล้วก็กรรมการชุมชน มีประชาคมเกิดขึ้นแล้ว การจะไปเบียดขับแล้วก็ ปฏิเสธยอมรับโดยไม่ให้โอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ทั้ง ๆ ที่เขาก็ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในเชิงอาสาสมัครเช่นนี้มา ๔-๕ ปีแล้ว ก็ดูจะขัดกับหลักการ ของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนจนเกินไป อันนี้ก็เป็นที่มาของข้อเสนอว่าทําไม เราจึงเสนอให้มีทั้งการเลือกตั้ง ส.ข. โดยตรง แล้วก็การมีตัวแทนที่เลือกกันเองเข้ามาด้วย จากประธานชุมชนต่าง ๆ ก็มีประเด็นที่จะนําเรียนท่านประธานสภาเพียงเท่านี้ครับ ขอขอบพระคุณครับ