ณัฐพงษ์ ชูกระจายอำนาจ หนุนเลือกตั้งผู้อำนวยการเขตโดยตรง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๒ · ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สรุปการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล 7 คน โดยเน้นผลกระทบจากการรัฐประหารปี 2557 ที่ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นถูกระงับ ส่งผลต่อความต่อเนื่องของหน้าที่สมาชิกสภาเขตและประชาชนในกรุงเทพมหานคร พร้อมเรียกร้องให้เพิ่มบทบาทและอำนาจของตัวแทนประชาชนในระดับเขต รวมถึงผลักดันให้ผู้อำนวยการเขตมาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อเสริมสร้างประชาธิปไตยระดับท้องถิ่นอย่างแท้จริง และวิพากษ์โมเดลการกระจายอำนาจของรัฐไทยที่ไม่สมดุล โดยเฉพาะความเหลื่อมล้ำระหว่างกรุงเทพมหานครกับต่างจังหวัดในโครงสร้างการปกครองท้องถิ่น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการซ้อนทับของอำนาจ มายาคติเรื่องข้าราชการเหนือนักการเมือง และผลประโยชน์ทับซ้อนที่เสี่ยงต่อการถูกอิทธิพลครอบงำ หากขาดกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง จึงสนับสนุนการกระจายอำนาจอย่างแท้จริงผ่านการจัดตั้งสภาเขตและให้มีการเลือกตั้งผู้อำนวยการเขตโดยตรง เพื่อคืนอำนาจสู่ประชาชนและฟื้นฟูการปกครองในกรุงเทพมหานครให้เป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ก่อนจะเริ่มการอภิปราย โดยผมจะเป็นคนกล่าวสรุปประเด็นจากเพื่อนสมาชิกร่วมพรรคก้าวไกลทั้ง ๗ ท่านที่ผ่านมา ทั้งหมดนะครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานครับ กล่าวคําให้กําลังใจแก่น้อง ๆ เยาวชน รวมถึงพี่น้องประชาชนผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยทุกคนครับ ที่ออกไปทวงคืนอนาคตของ พวกเขาผ่านการแสดงออกอย่างสันติ โดยที่ผมแสดงออกเช่นกันโดยการติดโบว์ขาวไว้ที่ บัตรแสดงตน หวังว่าจะไม่เป็นการผิดระเบียบรัฐสภาที่กําหนดให้สมาชิกจะต้องติด บัตรแสดงตนไว้ที่หน้าอกตลอดเวลาที่อยู่ในบริเวณรัฐสภานะครับ

โดยผมจะขอเริ่มจากท่านวรรณวรี ตะล่อมสิน จากเขตยานนาวา บางคอแหลม ที่ได้เปิดประเด็นไว้ให้พวกเราเห็นแล้วว่าการปฏิวัติรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ได้ใช้ ม. ๔๔ เพื่อปลดตัวแทนจากประชาชนและระงับ การเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ ได้ส่งผลกระทบมายังความต่อเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่ของ สมาชิกสภาเขต แล้วส่งผลกระทบไปยังชาวกรุงเทพมหานครในช่วง ๖ ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร

ต่อมากับท่านทศพร ทองศิริ จากเขตราษฎร์บูรณะ เขตทุ่งครุ ที่ได้อภิปราย สนับสนุนในการเพิ่มบทบาทอํานาจหน้าที่ให้กับสมาชิกสภาเขต ตัวแทนประชาชนที่ถือได้ว่า มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่มากที่สุด มากกว่าพวกเรา ส.ก. และ ส.ส. เสียอีก ด้วยซ้ํา

ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ จากเขตบางนา เขตพระโขนง ที่ได้อธิบายให้เห็น ถึงโครงสร้างหน่วยงานภายในสํานักงานเขตของกรุงเทพมหานครที่เปรียบเสมือนได้ว่า เป็นการย่อส่วนกรุงเทพฯ โดยมีตัวแทนจากสํานักต่าง ๆ ลงมาประจําที่สํานักงานเขต ภายใต้ การกํากับดูแลของผู้อํานวยการเขตที่เปรียบเสมือนได้ว่าเป็นผู้ว่าราชการในเขตนั้น ๆ แต่ต่างกันอยู่ที่ว่าผู้อํานวยการเขตในปัจจุบันยังไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ พี่น้องประชาชนนั่นเองครับ

