ซูการ์โน มะทา กล่าวขอบคุณประธานสภาและทีมงานที่ผลักดันให้สภามีห้องประชุมถาวรหลังต้องใช้สถานที่ชั่วคราวมานานหนึ่งปี และแสดงความยินดีที่ได้อภิปรายร่างโอนงบประมาณในที่ประชุมอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยชี้ว่าอาจผิดทั้งเวลา วัตถุประสงค์ และขัดต่อกฎหมาย รวมถึงวิพากษ์การบริหารงบประมาณที่ล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำในช่วงวิกฤตโควิด-19 พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการโอนงบไปยังงบกลางที่ทำให้หน่วยงานขาดแคลนงบประมาณดำเนินงาน และตั้งคำถามถึงการบริหารงบที่รวมศูนย์ว่าอาจขัดต่อวินัยการคลังและสะท้อนลักษณะการบริหารในแนวทางเผด็จการ
ขอความสันติสุขจงมีแก่ทุกท่าน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ต้องขอขอบคุณพรรคประชาชาติ ที่ได้ให้โอกาสผมเป็นตัวแทนของพรรคมาอภิปรายร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ รายจ่าย พ.ศ. .... ตามที่รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งในการอภิปรายในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้มาอภิปราย ในห้องประชุมพระสุริยัน ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนก็พยายามที่จะอภิปราย ทำหน้าที่ในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องประชุมของเรา เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๑ ปี ของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ของพวกเรา เริ่มต้นเราได้รับการรับรอง จากทางคณะกรรมการการเลือกตั้งตั้งแต่วันที่ ๒๔ พฤษภาคม เราก็ต้องไปเร่ร่อน อาศัยสถานที่ห้องประชุมของหน่วยงานอื่น เป็นเจ้าไม่มีศาลมา ๑ ปีเต็ม ๆ วันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ในฐานะที่เป็นประธานรัฐสภา แล้วก็ ประธานสภาผู้แทนราษฎรทราบถึงปัญหานี้แล้วก็ได้ดำเนินการเร่งรัดให้ฝ่ายผู้ที่ก่อสร้าง อาคารรัฐสภาของเราแห่งใหม่นี้ได้ดำเนินการจนกระทั่งเราสามารถได้ใช้ห้องประชุมของเราเอง อย่างภาคภูมิใจนะครับ แม้ว่าการใช้ห้องประชุมของเรา ห้องประชุมกรรมาธิการ หรือห้องอะไรต่าง ๆ จะไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าถ้าไม่มีดำริของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ของเรา เราก็ไม่มีโอกาสได้ใช้วันนี้ อันนี้ ผมต้องเรียนขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ทีมงานนะครับ
ท่านประธานครับ ในการอภิปรายวันนี้เป็นการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... ผมตกใจเมื่อทางสภาผู้แทนราษฎรส่งระเบียบวาระไปให้ผม ที่บ้าน ผมไม่เคยนะครับ ผมอยู่วงการการเมืองอาจจะไม่นานเท่าท่านประธานสภา แต่ผม ก็ติดตามทำงานเป็นทีมงานทางการเมืองของท่านหัวหน้าพรรคของผมมา ๔๐ ปี ผมก็ไม่รู้ว่า พระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายคืออะไร และเกิดขึ้นจากตอนไหน ผมไม่รู้ ไม่รู้จริง ๆ ครับ เพราะตอนที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรในปี ๒๕๕๐ รัฐบาลยุคนั้นก็ไม่เคยทำ ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมมาให้พวกเรามาทำหน้าที่ในการ พิจารณา รัฐบาลในยุคนั้นก็จะทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณตามปกติ เมื่อประชาชนมีความเดือดร้อนหรือประเทศชาติขาดแคลนเรื่องงบประมาณก็จะทำ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือเมื่อเห็นมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ออก พ.ร.ก. เงินกู้อย่างที่พวกเราได้อภิปรายผ่านไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมจำเป็นที่จะต้องไปศึกษาค้นคว้าว่าร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อไร ถึงบางอ้อครับท่านประธาน ปี ๒๕๐๗ ผมไม่รู้นะครับว่าท่านประธาน ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วหรือยังตอนนั้น ปี ๒๕๐๗ ในสมัยที่ ๒ ของนายกรัฐมนตรี คนที่ ๑๐ ชื่ออะไรรู้ไหมครับ จอมพล ถนอม กิตติขจร ช่วงรัฐบาล ปี ๒๕๐๗-๒๕๑๒ สมัยที่ ๒ เริ่มครั้งแรกในการทำ พ.