นริศ ชี้วิกฤตการประมง หนุนตั้งกรรมาธิการเร่งแก้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

นริศ ขํานุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและพัฒนาการประมงของประเทศ โดยเน้นความสำคัญของภาคการประมงที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจและประชาชนจำนวนมาก แต่กำลังเผชิญวิกฤตจากปัญหาเรือผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์ และแรงงานผิดกฎหมาย จนถูกสหภาพยุโรปตักเตือน พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายและเร่งแก้ไขปัญหาโครงการซื้อเรือคืนที่ล่าช้า ปัญหาเอกสารแรงงาน ต้นทุนสูง และสิทธิมนุษยชน รวมถึงให้ความสำคัญกับการประมงพื้นบ้านที่ถูกละเลย เพื่อฟื้นฟูศักยภาพการประมงไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติโดยกราบเรียน ท่านประธานสภาเพื่อเสนอญัตติ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาปัญหาและแนวทางการพัฒนาการประมงของประเทศ โดยเสนอไว้ตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ความละเอียดของญัตติปรากฏตามเอกสารที่ได้มีการแจกจ่าย ให้เพื่อนสมาชิกในที่ประชุมแห่งนี้ ผมจึงขออนุญาตได้อภิปรายสนับสนุนญัตตินี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าความสําคัญของการเสนอญัตติครั้งนี้ มีอยู่ ๓ ประการด้วยกันครับ

ประการที่ ๑ ในอดีตนั้นเราเป็นเจ้าของทะเล เป็นเจ้าทะเลที่แท้จริงครับ แม้ว่าแสนยานุภาพทางทะเลด้านการทหารเราอาจจะสู้ประเทศอังกฤษ ประเทศสเปน ประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศจีน แต่ว่าถ้าแสนยานุภาพทางการประมงแล้ว ประเทศไทยติด ๑ ใน ๑๐ ของโลกนะครับ เรามีกองทัพเรือประมง ๓๒,๕๒๙ ลํา เรามีรายได้ จากการทําการประมงแต่ละปีประมาณ ๑๔๕,๐๐๐ กว่าล้านบาททุกปี และเราได้ดุลการค้า ทางการประมง โดยถือว่าการประมงเป็นเศรษฐกิจรายได้ขนาดใหญ่ของประเทศ นี่เป็นเหตุผลที่ ๑

ประการที่ ๒ ก็คือเรามีคนในอาชีพประมงเป็นจํานวนมาก คนที่มีอาชีพประมง มากกว่า ๒,๐๐๐ หมู่บ้าน ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คนถึง ๑ ล้านคน ซึ่งประเทศไทย มีคนอยู่รวม ๖๐ กว่าล้านคน การที่จะมีชาวประมงหรือเกี่ยวข้องกับการประมง ๑ ล้านคน ถือว่าเป็นคนจํานวนมากของประเทศ

ประการที่ ๓ เรามีธุรกิจต่อเนื่องจากการประมง ไม่ว่าจะเป็นปลากระป๋อง ปลาป่น ปลาแช่แข็ง ชิ้นส่วนปลาและอีกมากมาย ความยิ่งใหญ่ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน มันมาจากเพราะว่าเราต่อเรือเองได้ เราเดินเรือเองได้ เราเรียนรู้ในการทําการประมง แบบของเรา เรามีความเชื่อตามแบบฉบับของเรา เราจึงมีความยิ่งใหญ่มาในอดีต ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในปี ๒๕๕๗ หลังจากที่เรายิ่งใหญ่มายาวนานมากจนมาถึง ปี ๒๕๕๗ ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤติทางด้านการประมง ถือว่าเป็นวิกฤติที่รุนแรงที่สุดของ ประเทศไทย เพราะเราถูกกล่าวหาจากสหภาพยุโรปว่าเรามีเรือเถื่อนไม่มีทะเบียนมากมาย เราไม่มีการตรวจสอบทําการประมงที่ดีพอ การประมงไทยเราถูกกล่าวหาว่าเรามีการค้ามนุษย์ และมีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย เราถูกกล่าวหาว่าเรามีกฎหมายและระเบียบที่ล้าหลัง ไม่ทันสมัย ไม่ทันกับเหตุการณ์และเราไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างเคร่งครัด ครบถ้วน และสุดท้ายเราถูกกล่าวหาว่าเราทําการประมงไม่ได้มาตรฐานเท่ากับอียู (EU) ซึ่งเขาบอกว่าเขามีมาตรฐานสูงกว่าเรา นี่คือข้อกล่าวหา และอียู (EU) ให้ใบเหลืองและสั่งให้เรา ปฏิบัติโดยการให้เราควบคุมการตรวจสอบการย้อนกลับ ให้เราสร้างระบบการตรวจสอบ ขึ้นมาใหม่อย่างเข้มงวดกวดขัน ให้มีการปรับปรุงโทษทางความผิด แล้วก็ให้เราดูแลเรื่อง แรงงาน