ท่าน พันตํารวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนแบบบัญชีรายชื่อ ที่ได้อภิปรายเปรียบเทียบให้เห็นถึงความย้อนแย้งของโมเดล (Model) การกระจายอํานาจ ของรัฐไทยในปัจจุบันที่แสดงให้เห็นว่า ในต่างจังหวัดทุกวันนี้ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีงบประมาณ รวมกันทั้งจังหวัดราว ๆ รวมหลักพันล้านหรือหลักหมื่นล้านบาทเท่านั้น พวกเรายังกําหนด ให้เขาต้องมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒ ระดับ ก็คือในระดับจังหวัดที่เราเรียกกันว่า อบจ. หรือในระดับรองลงมา อย่างเช่น เทศบาล และ อบต. กันเลย แต่ทําไมครับท่านประธาน กรุงเทพมหานคร ที่ถืองบประมาณในมือราว ๆ ปีละเกือบแสนล้าน มากกว่าต่างจังหวัด อยู่ราว ๆ ๑๐-๑๐๐ เท่า เราถึงกําหนดให้มีตัวแทนประชาชนที่กระจุกตัวอยู่ที่การเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ และการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร อย่างเดียวเท่านั้น

ท่านจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ จากเขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา และท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ จากเขตบางขุนเทียน ที่ได้ชี้ประเด็นให้เห็นถึงความซ้อนทับกันของอํานาจ และโครงสร้างในหน่วยงานราชการปัจจุบันครับ และได้อภิปรายแสดงเหตุผล เพื่อลบล้าง มายาคติที่บอกว่า ข้าราชการที่มาจากการแต่งตั้ง ดีกว่านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะพวกเขาปราศจากการเมืองครับท่านประธาน

ท่านณัฐชาได้แสดงเหตุผลในการอภิปรายแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นใครครับ ข้าราชการหรือนักการเมืองล้วนมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วยกันทั้งสิ้น เพราะพวกเราเห็นแล้วว่า ใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ในอํานาจก็ล้วนมีโอกาสที่จะถูกอํานาจกลืนกินได้ทั้งสิ้น ยิ่งสายป่านการบริหารยาว มีลําดับการบังคับบัญชาหลายชั้นมากเท่าไร อย่าง ผอ. เขต ที่หากเทียบสายการบังคับบัญชา เริ่มตั้งแต่ผู้ว่าฯ โยงยาวไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็ยิ่งมีความห่างไกล ที่ไม่ยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ขาดการตรวจสอบ มากขึ้นเท่านั้น

ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร จากเขตธนบุรี เขตคลองสาน ที่อภิปรายนําเสนอ ให้เห็นถึงโมเดลการกระจายในต่างประเทศที่เขาศิวิไลซ์ (Civilize) แล้ว อย่างเช่นการ กระจายอํานาจแบบหลายขั้น ทูเทียร์ ซิสเต็ม (Two Tier System) ระบบการกระจาย อํานาจที่ตัดโซ่ตรวนแห่งการบังคับบัญชาของระบบรัฐราชการรวมศูนย์ขนาดใหญ่ที่มีความ เทอะทะให้มีความเล็กลง สายป่านสั้นลงและดึงผู้มีอํานาจลงไปอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มากที่สุดให้พวกเราสามารถให้คุณ ให้โทษกับพวกเขาได้นั่นเอง นั่นก็คือการจัดให้มีสภาเขต และการเลือกตั้ง ผอ. เขตนั่นเองครับท่านประธาน

ทุกท่านครับ จากเหตุและผลทั้งหมดที่เพื่อนสมาชิกร่วมพรรคของผม ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ล้วนบอกกับพวกเราแล้วว่าถึงเวลาแล้ววันนี้พวกเราต้องมาช่วยกัน ช่วยกันหมุนนาฬิกาประเทศไทย หมุนนาฬิกาของชาวกรุงเทพมหานครให้กลับมาเป็นปัจจุบัน หลังจากที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หมุนนาฬิกาของคนไทยทุกคนให้ถอยย้อนหลังกลับไป หลายสิบปีนับตั้งแต่การปฏิวัติรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ เมื่อ ๖ ปีก่อนที่ผ่านมา

ดังนั้น ผมจึงขอสรุปการอภิปรายในครั้งนี้เพื่อสนับสนุนผลการศึกษาของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ ในส่วนที่ว่าให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเขต ให้พวกเรานําผู้แทนที่มา จากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชนกลับคืนมา ให้สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา มาร่วมกันคืนอํานาจให้คนกรุงเทพฯ คืนอนาคตใหม่ให้กับประชาชน ขอบคุณครับ