เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมหารือเรื่องการโอนงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และแจ้งว่ากำลังดำเนินการเยียวยาที่เกิดจากสถานการณ์โควิด-19 ให้กับวัดต่าง ๆ
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผมขออภิปรายตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ เมื่อเช้า ท่านนิยม เวชกามา ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยเกี่ยวกับการตัดงบ โอนงบของสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในครั้งนี้ท่านได้กล่าวว่างบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็น้อยอยู่แล้ว ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าในการโอนงบครั้งนี้เราได้โอนงบในส่วนของ งบพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หรือเป็นงบไปดูงานต่างประเทศ งบอบรม ซึ่งในขณะนี้ เราไม่สามารถดำเนินการใช้งบต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เราก็เลยได้ดำเนินการโอนต่าง ๆ คืนมาตาม พระราชบัญญัติในฉบับนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านนิยมที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยในสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาตินะครับ แล้วเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ จากจังหวัดปทุมธานี ท่านเองก็ได้เป็นห่วงเป็นใยเหมือนกันว่าวันนี้มีวัดหลายวัด ที่ติดค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า แล้วก็ไม่มีเงินที่จะจ่าย บางวัดเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผมเรียนอย่างนี้ว่า ผมเข้าใจดีว่าจากสถานการณ์ไวรัสโควิด (COVID) ก็ทำให้พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชนที่จะต้องไปทำบุญกันเป็นประจำตอนนี้ก็งดเว้นไปทำบุญ และยิ่งโดยวันสำคัญ ทางพุทธศาสนาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นวันวิสาขบูชาหรือวันสงกรานต์เราก็งด หรือจะเป็น วันสำคัญอะไรก็แล้วแต่ แม้กระทั่งวันพระ ตอนนี้เราก็งดไม่ให้มีการรวมตัวของ พี่น้องประชาชนในวัด ก็ทำให้พี่น้องประชาชนไปวัดน้อยลง ฉะนั้นในกล่องทำบุญซึ่งถือว่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทางวัดจะนำไปใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในวัด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอาหารพระก็มีพี่น้องประชาชนไปทำบุญน้อยลง และยิ่งโดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด (COVID) อย่างนี้ ทำให้พระที่ออกไปบิณฑบาตก็น้อยลง คนตักบาตรก็น้อยลง ขอขอบคุณนะครับ แต่ผมเรียนอย่างนี้ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ตัดงบประมาณบางส่วนไปช่วยวัด โดยที่ได้โอนไปที่จังหวัดวัดละ ๕๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมดประมาณ ๙๐ วัด แล้วก็โอนให้กับ อำเภอ วัดละ ๒๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๙๐๐ กว่าวัด ทั้งหมดเป็นเงินทั้งสิ้น ๒๖ ล้านบาท แล้วทาง กองทุนวัดช่วยวัดซึ่งถือว่าเป็นเงินเราเรียกว่าเหมือนเงินเดือนพระหรือเรียกว่าเงินนิตยภัต ซึ่งพระจะบริจาคเข้ากองทุนนี้เอง ก็ช่วยเหลือวัดต่าง ๆ ที่มีผลกระทบช่วยพระไปทั้งหมด ๒๐,๐๐๐ รูป เป็นเงินทั้งหมด ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ต้องขอขอบคุณนะครับ และในขณะนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ทำเรื่องไปถึงกระทรวงการคลัง เมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้ว จะให้มีเงินช่วยเหลืออุดหนุนวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบ คือเราจะให้เงินกับพระรูปละ ๖๐ บาท มีพระทั้งหมดในประเทศประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ รูป แต่เราให้ไปที่วัด เราไม่ได้ให้พระ แต่เราดูจากวัดไหนมีพระจำนวนเท่าไร นำพระจากวัดนั้น มาคำนวณแล้วก็ให้ไปยังวัด เช่น มีวัดที่จังหวัดปทุมธานีสักวัดหนึ่งมีพระอยู่ ๑๐ รูป เราก็เอา ๖๐ บาท คูณด้วย ๑๐ รูป ก็คือ ๖๐๐ บาท คูณด้วยทั้งหมด เราให้ทั้งหมด ๙๑ วัน ก็เป็นเงิน ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท วัดนั้นก็จะได้ทั้งหมด ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท ขณะนี้กำลังประชุม หารือกับกระทรวงการคลังอยู่ ซึ่งคาดการณ์ว่าจะใช้เงินทั้งสิ้นประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าได้ตามนี้ก็สามารถที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของวัดต่าง ๆ ในประเทศไทยเราได้ทั้งหมด ๔๐,๐๐๐ กว่าวัด กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมหารือกันในวันพรุ่งนี้ ถ้าได้ข้อสรุปอย่างไรผมจะมาเรียนชี้แจงอีกทีนะครับ
ส่วนเมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ท่านได้พูดถึงว่า เวลาทำงานตอนนี้ให้ปลัดกระทรวงทำงานแทน ผมเรียนอย่างนี้ว่ารัฐมนตรีทุกท่าน ยังทำงาน ทำเต็มที่ แต่ผมเรียนอย่างนี้ว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไม่ได้ขึ้นกับ กระทรวงวัฒนธรรม เราขึ้นกับสำนักนายกรัฐมนตรี ในกระทรวงวัฒนธรรมจะมีเขาเรียก กรมการศาสนา กรมการศาสนาจะดูแลศาสนาอื่น ๆ เช่น ศาสนาคริสต์ ศาสนาอื่น ๆ จะขึ้นกับกรมการศาสนา ส่วนศาสนาพุทธขึ้นกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผมก็เรียนข้อห่วงใยทั้งจากท่านนิยมและท่านชัยยันต์ว่าวันนี้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องความเดือดร้อนของพระ เรากำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะ ประชุมกันพรุ่งนี้ จะทราบเรื่องว่าวัดต่าง ๆ น่าจะได้รับการเยียวยาจากสถานการณ์โควิด (COVID) ขอขอบคุณครับ