ผมจึงขออนุญาตท่านประธานฝากคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กรรมาธิการวิสามัญหรือกรรมาธิการสามัญที่จะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาว่าขอให้ได้พิจารณา

๑. ให้ไปดูกฎหมาย ดูกฎกระทรวง ดูระเบียบที่เกี่ยวข้องว่าเหมาะสม แล้วหรือไม่ เพราะยังมีการโต้แย้งจากหลายฝ่ายครับ ว่าทั้งจากประมงพาณิชย์ ประมง พื้นบ้าน ผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการประมง ว่ากฎหมายของเรายังไม่เข้มงวดพอ ทั้ง ๆ ที่เรา ได้ปรับปรุง ได้แก้ไขกฎหมายทางการประมงมาโดยลําดับแล้วก็ตาม ผมจึงฝาก คณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นไปดูเรื่องกฎหมาย ระเบียบ และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ให้ครบถ้วนให้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

๒. ประเด็นการซื้อเรือคืน เจ้าของเรือซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จากโครงการซื้อเรือคืน เขาได้แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าเรือ แต่ว่ากราบเรียน ท่านประธานว่าโครงการนี้ล่าช้ามาก ขณะนี้ซื้อเรือได้ยังไม่ครบ ผมอยากให้กรรมาธิการ เข้าไปดูว่าทําอย่างไรให้เขาได้เกินมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือใกล้เคียงกับมูลค่าเรือ และขอให้ได้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

๓. เรื่องสินเชื่อ อยากให้กรรมาธิการชุดนี้เข้าไปดูว่าผู้ประกอบการประมง เขาต้องการสินเชื่อ ทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน เพราะกลัวว่าจะได้เฉพาะประมง พาณิชย์ และประมงพื้นบ้านไม่ได้รับสินเชื่อ แล้วก็ให้ได้ไปดูแลการเยียวยาพี่น้องชาวประมง และผู้ประกอบการอาชีพทางการประมงในเรื่องสินเชื่อและในเรื่องการเยียวยา

ผมฝากกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นไปดูแลแรงงาน ว่าแรงงานประมงขณะนี้ ขาดแคลนมากน้อยแค่ไหน อย่างไร และรัฐควรจะช่วยเหลือในเรื่องการขาดแคลนแรงงานนี้ อย่างไร และที่ผ่านมาผู้ประกอบอาชีพทําการประมงหลังจาก ปี ๒๕๕๗ เขามีปัญหาเรื่อง ใบอนุญาตแรงงานต้องมีแรงงานประจําเรือ ต้องมีใบต่างด้าว ต้องมีวีซ่า (Visa) ซึ่งเกิดความ ยุ่งยากกว่าที่เจ้าของเรือผู้ประกอบอาชีพทําการประมงจะปฏิบัติได้ และอยากให้ ทางคณะกรรมาธิการไปดูประเด็นสิทธิมนุษยชน ดูประเด็นการค้ามนุษย์ให้ครบถ้วนด้วย แล้วก็ให้ไปดูเรื่องการนําสินค้าทางด้านการประมงเข้ามาในประเทศว่ามาทําลายสินค้าประมง ในประเทศมากน้อยแค่ไหน อย่างไร

