บัญญัติ เจตนจันทร์ สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาการศึกษา โดยเน้นความสำคัญของการปลูกฝังคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และจิตสาธารณะให้แก่เยาวชนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงอุดมศึกษา พร้อมเสนอให้ปรับการศึกษาให้สอดคล้องกับตลาดแรงงานโดยส่งเสริมการเรียนสายอาชีวะและเสริมทักษะร่วมกับภาคเอกชน เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ คุณธรรม และสุขภาพดี สามารถเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในสังคมโลกได้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน และท่านศาสตราภิชานดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม จากพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง ๒ ญัตติ รวมทั้ง ญัตติของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้อีก ๖ ญัตติ เกี่ยวกับทางด้านการศึกษา เพื่อตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาในเรื่องของการจัดการศึกษาทั้งระดับ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา เพื่อให้ได้บัณฑิตที่สอดคล้องต้องการ ของตลาดแรงงาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้พวกเราถามใจตัวเราเองว่าเราอยากได้ บัณฑิตมาเป็นพนักงานหรือมาเป็นผู้บริหารในบริษัท ห้างร้าน องค์กร หรือระบบราชการ ของเราอย่างไร ผมว่าทุกคนคงตอบคล้าย ๆ กันกับที่ผมจะตอบต่อไปนี้ ว่าเราอยากได้คน หรือเราอยากได้บัณฑิต หรือเราอยากได้นักศึกษาที่สําเร็จการศึกษาในแต่ละระดับว่าต้องการ คนที่นิสัยดี เรื่องนิสัยดีมาอันดับ ๑ อันดับ ๒ มีความรู้พอประมาณ
คําว่านิสัยดีอันดับ ๑ แปลว่าอะไร ก็คือว่าต้องแปลว่าเป็นคนมีความซื่อสัตย์ สุจริต ซื่อสัตย์สุจริตเป็นคุณสมบัติอันดับ ๑ เลย ถ้าอยู่บริษัทแล้วลักเล็กขโมยน้อยทํางาน แล้วก็ไม่รับผิดชอบต่อข้อมูล ทําอะไรก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเลข ไม่ซื่อสัตย์ต่อการเงิน ไม่ซื่อสัตย์ ต่อเวลาต่าง ๆ บริษัทไหน องค์กร ห้างร้านไหน สังคมไหนเขาไม่ต้องการ
คําว่านิสัยดีความหมายที่ ๒ ก็คือต้องเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีงาน มีหน้าที่รับผิดชอบเต็มเวลา แล้วก็ทุ่มเทรับผิดชอบต่อหน้าที่
ประเด็นที่ ๓ ก็คือเป็นคนมีความสุข เวลามาสัมภาษณ์งาน ดูแล้วเป็นคน ไม่มีความสุข เป็นคนที่อมทุกข์อมโรค ไม่มีบริษัท ห้างร้านไหนอยากจะได้เป็นคนทํางาน เป็นพนักงาน และสําคัญถ้าอยู่นาน ๆ เหมือนบริษัทญี่ปุ่นต้องการพนักงานที่มีความกตัญญู รู้คุณต่อองค์กร ต้องเริ่มต้นตั้งแต่เป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณต่อคุณพ่อคุณแม่ ครูบาอาจารย์ ที่เราเรียกว่าบุพการีผู้มีพระคุณ แต่ถ้าในระดับประเทศก็ต้องเป็นผู้ที่มีความกตัญญูรู้คุณ ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในกระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้บัญญัติคุณลักษณะพึงประสงค์ไว้ ๘ ประการดีมาก ผมขออนุญาตอ่าน อยากที่จะให้ กระทรวงศึกษาธิการหรือสถาบันอุดมศึกษาทําให้ได้มันอยู่ในตัวหนังสือ ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ก็คือความกตัญญู ๒. มีความซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่เรียนรู้ ๕. อยู่อย่างพอเพียง อันนี้ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านสอนพวกเราว่าอยู่อย่างพอเพียง ๖. มุ่งมั่นในการทํางาน ๗. รักความเป็นไทย และ ๘. ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ มีจิตสาธารณะ ดีมากแต่ว่าขอให้ทําให้ได้ ในเรื่องของการฝึกเด็กให้มีนิสัยดี เป็นคนดีนี้ผมเป็นห่วงว่ากระทรวงศึกษาธิการหรือ แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยจะมัวแต่ยัดเยียดความรู้ทางวิชาการจนลืมเรื่องของการฝึกนิสัยคน ในทางพระพุทธศาสนา การศึกษาหมายถึงสิกขา ก็คือการเรียนรู้ต้องทั้งวินัยและพระธรรม ทั้ง ๒ อย่าง จะเรียนแต่ความรู้ให้เฝือ ๆ ไป แต่ไม่สามารถควบคุมกาย วาจาได้ ก็เป็นบุคคล ที่ไม่พึงประสงค์ เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญก็คือ ๑. ต้องเป็นคนนิสัยดี ฝึกให้ได้ แล้วต้องตั้งแต่ อนุบาลยันประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเรื่อยไปจนกระทั่งมหาวิทยาลัยก็ต้องมีอุบายในการ ที่จะฝึกนิสัยด้วย เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยไม่ค่อยฝึกนิสัยบัณฑิต แล้วแต่บัณฑิตจะไปทําอะไรก็ได้ บางทีก็ไม่ได้นอนตามเวลา ผมสังเกตดูเดี๋ยวนี้กลางคืนก็ไม่ค่อยนอนกัน การฝึกนิสัยต่าง ๆ
ต่อไปประเด็นที่ ๒ ที่เราอยากได้พนักงานก็คือว่ามีความรู้พอประมาณ รู้เยอะ เกินไปก็ฝึกยาก คําว่ารู้เยอะเกินไปแล้วไม่ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น สังคมไม่ค่อยต้องการ เป็นคนที่น้ําชาล้นถ้วย สังคมไม่ต้องการ อยู่กับใครก็อยู่ไม่ได้ ความรู้พอประมาณนี้ ปัจจุบันนี้ มัธยมศึกษา ๔๙ เปอร์เซ็นต์ให้เรียนสายสามัญไปมหาวิทยาลัย ๕๑ เปอร์เซ็นต์ให้เรียน สายอาชีวะ แต่ไม่ค่อยมีสายอาชีวะในพื้นที่ ยกตัวอย่างที่จังหวัดระยองเป็นเขตเศรษฐกิจ ขนาดใหญ่ มีวิทยาลัยเทคนิค ๓ แห่ง วิทยาลัยสารพัดช่าง ๑ แห่ง วิทยาลัยการอาชีพ ๑ แห่ง ไม่สามารถดูดซับนักเรียน ม. ๓ จํานวน ๕๑ เปอร์เซ็นต์ไปเรียนได้อย่างไม่ถึงแน่นอนครับ เด็กก็มาเรียนสายสามัญเข้ามหาวิทยาลัย แล้วก็สายมหาวิทยาลัยเรียนแล้วก็ไม่ค่อยได้ปฏิบัติ เพราะเรียนแต่วิชาการ ไม่ค่อยได้ปฏิบัติ ไม่ค่อยได้ฝึกทักษะฝีมือ จบไปแล้วก็ทําอะไร ไม่ค่อยจะได้ จบแล้วต้องทํางานในห้องแอร์ (Air condition) จะมีห้องแอร์ (Air condition) สักกี่ห้องให้ทํางาน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ในนโยบายภาพใหญ่ก็ฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่า ให้ช่วยดูโครงสร้างด้วยว่าสามารถที่จะมีสายอาชีวะรองรับได้เพียงพอไหม ถึง ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ตามนโยบายรัฐบาลไหม ถ้าไม่ถึงก็ทําให้ถึง แล้วก็การเรียนสายอาชีวะนั้นต้องทําเป็นทวิภาคี คือดึงภาคเอกชนมาร่วมลงทุนด้วย ฝึกงานในโรงงานอุตสาหกรรมและแต่งตั้งหัวหน้างานให้ เป็นอาจารย์พิเศษ แล้วก็จ่ายเงินค่าตอบแทนให้เขาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ผ่านมาไม่จ่ายเลยครับ ใช้เขาฟรี ไม่ได้นะครับ ต้องแต่งตั้งเขาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ในระดับมหาวิทยาลัยก็เหมือนกัน จะใช้แต่ครูในมหาวิทยาลัย ความรู้ทางมหาวิทยาลัย ไม่เพียงพอ ต้องตั้งบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ นักธุรกิจประสบความสําเร็จ โรงงาน อุตสาหกรรมที่ประสบความสําเร็จ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้มาก ๆ อย่าตีกรอบให้บัณฑิตนั้น เรียนแต่ในครูบาอาจารย์ ครูบาอาจารย์สอนนิสัย แต่เรื่องความรู้วิชาการและทักษะต้องใช้ บุคคลภายนอกที่ประสบความสําเร็จแล้ว เครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเราต้องผลิตบัณฑิต โดยสรุปเราต้องผลิตบัณฑิต นักเรียน นักศึกษาที่พึงประสงค์ เพื่อเป็นบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรมและมีความสุข และสําคัญต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง เพื่อเป็นคนไทยและพลเมืองไทยที่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง มีความรู้คู่คุณธรรม และเป็น พลโลกที่มีคุณภาพ มีความสุข เพื่อเป็นพลเมืองไทยที่มีชื่อเสียงมีความยิ่งใหญ่ในสังคมโลก ต่อไปในอนาคตนะครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน