ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ หารือเรื่องการสร้างความปรองดองในชาติ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และหยุดคุกคาม นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ยังเสนอหลักการของผู้ใหญ่ที่ดี 10 ประการตามที่นักเรียนเสนอมา เพื่อช่วยสร้างความปรองดองในชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายแนวทางการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ ตามที่ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนได้เสนอ เพื่อให้รัฐบาลได้รับ ไปพิจารณาต่อไป ท่านประธานคะ ก่อนที่เราจะปรองดองกันได้ฝากท่านประธานสภาไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีก่อนว่า ๑. ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเปิดใจให้กว้างก่อนด้วยความยุติธรรม เพราะคําว่าปรองดอง คือการได้รับความยุติธรรมทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ใช่ว่าฝ่ายหนึ่งได้รับความ ยุติธรรม อีกฝ่ายหนึ่งได้รับยุติความเป็นธรรม เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ก็เกิด จากการไม่ได้รับความยุติธรรมของฝ่ายหนึ่ง และอีกฝ่ายหนึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ถ้าเป็นความคิดเห็นที่ถูกใจกับผู้มีอํานาจ แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ เมื่อเห็นต่างกับผู้มีอํานาจ ก็จะใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ ประเทศไทยเราตอนนี้ กําลังเข้าสู่วิกฤติอย่างหนัก แล้วนับวันยิ่งจะเลวร้ายลงไปเรื่อย ๆ สาเหตุสําคัญก็มาจาก รัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว ทางออกของประเทศจึงต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่าย ต้องร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรา ต้องมีความร่วมมือ ด้วยความจริงใจ รวดเร็ว รัฐบาลต้องเปิดใจให้กว้าง การรับฟังความคิดเห็น ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ ที่เกิดขึ้นเราจึงจําเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นิสิต นักศึกษา หรือกระทั่ง นักเรียน ความคิดเห็นย่อมมีคนทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ข้อเรียกร้องของประชาชนก็ยังอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เราก็สามารถทําความเข้าใจชี้แจงกันไป ซึ่งไม่ใช่ไม่เห็นด้วยแล้วต้องประหัตประหารเอากันให้ ตายไปข้างหนึ่ง อย่างไรเสียนักเรียน นักศึกษาก็เป็นลูกหลานเรา เป็นประชาชนที่มีสิทธิ มีเสียงที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบคือรัฐบาลจึงควรต้องรับฟังและส่งเสริมให้มีการพูดจากัน เราถึงจะเรียกว่าปรองดอง เราจะปรองดองกันได้รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชนก่อน เพราะการคุกคามเป็นหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นที่ทําให้สู่วิกฤติในครั้งนี้ ความขัดแย้งมีพื้นฐาน จากความคิดทางการเมืองที่แตกต่างกันไปทั่วทุกระดับ ลงไปถึงระดับในครอบครัว ความเห็น ที่แตกต่างกันนั้นในสังคมที่เจริญแล้วเราสามารถมีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ไม่นําไปสู่ ความขัดแย้งหรือเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน เพราะเขามีวิธีการแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เป็น ประชาธิปไตย มีหลักการที่เป็นธรรม นําไปสู่ข้อยุติที่ทุกฝ่ายสามารถที่จะยอมรับกันได้ กระบวนการปรองดองเราจะเริ่มต้นได้เราไม่ต้องอาศัยคนจํานวนมากเลย ณ วันนี้เรา เริ่มต้นที่ พลเอก ประยุทธ์ และคณะ ก่อนว่าเราต้องการปรองดองด้วยความจริงใจหรือไม่ ไม่ใช่ปากท่านพูดว่าขอให้เลิกขัดแย้ง ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ก็ยังมีการคุกคามเยาวชน นักศึกษาอย่างต่อเนื่อง ท่านต้องหยุดการกระทําพูดอย่าง ทําอย่าง ณ วันนี้ก่อนเลยนะคะ เพราะการที่ท่านทําปากว่าตาขยิบอย่างนี้เราจะไม่สามารถ เริ่มปรองดองกันได้เลย สิ่งแรกสุดอยู่ที่ความจริงใจของท่าน ดิฉันมั่นใจ ถ้าชายชาติทหารที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับปากในวันนี้อย่างจริงใจว่าเราจะมาหาทางออกร่วมกัน รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง เพื่อไปหาข้อยุติที่เป็นธรรม เราจะสามารถเริ่มปรองดองกันได้ แต่หากท่านปล่อยให้สถานการณ์ ให้วิกฤติความขัดแย้งนี้รุนแรงเรื่อย ๆ เราอาจจะสาย เกินไป ถ้าเราหลีกเลี่ยงความสูญเสียไม่ได้ ท่านที่รับผิดชอบก็คือท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งวันนี้ดิฉันก็มีข้อที่เด็ก ๆ ที่เสนอมาว่าเป็นหลักการผู้ใหญ่ที่ดีที่ดิฉันอาจจะขออนุญาต อ่านให้ท่านประธานและพวกเราฟังที่เราเป็นผู้ใหญ่ด้วยกัน เพื่อเราจะหาทางออกร่วมกันได้ ที่เด็ก ๆ พูดมาว่า ผู้ใหญ่เอ๋ย ผู้ใหญ่ดีต้องมีหน้าที่ ๑๐ อย่างด้วยกัน ๑. เปิดใจกว้างศาสนา ๒. เห็นค่ามนุษย์มั่น ๓. มีวิจารณญาณ ๔. วาจานั้น ไม่ยัดเยียดเหยียดหยาม ๕. ยึดมั่นในเหตุผล ๖. เคารพคนคิดต่าง ๗. รับฟังเด็กบ้าง รับรู้โลกอย่างไม่กีดขวาง ๘. อีโก้ (Ego) ต้องขจัด ๙. ต้องปรับตัวตลอดกาล โลกใหม่ กว้างใหญ่ไพศาลให้เหมาะกับการพัฒนา ๑๐. ทําตนให้เป็นประโยชน์ ทําผิดก็ขอโทษ อย่าโยนผิดให้ลูกหลาน ถึงแม้จะเป็นความคิดของเด็ก ๆ ดิฉันคิดว่าถ้าเราผู้ใหญ่ในวันนี้ นําความคิดที่เด็กเสนอมาวันนี้เข้าไปด้วยกันเราจะสามารถปรองดองกันได้ อย่าให้เหตุการณ์ เลวร้ายไปกว่านี้เลยค่ะ ดิฉันขอบคุณค่ะ