นริศ ขำนุรักษ์ หารือการโอนคืนงบประมาณกว่า 80,000 ล้านบาท ตั้งคำถามถึงเหตุผลการตัดงบในประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการเกษตร ปศุสัตว์ การค้า การส่งออก เอกสารสิทธิ และสิ่งแวดล้อม พร้อมท้วงติงการลดงบในโครงการสำคัญของกรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และโครงการพระราชดำริ โดยเรียกร้องให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณชี้แจงความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล เพราะการตัดงบเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันและจิตใจของประชาชนอย่างรุนแรง
ท่านประธานที่เคารพ ผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) อยู่ด้วยนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าประเทศไทยเราแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะในยามปกติหรือยามวิกฤติ เราใช้ระบบราชการ เราใช้ระบบ งบประมาณในการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด เช่นเดียวกันวันนี้รัฐบาลประสบปัญหา มีวิกฤติ รัฐบาลจึงขอเงินงบประมาณไปจำนวน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อการแก้ไขปัญหา และฟื้นฟูประเทศ ผมเห็นด้วยในหลักการที่รัฐบาลจะได้โอนคืนงบประมาณส่วนนี้ไป แต่ว่า ขอคำตอบจากกระทรวงการคลัง และขอคำตอบจากสำนักงบประมาณ ในบางคำตอบ ประเทศไทยเรามีปัญหาอยู่ทั้งหมด ๔ ปัญหาหลัก ๆ ๑. ปัญหาการเกษตร ๒. ปัญหาการค้า การส่งออก ๓. ปัญหาเอกสารสิทธิและสิทธิที่ทำกิน และ ๔. ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นี่คือปัญหาใหญ่ของประเทศ ผมคิดว่ากระทรวงการคลังและ สำนักงบประมาณไม่ควรแตะงบประมาณของ ๔ ปัญหาดังกล่าวนี้ โดยการโอนคืนแต่อย่างใด
เรื่องที่ ๑ ปัญหาการเกษตร รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนครับว่าการเกษตรที่เหมาะสม ก็คือการโซนนิง (Zoning) พื้นที่และเป็นเกษตรอินทรีย์ แต่ถามครับว่าทำไมไปโอนคืน โครงการส่งเสริมการผลิตและใช้สารอินทรีย์ชีวภาพเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ที่ตั้งไว้ที่ กรมพัฒนาที่ดิน ๑๖๙ ล้านบาท โอนคืนทำไมเมื่อนโยบายเป็นเช่นนี้ ๒. ด้านการปศุสัตว์ ประเทศไทยเป็นดาวรุ่งของโลกเรื่องการปศุสัตว์ หลายจังหวัดในประเทศ จีดีพี (GDP) ด้านปศุสัตว์สูงเท่าพืช เช่นจังหวัดพัทลุงปศุสัตว์มีจีดีพี (GDP) สูงมาก แต่ว่าถาม กระทรวงการคลังอีกครั้งหนึ่งครับว่าทำไมท่านไปปรับโอนคืนงบประมาณของงานวิจัย และนวัตกรรมด้านปศุสัตว์และงานยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ที่ตั้งไว้ที่ กรมปศุสัตว์ ๑๔๐ กว่าล้านบาท โอนคืนทำไมในขณะที่นโยบายเป็นเช่นนี้ จะทำให้ การปศุสัตว์ของประเทศ จะทำให้การเกษตรของประเทศถดถอยลงหรือเปล่า ท่านต้องมี คำตอบนะครับ