ร.บ. โอนงบประมาณ ผมก็ค้นคว้า ต่อไปอีกว่ามาจากไหนอีก เพราะว่ามีคนพูดว่าไม่ใช่ครั้งเดียว เกิดครั้งแรกแล้วต้องเกิดอีก ไป ๆ มา ๆ เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งติดต่อกัน ๕ ครั้งติด ๆ ครับ โดยรัฐบาลภายใต้การนำ ของคนชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๘ ช่วงรัฐบาลนั้นเรายังไม่มี โอกาสได้เข้ามาทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ในสภาแห่งนี้เพราะในตอนนั้นเป็นบทบาทหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. รัฐบาลยุคนั้นทำ พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย ๕ ครั้ง หรือ ๖ ครั้งกับครั้งนี้กับคนชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฉะนั้นก็ไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมเราต้องมาพิจารณาในวันนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้มาผิดที่ ผิดเวลา ผิดวัตถุประสงค์ แล้วก็ยังผิดกฎหมายอีกด้วยครับ เพราะผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ได้อภิปรายหลายประเด็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ รายจ่าย พ.ศ. .... ของรัฐบาล ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าอาจจะมีขัดกับ กฎหมายด้วย อันนี้สิ่งสำคัญที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังว่าความเป็นมาของ พ.ร.บ. โอนงบประมาณมาอย่างไร ทีนี้เรามาดูเพื่อนสมาชิกในสภา พ.ศ. ๒๕๐๗ ผมเชื่อว่าหลายคนยังไม่เกิดก็ไม่รู้ อันนี้ อยากฝากเป็นประเด็น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนำสไลด์ประกอบ การอภิปราย ผมก็ได้ทำหนังสือขออนุญาตท่านประธานแล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
วันนี้วันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ทำไม ผมต้องขึ้นสไลด์ (Slide) อย่างนี้ เป็นวันที่ผมต้องจดจำพฤติกรรมของรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ อย่างไม่มีวันลืม อันนี้เป็นหัวข้อที่ผมอยากบอกให้พวกเราได้ทราบว่าในเหตุผล ของการอภิปรายงบประมาณทั้งหมดในเรื่องของ พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... วันนี้ ที่ผมจดจำไม่ลืมก็คือ ๑. รัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังทำลายความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยการอ้างสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เพราะอะไรรู้ไหมครับ เราจำกัน ได้ เมื่อรัฐบาลกลัดกระดุมเม็ดแรกสูทของท่านผิด เม็ดที่ ๒ เม็ดที่ ๓ ท่านจะทำอย่างไร ก็ไม่มี โอกาสที่จะถูกให้ดูสวยงามหรือสง่างามได้ ท่านกลัดเม็ดแรกผิดตรงไหน เราจะมาทบทวนว่า เราพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่ไม่ตรงกับปฏิทินงบประมาณ เกิดจากอะไรครับ เกิดจากความผิดพลาด ในการบริหารของรัฐบาลชุดนี้ ทำให้การบริหารงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ล่าช้ามาจากอะไรครับ มัวแต่จัดตั้งรัฐบาล มัวแต่แบ่งเก้าอี้ ผมจะไม่พูดถึง แต่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ของสภาผู้แทนราษฎรไม่เป็นไปตามปฏิทินงบประมาณ พอไม่เป็นไปตามปฏิทินงบประมาณ เราพิจารณางบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลล่าช้า ประชาชนก็รอ แล้วในที่สุดเราก็สามารถ ผ่านงบประมาณที่มีการตรวจสอบงบประมาณรายจ่ายของ ๓.๒ ล้านล้านบาทของรัฐบาล ที่เสนอต่อสภา ผ่านกระบวนการตรวจสอบทั้งโครงการแผนงานงบประมาณแหล่งที่มาต่าง ๆ โดยคณะอนุกรรมาธิการที่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ตั้ง ๓.