ชาญวิทย์ วิภูศิริ อภิปรายเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหารถโดยสารผิดกฎหมายและมาตรฐานค่าโดยสาร หลังแกร็บคาร์ขยายบริการโดยใช้รถส่วนบุคคป้ายดำที่ไม่ได้รับการควบคุมเหมือนแท็กซี่ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันและส่งผลต่อรายได้ของผู้ขับแท็กซี่อย่างรุนแรง
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชาญวิทย์ วิภูศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมได้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง การขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหา การให้บริการรถโดยสารผิดกฎหมายและการกําหนดมาตรฐานค่าโดยสารรถโดยสาร สาธารณะ ท่านประธานครับ วันนี้เราคงไม่มีใครปฏิเสธว่าเราไม่รู้จักแอปพลิเคชัน (Application) ชื่อแกร็บ (Grab) เพราะว่าวันนี้ได้เข้ามาเป็นแอปพลิเคชัน (Application) หลัก ในการเดินทางของคน โดยเฉพาะคนในเมืองหลวง แกร็บ (Grab) เข้ามาเมืองไทยตั้งแต่ ปี ๒๕๕๖ ถึงวันนี้ก็ ๗ ปีแล้ว ถามว่ามีคนใช้เยอะไหม ผมเอาสถิติมาให้ท่านประธานได้ดูนะครับ ปี ๒๕๖๑ เฉลี่ยต่อเดือนมีคนใช้แอปพลิเคชัน แกร็บ (Application Grab) ในการเรียกรถ เดือนละ ๗๐๐,๐๐๐ คน ปีนี้ปี ๒๕๖๓ ผมไม่แน่ใจว่าอาจจะขึ้นไปเป็น ๑ ล้านคน โดยเฉพาะ ช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาเราก็จะได้เห็นว่าแอปพลิเคชัน (Application) นี้ทําให้ชีวิต คนไทยสะดวกมากขึ้น เราอยู่บ้านสั่งอาหารออนไลน์ (Online) ได้ มีคนขับรถมอเตอร์ไซค์มาส่ง ให้ถึงบ้าน ชีวิตเราก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แล้วก็เป็นช่องทางในช่วงวิกฤตการณ์โควิด (COVID) ให้คนได้สั่งอาหาร ให้คนได้หารายได้ ให้ร้านอาหารยังพอมีคนมาซื้ออาหารเลี้ยงตัว อยู่ได้นะครับ บริการของแกร็บ (Grab) ก็มีหลายอย่าง มีทั้งการส่งอาหาร การสั่งของ วันนี้ เห็นว่าไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) แทนเราได้แล้วด้วยนะครับ ประชาชนก็ได้ ประโยชน์กันเยอะ แต่ว่าวันนี้ที่ผมจะอภิปรายจะเป็นบริการหลักของแกร็บ (Grab) ดั้งเดิม ก็คือการเรียกรถโดยสารออนไลน์ (Online) โดยใช้แอปพลิเคชัน (Application) บริการเรียกรถ ก็แบ่งง่าย ๆ เป็น ๒ หมวด ก็คือการเรียกแท็กซี่ปกติ แท็กซี่เขียวเหลืองทั่วไป กับอีกบริการหนึ่ง ก็คือแกร็บคาร์ (GrabCar) ก็คือรถโดยสารที่ใช้รถยนต์บ้านป้ายดํามาวิ่งรับบริการ ถามว่า แอปพลิเคชัน (Application) เรียกรถมันให้ความสะดวกไหมครับ ผมว่าวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ ถ้าเราเคยจําได้ก่อนที่จะมีแอปพลิเคชัน (Application) นี้เข้ามาเรามีความยากลําบากในการ เรียกแท็กซี่มากเลย พอเรียกมาก็ถ้าไม่ฝนตก รถติด ไกล ส่งรถ เราก็รออยู่นั่นละครับ เรียก ๕ คันได้สักคันเราก็ถือว่าดีแล้วนะครับ แต่ตั้งแต่มีแอปพลิเคชัน (Application) นี้มา ผมว่าทุก ๆ คนก็ปรับตัวนะครับ แท็กซี่เองก็ปรับตัว เพราะว่าต้องมีคู่แข่งขัน ทําให้การ ให้บริการดีขึ้น ประชาชนก็ได้ประโยชน์ ทั้งเรื่องความปลอดภัย บางทีเรียกรถไปรับถึงที่บ้านได้ ไม่ต้องเดินออกมาจากในซอยลึก ๆ แท็กซี่เองก็ชอบเพราะว่าแท็กซี่เองก็มีช่องทาง ในการหารายได้มากขึ้น แล้วก็ไม่ต้องขับรถวนหาผู้โดยสารแบบไม่รู้ทิศทาง แต่ว่าปัญหา มันก็ยังมีครับ ไม่ว่าแอปพลิเคชัน (Application) มันจะดีอย่างไร เพราะว่าแกร็บคาร์ (GrabCar) เป็นบริการของรถยนต์บ้านป้ายดําที่ไม่ได้จดทะเบียนรถยนต์สาธารณะ เป็นรถที่ประชาชน ทั่วไปนํามาขับหารายได้ผ่านทางแอปพลิเคชัน (Application) เท่านั้น ไม่สามารถจะไปโบกรถ แกร็บคาร์ (GrabCar) ได้ริมถนนเหมือนรถแท็กซี่ทั่วไป ถามว่าแกร็บคาร์ (GrabCar) มีปัญหา อย่างไร ถ้าท่านประธานไปถามแท็กซี่ แท็กซี่ก็จะบอกว่าแกร็บคาร์ (GrabCar) เอาเปรียบเขา เอาเปรียบเขาอย่างไร แท็กซี่มีกฎหมายควบคุมมากมายนะครับ ยกตัวอย่างเช่นแท็กซี่ต้องมี ใบขับขี่สาธารณะ แกร็บคาร์ (GrabCar) ไม่ต้องมี ใช้ใบขับขี่เอกชนทั่วไป รถที่จะมาทําแท็กซี่ ปกติแล้วต้องเป็นรถที่อายุใช้งานไม่เกิน ๒ ปี หรือว่าวิ่งไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ กิโลเมตร แต่ว่า แกร็บคาร์ (GrabCar) ที่กําหนดจากในเว็บไซต์ (Website) ต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้มาไม่เกิน ๙ ปี ไม่จํากัดระยะทาง เพราะฉะนั้นรถยนต์เก่าขนาดไหนก็ใช้ได้ แท็กซี่อายุการใช้งานของรถ ได้แค่ ๙ ปี พอ ๙ ปีต้องซื้อรถใหม่ ต้องเปลี่ยนรถใหม่เพื่อไปวิ่งแท็กซี่ แต่แกร็บคาร์ (GrabCar) ไม่มีกําหนดเลยนะครับ รถเอามาวิ่งนี่กี่ปีก็ได้ จะวิ่งไปกี่หมื่นกี่แสนกิโลเมตร แกร็บคาร์ (GrabCar) ไม่ได้สนใจตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นแท็กซี่เขาก็รู้สึกว่าเขาถูกเอาเปรียบ เขาต้องเปลี่ยนรถทุก ๆ ๙ ปี ต้องไปสอบใบขับขี่สาธารณะ มีมิเตอร์ (Meter) ควบคุม ค่าโดยสาร ในขณะที่แกร็บคาร์ (GrabCar) สามารถกําหนดค่าโดยสารได้เอง ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นปัญหาอีกส่วนหนึ่ง เพราะว่าแกร็บคาร์ (GrabCar) ช่วงที่เขาเข้ามาใหม่ ๆ ยังมีคู่แข่งชื่อ อูเบอร์ (Uber) เพราะฉะนั้นเขาก็ใช้วิธีการให้เงินอุดหนุนคนขับ ปรากฏว่าค่าโดยสารของ แกร็บคาร์ (GrabCar) ถูกกว่ารถแท็กซี่ทั่วไปมากเลยนะครับ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์เพราะว่า เขาแข่งกันอยู่ ก็ทําให้พี่น้องแท็กซี่เขาก็ได้รับผลกระทบนะครับ ค่าโดยสารของแกร็บคาร์ (GrabCar) ถูกมาก คนก็หันไปใช้บริการแกร็บคาร์ (GrabCar) กันหมด พอผลสุดท้ายแกร็บ (Grab) กับอูเบอร์ (Uber) แข่งกันไปแข่งกันมาวันนี้ก็เหลือ ผู้เล่นเจ้าเดียวแล้วครับ อูเบอร์ (Uber) ก็ออกจากตลาดเมืองไทยไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้แกร็บ (Grab) ก็ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันออนไลน์ (Application online) เรียกรถเจ้าเดียว ในประเทศไทย วันนี้ราคาก็ปรับตัวขึ้นมา แต่ว่าแท็กซี่เขาก็ยังรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบเพราะว่า เขามีกฎหมายควบคุมมากมาย อีกเรื่องหนึ่งก็คือแท็กซี่ต้องมีประกันตาม พ.ร.บ. คุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ บวกด้วยประกันภัยชั้น ๓ ซึ่งแกร็บคาร์ (GrabCar) ก็ไม่ได้กําหนดตรงนี้ ทําให้แท็กซี่มีต้นทุนในการให้บริการสูงกว่าแกร็บคาร์ (GrabCar) พี่น้องแท็กซี่เขาถึงออกมา ต่อต้านตลอดว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะทําให้รถแกร็บคาร์ (GrabCar) วิ่งอยู่ในถนนเมืองไทย โดยผิดกฎหมาย ทุกวันนี้ผิดกฎหมายแล้วก็มีค่าใช้จ่ายต้นทุนในการวิ่งต่อระยะทางต่ํากว่า ของพวกเขา ทําให้การแข่งขันมันไม่เป็นธรรม วันนี้เราก็เลยอยากจะตั้งกรรมาธิการ เพื่อศึกษาแล้วก็ออกกฎคุ้มครองแกร็บคาร์ (GrabCar) กับแท็กซี่ให้เขาแข่งกันได้อย่างเป็นธรรม ผมยกตัวอย่างประเทศเพื่อนบ้านเราใกล้ ๆ แค่นี้เอง ประเทศมาเลเซียเขาได้ออกกฎหมาย ทําให้รถสาธารณะ รถยนต์ของเอกชนทั่วไปวิ่งได้ถูกกฎหมายตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ หรือเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว เขาดําเนินการไปเรียบร้อยแล้วนะครับ วันนี้เราคงไม่สามารถปฏิเสธความก้าวหน้าทาง เทคโนโลยีที่ทําให้ชีวิตของพวกเราดําเนินไปได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น เพราะฉะนั้น ผมจึงขอตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ทําให้แกร็บคาร์ (GrabCar) ถูกกฎหมาย ให้เขามีกฎหมายคุ้มครองแล้วก็มีกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ทําให้พี่น้องแท็กซี่เขารู้สึกว่ามันเป็นเกิด ความเป็นธรรม มีต้นทุนในการดําเนินการที่สูสีกัน จะได้แข่งกันได้ จะได้เกิดการแข่งขัน ที่เป็นธรรม แล้วก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนในประเทศไทยครับ ขอบพระคุณครับ