เรวัต วิศรุตเวช ขออภิปรายร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2563 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลในการขอโอนงบประมาณเกินกรอบที่กำหนด พร้อมท้วงติงการเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินภายหลังการพิจารณาที่ขัดมติคณะรัฐมนตรีและอาจเข้าข่ายทุจริตเชิงนโยบาย จึงคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวโดยเห็นว่าขัดหลักการและดำเนินการตามอำเภอใจ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ผมจะ ขออภิปราย ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งผมจะอภิปรายเฉพาะ ที่เป็นประเด็นสำคัญ ที่เป็นไฮไลต์ (Highlight) ที่เป็นเนื้อหาสาระจริง ๆ ไม่มีน้ำมีแต่เนื้อ แม้ว่าอาจจะมีท่านสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปบ้างแล้ว แต่ผมจะชี้ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญ ที่หลายท่านอาจจะไม่ทราบ และขออนุญาตท่านประธานใช้สไลด์ (Slide) ประกอบ การอภิปรายครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดสไลด์)
ท่านประธานครับ ก่อนจะ พิจารณาร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ผมขอให้ท่านประธานย้อนไปดู พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งมีวงเงินทั้งสิ้น ๓.๒ ล้านล้านบาท ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ๓.๒ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ดูในมาตรา ๖ (๑๑) ก่อนนะครับ มาตรา ๖ (๑๑) นั้นเป็นงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่ตั้งไว้ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท มีที่มาที่ไปครับ เพราะการตั้งรายการ ดังกล่าวนั้นมีกรอบไว้ว่าจะตั้งไม่เกินร้อยละ ๓.๕ ของวงเงิน ๓.๒ ล้านล้านบาทก็เท่ากับตั้งได้ ไม่เกิน ๑๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ถูกต้องไหมครับ งบปี ๒๕๖๓ ที่ตั้งไว้คือ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท จึงเป็นเพียงร้อยละ ๓ เท่านั้น ถือว่ายังไม่เกินกรอบวงเงินงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ดังนั้น ถ้าหากว่าเรายึดตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ฉบับนี้ก็ควรตั้งได้อีกไม่เกิน ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็คืออีกร้อยละ ๐.๕ เพื่อเติมให้เต็มร้อยละ ๓.๕ ถูกต้องนะครับ ทั้งนี้ ตามประกาศของ คณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐในเรื่องกำหนดสัดส่วนต่าง ๆ เพื่อเป็น กรอบวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๑ แต่ปรากฏว่าร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ฉบับนี้ตั้งมาถึง ๘๘,๐๐๐ ล้านบาทเศษ มันเกินไปจากกรอบที่นายกรัฐมนตรีตั้งไว้อย่างชัดเจน แล้วเสนอ มาให้สภาแห่งนี้พิจารณาได้อย่างไร ท่านประธานครับ เรื่องนี้มันมีลักษณะที่ไม่ชอบมาพากล แล้วก็มีลักษณะที่เป็นการฉ้อฉล เพราะอะไรครับ ลองไปดูมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ตามที่รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นการจัดทำร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณ รายจ่าย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงบประมาณและเป็นเอกสารที่นำเสนอต่อสภา แห่งนี้ด้วย จะพบว่ารายงานฉบับนี้นั้นยึดถือปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นหลักแทบทั้งสิ้น ขออนุญาตให้ดูสไลด์ (Slide) ที่เป็นมติ ครม. หนังสือ ฉบับนี้ ยึดถือตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นหลัก ท่านประธาน ได้โปรดพิจารณาตรงนี้ดี ๆ นะครับ รัฐบาลกำลังทำอะไร รัฐบาลกำลังส่อทุจริตเชิงนโยบาย หรือเปล่า เพราะอะไรครับ เพราะถ้ายึดถือตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๗ เมษายนนั้น ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ฉบับนี้ก็ควรขอมาได้ไม่เกิน ๑,๖๐๐ ล้านบาท แต่ทำไมจึงขอมาถึง ๘๘,๐๐๐ ล้านบาทเศษ เกินไปเท่าไรครับ เกินไปทั้งหมด ๗๒,๐๐๐ ล้านบาท ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ท่านประธานดูตรงนี้เลยครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไปออกประกาศคณะกรรมการนโยบาย การเงินการคลังของรัฐ เรื่องขอกำหนดสัดส่วนต่าง ๆ เพื่อเป็นกรอบวินัยการเงินการคลัง ฉบับที่ ๓ แล้วก็ไปแก้ไขสัดส่วนกรอบงบประมาณจากไม่เกินร้อยละ ๓.๕ ไปเป็นไม่เกิน ร้อยละ ๗.๕ อันนี้ไปประกาศเมื่อไรครับ ไปประกาศเมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นประกาศหลังจากวันที่ ๗ เมษายน อย่างชัดเจนครับ ทำไมถึงทำอย่างนี้ครับ เพราะต้องการไปเป็นช่องเพื่อให้เพิ่มงบก้อนนี้ เรียกว่าไปชงเองกินเอง อย่างนี้ครับ เพราะถ้าหากพิจารณาแล้วเรื่องนี้ทำไม่ได้หรือว่าไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นการทุจริต เชิงนโยบายอย่างชัดเจน แต่ก็ทำไปแล้วครับ ปัญหาคือแล้วสภาแห่งนี้จะยอมได้อย่างไรล่ะครับ ท่านประธานก็เป็นนักกฎหมาย จะปล่อยให้สิ่งที่ไม่ชอบแล้วก็ออกประกาศมาก่อนแล้ว แล้วก็ มาแก้ไขใหม่เพื่อผ่องถ่ายเงินในงบประมาณปี ๒๕๖๓ ได้อย่างตามอำเภอใจ ซึ่งผมคิดว่า เหมือนเขียนด้วยมือแล้วก็ลบด้วยเท้าครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ โปรดพิจารณาอย่างนี้ครับ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน คณะรัฐมนตรีของท่านนายกรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์และแนวทางการโอนงบประมาณ ฉบับนี้ ซึ่งจะต้องมาปฏิบัติตามกรอบเดิมสิครับ คือไม่เกินร้อยละ ๓.๕ ไม่ใช่ไปเขียนประกาศ ขึ้นมาใหม่ตามอำเภอใจ ทำได้อย่างไรล่ะครับ ขอให้ทุกท่านได้โปรดช่วยกันพิจารณาครับว่า ไม่ได้ เป็นความไม่ถูกต้อง แล้วก็ท่านนายกรัฐมนตรีก็กลับไปละเมิดมติคณะรัฐมนตรี เสียเอง ท่านนายกรัฐมนตรีไปละเมิดมติ ครม. โดยการไปแก้กรอบใหม่เป็นร้อยละ ๗.๕ ทำได้อย่างไรครับ การทำอย่างนี้เป็นการไปย้อนไปแก้ไขหลักการตรา พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีทำตามอำเภอใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควร อย่างยิ่ง เป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นผมก็ขออภิปรายเฉพาะที่เป็นประเด็น สำคัญ จะชี้ให้เห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปเขียนกรอบขึ้นมาใหม่ ไปเขียนประกาศขึ้นมาใหม่ หลังจากที่มีมติ ครม. ไปแล้วในวันที่ ๗ เมษายน เพราะฉะนั้นจึงขอกราบเรียนว่า ผมไม่สามารถจะลงมติเห็นชอบกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ครับ ขอบพระคุณครับ