๒ ล้านล้านบาทเป็นความหวัง ของประชาชนที่รอคอยความหวังว่าอย่างน้อยที่สุดอาชีพของเขาก็จะต้องมีอาชีพที่พัฒนาขึ้น เรื่องของปัจจัยสี่ ปัจจัยห้า เรื่องอาหาร เรื่อง ๕ อ. ผมอยากฝากพวกเราว่า อย่าให้ความสำคัญมาก เพราะว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องของอาชีพ จากสถานการณ์ ผลกระทบของโควิด (COVID) ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ผมก็ต้องขออนุญาตต้องขอประทานอภัยเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า ผมต้องพูด เพราะว่าอาชีพส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชนชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และพี่น้องคนไทยอีกหลายภูมิภาคคือยางพารา เราจะกู้เงินไปไว้ที่งบกลาง แต่ทำไมไม่พูดถึง เลยว่าวันนี้ราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ตกต่ำเราจะทำอย่างไร นายกรัฐมนตรีจะเอาเงินนี้ ไปใช้อย่างไร ไม่พูด ปัญหาราคายางพาราหลายคนพูด โดยเฉพาะท่าน ส.ส. จากจังหวัดสงขลา ท่านณัฏฐ์ชนนก็พูดประจำ ผมก็ต้องพูดวันนี้ราคายางพาราก็ตกต่ำ ซ้ำเติมต่อโควิด (COVID) ขึ้นมา สินค้าอุปโภคบริโภคกลับมีราคาแพง ขาดตลาด อันนี้คือปัญหา แต่เรามา มัวแต่ยุ่งกับการที่จะมาจัดการเรื่องของโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีมาเกลี่ย ผมดีใจ ได้ยิน ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของพรรคก้าวไกลที่อภิปรายว่าท่านเกลี่ยงบประมาณ ท่านกู้แล้วมาเกลี่ย ทำไมท่านไม่เกลี่ยก่อนกู้ ถ้าท่านเกลี่ยก่อนกู้เราไม่ทำผิดขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ท่านกู้แล้วมาเกลี่ย ท่านมาดูในร่างหนังสือเล่มนี้ ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานว่า ผมได้ดูเอกสารของสภาชุดนี้ ชื่นชมครับ เยี่ยมครับแต่ช้า ผมเชื่อว่าถ้าเอกสารชุดนี้มาถึงมือ พวกเรา ๑ สัปดาห์ก่อนการอภิปรายงบประมาณนี้ ข้อมูลเด็ด ๆ อีกจำนวนมาก พี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟังการถ่ายทอดสดก็จะได้รู้นะครับ แต่ผมจะไม่พูดเพราะว่า ผมจะเอาประเด็น เนื่องจากผมเหลือเวลา ๒ นาที
ผมจะสรุปนิดเดียวที่ผมติดใจนะครับ การโอนงบปกติที่เราจ่ายไปให้กับ หน่วยงานรับงบประมาณคือความหวังของพี่น้องประชาชน แต่เรามาเกลี่ยกลับตัด งบประมาณเขาไป แล้วที่สำคัญที่สุดใน ๔ กลุ่มงาน ไม่ว่าจะเป็นงานงบของฟังก์ชัน (Function) หรืองบดำเนินการ งบบูรณาการ ผมติดใจครับ งบใช้หนี้ครับ งบใช้หนี้เรายังตัด อีกครับ กู้ ๑ ล้านล้านบาท เหลือ ๑.๙ ล้านบาท แต่พอมาโอนงบประมาณไปเปลี่ยน กติกาใหม่ เปลี่ยนเรื่องของการใช้หนี้ เราเป็นหนี้เราต้องจ่ายครับ ใครบ้างเป็นหนี้ไม่จ่าย เป็นหนี้ไม่จ่ายเขาคิดดอกเบี้ยทบต้นทบดอกนะครับ ท่านกู้ไป ๑ ล้านล้านบาทแล้ว วันนี้ ยังต้องมาบอกไม่ใช้หนี้ อันนี้ผิดระเบียบของวินัยการเงินการคลังอย่างชัดเจน
เรื่องสุดท้ายเพื่อไม่ไปรบกวนเวลาของเพื่อนสมาชิกแล้วก็ของ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมต้องขอขอบคุณที่ท่านได้มานั่งฟังในวันนี้ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยอยู่ด้วย ผมย้ำอีกครั้งนะครับ การโอนงบประมาณเป็นการทำลาย ความหวังของประชาชน การโอนงบประมาณจากหน่วยงานของรัฐ เหมือนคำที่พูด บอกนะครับ สุดท้ายที่ผมอยากฝากก็คือปากว่าเป็นประชาธิปไตยแต่หัวใจฝักใฝ่เผด็จการ เพราะอะไร ผมขออธิบายเหตุผลนิดหนึ่งครับ โดยปกติการบริหารงบประมาณ รัฐมนตรี เจ้ากระทรวงจะเป็นผู้มีอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณ แต่เมื่อเราไปไว้ในงบกลาง อำนาจสุดท้ายก็อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียว ท่านรู้ไหมครับ ชอบอ้างมากครับว่า เราเอาเงินงบกลาง ๙๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไปช่วยพี่น้องประชาชน ไปช่วยเรื่องโควิด (COVID) วันนี้เราเหลือเวลาอีกแค่ ๓ เดือน ทำไมจะต้องเอาเงิน ๘๘,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปโอน ให้กับงบกลาง ทำไมไม่โอนให้กับกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง หรือทำไมเราไม่โอนให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะเงิน ๙๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ยังค้างท่ออยู่อีก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมนะครับ ขอบคุณมากครับ