อยากฝากกรรมาธิการไปดูเรื่องต้นทุนของอาชีพทําการประมง ไม่ว่าเรื่อง น้ํามัน เรื่องการเจรจาพื้นที่ทําการประมง อยากให้ไปดูเรื่องใบอนุญาตของการประมง พาณิชย์ว่าขณะนี้ใบอนุญาตเรือประมงพาณิชย์ที่จะออกไปต้องมีใบอนุญาตที่มีเงื่อนไข มากมายกว่าจะได้ออกเรือแต่ละครั้งเป็นอุปสรรคต่ออาชีพทําการประมงหรือไม่ อย่างไร

และฝากกับท่านประธานว่าเวลาที่พวกเราพูดถึงเรื่องการประมง ทั้งประมง พาณิชย์ ทั้งประมงพื้นบ้าน เราก็พูดภาพเราเห็นแต่ประมงพาณิชย์ในทะเลอันดามัน ในทะเล อ่าวไทย ถ้าพูดถึงประมงพื้นบ้านก็ชายทะเลอันดามันและชายทะเลอ่าวไทย แต่ว่าผมกราบเรียน ท่านประธานยังมีประมงพื้นบ้านอยู่ในลุ่มน้ํา เช่นลุ่มน้ําทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบสงขลา มีเนื้อที่อยู่ ๗๐๐,๐๐๐ ไร่ มีเรือประมงมากกว่า ๒,๙๐๐ ลํา มีมูลค่าสัตว์น้ําปีหนึ่ง โดยเฉพาะ ปี ๒๕๖๒ ถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาทในการซื้อขายกัน ในทะเลสาบสงขลาเป็นทะเลสาบที่มี สัตว์น้ําหลากหลาย เพราะว่ามีน้ําจืด น้ําเค็ม มีน้ํากร่อย ทําให้สัตว์น้ําอุดมสมบูรณ์ แต่ว่าการมองการทําการประมงหลายหน่วยงานไม่มองว่าเป็นประมงพื้นบ้าน จึงไม่ได้รับ การแก้ไข ไม่ได้รับการเยียวยา เขาทําการประมงอย่างยถากรรม ผมจึงฝากกรรมาธิการ ที่จะเกิดขึ้นเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่เขตทะเลสาบสงขลาซึ่งเป็น ประมงพื้นบ้าน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเสนอญัตตินี้โดยการอภิปรายได้ไม่ครบถ้วน เพราะ ๑. ปัญหามันมากมายสําหรับปัญหาทางด้านการประมง ๒. มีผู้อภิปรายครอบคลุม ไปแล้วหลายท่าน ๓. เวลาในการอภิปรายจํากัด ต้องแบ่งปันเวลาให้กับเพื่อนสมาชิก และผมเองก็ไม่ขัดข้องที่สภาจะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญตามญัตติของผม หรือส่ง กรรมาธิการสามัญเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ แต่หวังว่าทุกประเด็นที่กระผมอภิปรายในสภามา กรรมาธิการจะรับไปพิจารณาและศึกษาเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ผมได้ตั้งญัตตินี้ขึ้นมา สุดท้ายหวังว่าปัญหาของพี่น้องประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน ประมงในทะเลสาบสงขลา อาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ําได้รับการแก้ไข ทําให้พี่น้อง ชาวประมงได้ลืมตาอ้าปากได้ ทําให้พี่น้องชาวประมงและประเทศไทยกลับมามีรายได้ปีละ ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนในอดีต และทําให้ประมงไทยกลับมาเป็นเจ้าของทะเล อีกครั้งหนึ่ง และสุดท้ายทําให้แสนยานุภาพทางการประมงของเราซึ่งเคยยิ่งใหญ่ ติด ๑ ใน ๑๐ ของโลกกลับมายืนแถวหน้าของโลกได้อีกครั้งครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