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการค้า การส่งออก หัวใจของการค้าการส่งออกก็คือ ๑. การมีระบบข้อมูลของผลผลิตและการตลาดที่มากพอ ๒. มีความสามารถในการแข่งขัน ที่สู้เขาได้ และ ๓. มีการเจรจาการค้าที่ดี ถามกระทรวงการคลังกับสำนักงบประมาณว่าท่านไป ตัดงบประมาณ ๓ ส่วนนี้ได้อย่างไร เช่น งบประมาณฐานข้อมูล หรือบิ๊กดาต้า (Big Data) ที่ตั้งไว้ที่สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ท่านไปตัดงบประมาณโครงการสร้างเครือข่าย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันที่ตั้งไว้ในกรมการค้าต่างประเทศ ท่านไปปรับโอน งบค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทักษะนักเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ที่ตั้งไว้ที่กรมเจรจาการค้า ระหว่างประเทศ ท่านทำทำไม เพราะสิ่งนี้คือหัวใจของการค้า การขนส่ง
เรื่องที่ ๓ ปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศปัญหาหนึ่งก็คือ ปัญหาเอกสารสิทธิ และสิทธิทำกิน ประเทศไทยขาดที่ดินทำกิน การครอบครองที่ดินโดยไม่ชอบ การออกเอกสารสิทธิล่าช้า ท่านไปปรับโอนคืนงบประมาณจากกรมที่ดินด้านทะเบียนและ รังวัดที่ดินที่ให้บริการประชาชน ท่านโอนคืนของกรมที่ดินไปทำไม กับ ๒. ท่านไปโอนคืน การจัดทำแนวเขต ทำหมุดหลักฐานดาวเทียม งบรังวัดจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โอนไปทำไม จะทำให้การออกเอกสารสิทธิ ทำให้สิทธิทำกินของประชาชนล่าช้า ลงไปอีก
กราบเรียนท่านประธานครับ ปัญหาสุดท้ายก็คือปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยเผชิญอยู่กับมลพิษและไวรัส ท่านไปโอนคืนงบประมาณจาก กรมควบคุมมลพิษ เขามีแค่ ๕๐๐ ล้านบาททั้งกรม ท่านไปโอนคืนมา ๔๘ ล้านบาท โอนทำไม ในโลกนี้กรมนี้ใหญ่ทั้งนั้น ประเทศนี้ประเทศเดียวที่ทำให้กรมนี้เล็กลง ท่านต้องมี เหตุผลอธิบายกับสภา เรื่องที่ ๒ ประเทศกำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนัก น้ำใต้ดินนี่มันมี มากกว่าน้ำผิวดินถึง ๒๙ เท่า ท่านโอนคืนงบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทำลายความหวัง ทำลายเรื่องน้ำของประเทศนี้ลงโดยสิ้นเชิง กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องสุดท้าย ท่านไปปรับลดโอนคืนโครงการพระราชดำริ ในค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามแนวพระราชดำริ และกิจการพิเศษ และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชุมชน ตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ ก่อนผมมาเป็นนักการเมือง ทำงานในโครงการพระราชดำริอยู่ในพระโครงการพระราชเสาวนีย์ ผมไม่คิดเลยว่ารัฐบาลชุดนี้ จะปรับโอนเงินจากโครงการพระราชดำริ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะได้เพิ่มเติมโครงการ พระราชดำริเสียมากกว่า เพราะ ๔,๐๐๐ กว่าโครงการในประเทศไทยไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ คิดไว้ให้เสร็จเราเพียงแต่เติมงบประมาณลงไป ผมต้องขอเหตุผลว่า ทำไมท่านถึงปรับโอนงบประมาณโครงการพระราชดำริ ปรับไม่มาก แต่ว่า ๑ บาท ก็บาดหัวใจคนไทย ท่านจะปรับที่ตรงอื่นกี่พันล้านบาท กี่ร้อยล้านบาทผมไม่ติดใจ แต่ว่าสำหรับโครงการพระราชดำริบาทเดียวบาดหัวใจผม ซึ่งก่อนเป็นนักการเมืองทำงาน อยู่ในโครงการพระราชดำริ
โดยหลักการเห็นด้วยที่จะลงมติกับสภาแห่งนี้เพื่อให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. .... แต่ขอคำตอบจากกระทรวงการคลัง และขอคำตอบจาก สำนักงบประมาณทั้ง ๔ ข้อ ที่ผมได้สอบถามไปครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