สงคราม เสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาผลกระทบเขตประมงชายฝั่ง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หารือผลกระทบจากการประกาศเขตทำประมงชายฝั่งที่ไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมจริงในจังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ชายฝั่งอื่น พร้อมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาผลกระทบและเรียกร้องแก้ไขกฎหมายประมงอย่างเป็นธรรม โดยรวมถึงการมีส่วนร่วมของชาวประมง การปรับขนาดอวน เรือ และการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเพื่อคุ้มครองวิถีชีวิตประมงพื้นบ้าน

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อชาติ ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ผลกระทบจากการประกาศกําหนดแนวเขตการทําประมงชายฝั่งในเขตจังหวัดสมุทรปราการ และอีกหลายจังหวัด ท่านประธานครับ ปัจจุบันนั้นอาชีพการประมงเป็นอาชีพหลัก ที่สร้างรายได้ให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง รวมทั้งจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดฉะเชิงเทรา และบางส่วนของจังหวัดชลบุรีเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากทรัพยากรทางธรรมชาตินั้นเริ่มลดลงไปเป็นจํานวนมาก เนื่องจากจํานวนประชากร ที่เพิ่มขึ้น การทําประมงด้วยเครื่องมือหนักที่ไม่คํานึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปริมาณสัตว์น้ํา ที่ลดลงเป็นจํานวนมาก รัฐบาลมีการออกกฎหมายพระราชกําหนดการประมง ปี ๒๕๕๘ เพื่อกําหนดมาตรการแนวทางในการทําประมงประเภทต่าง ๆ โดยสภาพกฎหมายมีผลบังคับ เหมือนกันทั่วประเทศ โดยมิได้คํานึงถึงสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดที่มีความ แตกต่างกัน จึงทําให้สภาพปัญหามีความแตกต่างกัน จังหวัดสมุทรปราการเป็นอีกจังหวัดหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการประกาศกําหนดเขตการทําการประมงชายฝั่ง โดยกําหนดให้ประกอบการประมงชายฝั่งสามารถออกจับสัตว์น้ําได้ กําหนดจุดจากชายฝั่งออกไประยะทาง ๓,๐๐๐ เมตร ซึ่งระยะที่ชาวประมงพื้นบ้านในเขต จังหวัดสมุทรปราการไม่สามารถที่จะจับสัตว์น้ําได้ในปริมาณที่เพียงพอต่อการดํารงชีพได้ เนื่องจากสภาพชายฝั่งของจังหวัดส่วนมากเป็นป่าชายเลน ซึ่งมีความแตกต่างจากชายฝั่งทะเล ในแถบจังหวัดทางภาคใต้ซึ่งเป็นดินทรายสามารถจับสัตว์น้ําได้ในปริมาณที่มากกว่า จากปัญหาสภาพชายฝั่งในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน แต่กฎหมายออกมามีการบังคับใช้ เหมือนกันในทุกพื้นที่โดยไม่ได้มีการศึกษาถึงสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ จึงส่งผลให้ ประชาชนผู้ประกอบการประมงในชายฝั่งนั้นได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ประกอบกับ ที่ผ่านมาทางสหภาพยุโรปได้ออกระเบียบป้องกันยับยั้งขจัดการทําประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน การไร้การควบคุม หรือไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) กําหนดให้ประเทศ ที่ส่งออกสินค้าประมงที่จับจากทะเลไปยังสหภาพยุโรปต้องทําระบบป้องกันยับยั้งและขจัด การทําประมงแบบไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) และต้องมีใบรับรองการจับสัตว์น้ําหรือ แคตซ์ เซอร์ทิฟิเคต (Catch certificate) ประกอบกับส่งออกสัตว์น้ําไปยังสหภาพยุโรปทุกครั้ง เพื่อรับรองผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ฉะนั้นทางรัฐบาลที่แล้วก็ได้ออกกฎหมายมากมายผมคงไม่ต้อง บอกรายละเอียดพวกนี้นะครับ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทําอาชีพประมง ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน หรือประมงพาณิชย์ จากการที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวประมงในจังหวัดสมุทรปราการ ผมก็ได้ลงพื้นที่เพื่อพบกับชาวประมงในจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งประมงพื้นบ้านและประมง พาณิชย์ พบความเดือดร้อนของการทําประมงของชาวประมงเป็นอันมาก กล่าวคือการทํา ประมงพื้นบ้านมีบริบทแตกต่างกับจังหวัดอื่น ๆ ที่มีชายฝั่งติดทะเล ซึ่งในจํานวนที่เหมือน หรือคล้ายคลึงกัน ก็คือดินเป็นดินโคลนชายฝั่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรีบางส่วน จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดเพชรบุรีบางส่วน เป็นต้น ในจํานวนสัตว์น้ํา ก็เป็นสัตว์น้ําเฉพาะถิ่น ไม่มีสัตว์น้ําทางเศรษฐกิจที่สําคัญ ยกเว้นปลาทูในฤดูการวางไข่ แต่ชาวประมงรู้ดีว่าเป็นฤดูปลาทูหรือไม่ ในฤดูวางไข่นั้นจะไม่มีการจับปลาอยู่แล้ว ฉะนั้น แนวทางแก้ไขจึงควรร่วมมือกันของชาวประมงพื้นบ้านร่วมกับทางการประมงเชิงอนุรักษ์ เพื่อส่งเสริมให้มีสัตว์น้ําตัวอ่อนที่เข้ามาอยู่ชายฝั่งได้เพิ่มปริมาณมากขึ้น รวมทั้งโรงงาน อุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้บริเวณชายฝั่งไม่แอบทิ้งน้ําเสียลงสู่ทะเล ส่วนเรื่องขนาดของตาข่ายที่ต้องให้ชาวประมงเข้ามีส่วนร่วมเพื่อกําหนดขนาดให้เหมาะสม ปัจจุบันรัฐบาลออกกฎหมายโดยขาดความเข้าใจอย่างแท้จริง และสิ่งสําคัญนั้นควรจัดตั้ง กองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวประมงพื้นบ้านให้สามารถดํารงชีพอยู่ได้เป็นปกติในบางฤดูกาล ที่ไม่สามารถที่จะทําประมงได้ สําหรับประมงพื้นบ้านได้ขอแก้ไขพระราชกําหนด ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๖๐ โดยเฉพาะมาตรา ๕ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๓๔ เรื่องการแบ่งขนาดของเรือ ตั้งแต่ ๑๐ ตันกรอสขึ้นไปเป็นเรือประมงพาณิชย์ ซึ่งควรจะดูที่เครื่องมือ ชนิด และความยาว ของเครื่องมือด้วย การให้อํานาจของคณะกรรมการประมงประจําจังหวัดมีอํานาจในเขตทะเล ชายฝั่ง ๑๒ ไมล์ทะเล และการจัดโซน (Zone) โดยกําหนดจากเครื่องมือจับปลาหรือสัตว์น้ํา ท่านประธานครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะประเทศไทยตีโจทย์ไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ตามอียู (EU) ที่กําหนดให้เลี้ยวซ้ายก็เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาก็เลี้ยวขวา จะให้ตีลังกาทําเพื่อ อียู (EU) พอใจโดยไม่มีใครโต้แย้ง คําตอบของการยกเลิกใบเหลืองให้กับประเทศไทย ดูเหมือนว่าจะประสบความสําเร็จเฉพาะรัฐบาล แต่ชาวประมงต้องทนทุกข์ทรมานกับสิ่งที่ รัฐบาลดําเนินการ จริงอยู่ครับ ที่รัฐบาลต้องดําเนินการเรื่องการประมงต้องพัฒนาให้ สอดคล้องกับหลักสากล แต่การดําเนินการออกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ขาดความรู้ ความเข้าใจ มีการกําหนดโทษที่รุนแรงชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย ยิ่งกว่าโจรสลัด มีการออกกฎหมายกว่า ๒๐๐ ฉบับ การที่มีอคติจ้องจับผิดจนชาวประมงต้องถูกจับดําเนินคดี กว่า ๑๐,๐๐๐ ราย ทั้งเสียค่าปรับรุนแรง ต้องติดคุก มีหนี้สินล้นพ้นตัว เรือกลายเป็นเศษไม้ เศษเหล็ก ยังไม่นับที่ต้องจอดทิ้งอีกหลายร้อยลํา ท่านประธานครับ นับว่าชาวประมงไทย ถูกรัฐบาลที่แล้วกระทําให้ต้องเผชิญชะตากรรมบนฐานความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ขาดข้อมูล ข้อโต้แย้งใด ๆ ในส่วนของทรัพยากรสัตว์น้ําที่เป็นหัวใจของไอยูยู ฟิชชิง (IUU Fishing) ต้องกลับไปดูว่า ๔ ปีที่ผ่านมานั้นรัฐบาลออกมาตรการทําให้เรือประมาณ ๓,๐๐๐ ลํา ต้องจอดทิ้งเลิกการทําประมงแล้วนะครับ ทรัพยากรสัตว์น้ําได้กลับมาอุดมสมบูรณ์หรือไม่ ขณะเดียวกันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกือบ ๑๐ หน่วยงานที่คอยจ้องจับผิดชาวประมง ฉะนั้น วันนี้ผมจึงขออนุญาตท่านประธานให้สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการประกาศกําหนดแนวเขตการทําประมงชายฝั่ง ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ขอบพระคุณครับ