พัฒนา สัพโส วิพากษ์การบริหารงบประมาณของรัฐบาลที่ดำเนินการโอนงบประมาณถึง 5 ครั้ง ซึ่งสะท้อนความขาดวิสัยทัศน์และแผนงานชัดเจน โดยเฉพาะการสั่งคืนเงินอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขัดกฎหมาย รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงความเร่งรีบในการผลักดันโครงการต่าง ๆ โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังวิพากษ์โครงการถนนพาราแอสฟัลต์ว่าเป็นวาทกรรมที่ไม่ช่วยเกษตรกรจริง แต่กลับเพิ่มต้นทุนและเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชนบางแห่ง พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนโครงการและผ่อนปรนกฎระเบียบที่สร้างภาระ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิดที่ท้องถิ่นทำหน้าที่สำคัญ ขณะเดียวกันก็เตือนถึงผลแห่งการบริหารที่อาจสะท้อนกลับตามสุภาษิตเสร็จนาฆ่าโคถึกและเสร็จศึกฆ่าขุนพล
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายพัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันรัฐบาลของประเทศไทยได้มีการจัดทำ พระราชบัญญัติโอนงบประมาณมาทั้งหมด ๕ ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในสมัยของ จอมพล ถนอม ซึ่งท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ท่านหมอชลน่าน ก็ได้กล่าวไว้แล้ว แต่ครั้งที่ ๒ ถึงครั้งที่ ๕ เกิดขึ้น ในสมัยของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าเกิดว่าวันนี้ร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณรายจ่าย ผ่านสภาแห่งนี้ก็จะเป็นสถิติของ ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าเป็นนายกรัฐมนตรี ที่จัดทำพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย ได้ถึง ๕ ครั้ง ผมก็ขอแสดงความยินดี ล่วงหน้านะครับ แต่นั่นบ่งบอกถึงอะไรครับท่านประธาน บ่งบอกถึงรัฐบาลได้จัดทำ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย แต่มาเปลี่ยนแปลงโอนงบประมาณที่ตัวเองได้จัดทำไว้ บ่งบอกถึงการไม่มีวิสัยทัศน์ การไม่มีการวางแผนของรัฐบาล ถ้าทางรัฐบาลปฏิเสธ ๒ ประเด็นนี้ บอกว่ารัฐบาลมีวิสัยทัศน์ มีการวางแผนที่ดี ผมก็จะมองไปอีกประเด็นว่ารัฐบาล มีเจตนาที่จะจัดสรรงบประมาณลงไปหน่วยรับงบประมาณที่รัฐบาลเองได้คิดการไว้แล้ว อย่างเช่นกระทรวงกลาโหม ๑๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านอาจจะคิดไว้แล้ว จัดงบประมาณ รายจ่ายประจำปีลงไปให้กระทรวงกลาโหมเดี๋ยวค่อยเอากลับคืนมางบกลาง เพราะว่าอำนาจ มาอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจในการใช้เงินก้อนนี้ ท่านประธานครับ การจัดเตรียม ร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้ค่อนข้างมีปัญหามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยรับงบประมาณ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นค่อนข้างเกิดปัญหาเยอะ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่ารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์วิษณุ ท่านปล่อยให้มติ ครม. ให้กระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นมีหนังสือ ที่ มท ลงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๓ ให้ อปท. ทั่วประเทศ คืนเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร กูรู (Guru) ระดับรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ โดยปกติมติ ครม. ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เกี่ยวข้องกับการเงิน เกี่ยวข้อง กับงบประมาณ ต้องส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน ต้องให้เขาทำความเห็นก่อน ก่อนที่จะมีหนังสือสั่งการ นี่รัฐบาลทำไปได้อย่างไร มันเกิดขึ้นได้อย่างไร หนังสือฉบับนี้ จากเทศบาลตำบลหนองอีบุตร อำเภอห้วยผึ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ เขาร้องเรียนเข้ามาที่ คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองท้องถิ่นและการบริหารราชการ รูปแบบพิเศษซึ่งมีท่านประธานซูการ์โน มะทา เป็นประธาน มันเกิดขึ้นได้อย่างไร บ้านนี้เมืองนี้ พระราชบัญญัติกำหนดแผนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เขามีเขียนไว้ชัดเจน ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุไม่ดูหรือครับ ซ้ำร้ายกว่านั้น ผมไม่แน่ใจว่า ครั้งที่ ๒ หรือครั้งที่ ๕ ที่มีการโอนงบประมาณ ได้ไปเอาของท้องถิ่นเขาบ้างหรือเปล่า มติคณะรัฐมนตรีหลังจากสั่งการไปแล้ว มีหนังสืออีกลงวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ให้คืนเงิน อปท. ผมเชื่อว่าท่านประธานอยู่สภาแห่งนี้มาก็นาน อาวุโสก็แทบจะมากกว่าคนอื่น เป็นถึง อดีตนายกรัฐมนตรี สมัยท่านก็ไม่เคยมีโอนงบประมาณ รัฐบาลปกติ รัฐบาลที่มาจาก พี่น้องประชาชนเลือกตั้งเข้ามา สภาเราวันนี้สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชน เป็นสภาอันทรงเกียรติ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ผมถึงชื่นชมท่านไปแล้ว ท่านทำสถิติไปแล้ววันนี้ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทำ พ.ร.บ. โอนถ่ายที่ตัวเองจัดทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายมาด้วยมือของตัวเอง เขียนเอง แก้เอง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาเจ็บช้ำน้ำใจจนต้องมี หนังสือร้องเรียนขึ้นมาที่คณะกรรมาธิการ มันทำไม่ได้เหมือนเดิมนะครับ เมื่อก่อน สนช. อาจจะ ไม่กล้าพูด อาจจะผ่าน ๓ วาระอย่างที่หมอชลน่านพูด ผมก็คิดว่าเช่นนั้น แต่วันนี้อย่างน้อยถึงแม้ เมื่อสักครู่ผมเห็นด้วยกับท่านภราดร แม้นว่าพรรคท่านจะอยู่ฟากฝั่งฝ่ายรัฐบาล แต่วันนี้ ท่านได้แสดงสปิริต (Spirit) โดยเฉพาะท่านเป็นลูกชายของผู้ที่ผมชื่นชมชื่นชอบ อดีตท่านประธานสมศักดิ์ได้พูดเช่นนี้ พรรคภูมิใจไทยเองพูดเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าพรรคภูมิใจไทย ดูแลกระทรวงสาธารณสุขจะพูดให้ได้งบประมาณมาก ๆ ไม่ใช่หรอกครับ วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านต้องดูตัวท่านเองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ฝ่ายเศรษฐกิจ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายท่านทำอะไร ทั้ง ๒ ท่าน ผมเดานะครับ ในการที่งบกลาง มันเหลือน้อย ๆ ผมเชื่อว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านสมคิด ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คงจะคิด หาวิธีการที่จะหาเงินที่ไหนมาให้งบกลาง ถึงได้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ โอนงบประมาณรายจ่ายในครั้งนี้ แต่ว่าก็คงไม่ได้คุยชัดเจนกับท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุก็รีบออกคำสั่ง เพราะต้องการให้มันรวดเร็วอย่างที่ หลาย ๆ ท่านเป็นห่วงต้องทำด้วยความรวดเร็ว ก็ไม่ได้ดูระเบียบว่าสิ่งไหนทำได้ สิ่งไหน ทำไม่ได้ อันนี้ชัดเจนที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าจะคืนเงินเขา แต่ถ้าท่านประธานยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ เป็นประมุขฝ่ายบริหาร กระทำผิดต่อกฎหมาย พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เขียนชัดเจนมากครับ ท่านประธานครับ วันนี้พระราชบัญญัติฉบับนี้จะผ่านสภาหรือไม่ผ่านสภา แต่ผมขอ ตั้งข้อสังเกตกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ รวมถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิด ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เพราะอย่างไรช่วงตระเตรียมท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ท่านพลาดแล้วครับ สำนักงบประมาณเป็นส่วนราชการโดยตรงในการดูแลเรื่องงบประมาณ ทั้งหมดทั้งประเทศ สิ่งที่ผมอยากจะฝากสำนักงบประมาณมากที่สุดเกี่ยวกับเรื่องของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่กำกับดูแล อปท. สำนักงบประมาณนะครับท่านประธาน ผมเองไปนั่งอยู่ในห้องกรรมาธิการงบประมาณตอนพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๓ ผ่านมาไม่กี่เดือนมานี้ครับ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้แจ้งว่า สำนักงบประมาณไม่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดของบประมาณโครงการก่อสร้าง ถนนลูกรัง ฟังให้ดีนะครับท่านประธาน สำนักงบประมาณแจ้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผมเองตกใจ ผมบอกว่าแสดงว่าสำนักงบประมาณคุณไม่ได้ดูข่าวเลย ขนาดองค์กรอิสระ อย่างเช่นศาลรัฐธรรมนูญเขายังบอกว่าให้ทำถนนลูกรังก่อน สมัยคุณยิ่งลักษณ์ท่านประธาน คงจำได้ ตอนนี้สำนักงบประมาณทำตัวเป็นฝ่ายบริหารแล้วท่านประธาน อปท. เขาขอเงิน อุดหนุนเฉพาะกิจเข้ามากับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บอกว่าลูกรังไม่ให้ ผมเชื่อว่า ท่านประธานจังหวัดตรังท่านก็อยู่บ้านนอกเหมือนผม ถนนหนทางทางการเกษตรเป็นดิน รถขนผลผลิตทางการเกษตรไม่สามารถที่จะวิ่งได้ครับท่านประธาน เขาต้องการเพียงแค่ลูกรัง ไปทับหน้าดินเพื่อให้ขนส่งผลิตผลทางการเกษตรเขาได้ นโยบายฟื้นฟู เงินกู้ ก็ยังบอกว่า สนับสนุนเส้นทางขนส่งทางการเกษตร ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดท่านบอก สำนักงบประมาณหน่อย ท่านเป็นคนกำกับดูแล นี่คือสิ่งที่ผมเองอยากฝากไปถึง สำนักงบประมาณ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองรัฐมนตรีสมคิดด้วยครับ
ท่านประธาน ผมมีโครงการอยู่โครงการหนึ่งที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยสบายใจ ผมคิด ในใจว่าจะตั้งฉายา ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัย คสช. แล้วครับ โครงการก่อสร้างถนนพาราแอสฟัลต์ (Para-Asphalt) สนับสนุนเกษตรกรยางพารา บ้านท่านประธานเองเกษตรกรยางพารา ก็เยอะนะครับ รัฐบาลยุค คสช. เป็นคนเริ่มต้นในเรื่องนี้ ผมจะเรียกโครงการนี้ว่าโครงการ วาทกรรมลวงโลก ท่านประธานฟังผมนะครับ เมื่อก่อนการก่อสร้างถนนลาดยาง ซึ่งเขา เรียกว่าแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic Concrete) ชาวบ้านเขาเรียกลาดยาง จู่ ๆ ผลผลิตยาง ตกต่ำ รัฐบาลยุค คสช. ก็บอกว่าจะช่วยพี่น้องเกษตรกร ก็บอกว่าให้นำน้ำยางไปผสม กับแอสฟัลต์ (Asphalt) หน่อย ก็ไม่รู้ไปฟังใครมาละครับท่านประธาน ไม่รู้ว่าฟัง รองนายกรัฐมนตรีสมคิดหรือเปล่า ก็บอกว่าให้นำยางพาราไปผสม ท่านเชื่อไหมครับว่า โดยปกติการประมาณการ ยาง ๑ ตัน ทั่วไปที่ไปทำฮอตมิกซ์ แอสฟัลติก (Hot-mix Asphaltic) ประมาณตันละ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ๒๕,๐๐๐ บาท เพราะตอนนี้ราคาผันผวน แต่ถ้าเพิ่มตัว พารา (Para) เข้าไปข้างหน้าจะเพิ่มมาอีก ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาทเลย แต่ทุกคน ก็รู้ก็ทราบ บอกว่าการสนับสนุนยางพาราเพิ่มเข้าไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑ ตัน ยาง ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๕ เปอร์เซ็นต์ก็ ๕๐ กิโลกรัม แสดงว่ายางพารามันเข้าไปสู่ในส่วนผสมของแอสฟัลต์ (Asphalt) ประมาณ ๕๐ กิโลกรัม คิดเป็นเงินเท่าไร ยางพารา ๓๐ บาท ๕๐ บาท มันแค่ ๑ ใน ๔ ของราคาที่เพิ่มขึ้น ผมได้ สอบถามกรมทางหลวงว่าคุณได้ใช้ยางพาราที่ไหนบ้าง เขาบอกว่าถ้าเป็นสายหลัก สายประธานเขาไม่ใช้ เขาจะเลือกใช้เฉพาะถนนที่มีปริมาณการจราจรน้อย ๆ ก็แสดงว่ามันไม่ดี กรมทางหลวงยังไม่ใช้ในสายหลัก แต่ทำไมราคามันเพิ่มขึ้นมาได้อย่างไร ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นเงินตรงนี้เม็ดเงินตรงนี้มันไปเกิดกับใคร เกิดขึ้นกับบริษัทยางไม่กี่บริษัทหรอก แต่งานนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องพาราซอยล์ซีเมนต์ (Para soil cement) บางครั้งในห้องกรรมาธิการ ผมรู้ว่าท่านยังสับสนกัน พาราซอยล์ซีเมนต์ (Para soil cement) กับพาราแอสฟัลต์ (Para asphalt) พาราเคปซีล (Para cape seal) อะไรต่าง ๆ นี่ วันนี้เวลาน้อยผมฝาก ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ความจำเป็นลงท้ายในหลักการและเหตุผลท่าน ถ้าท่านจะไปทำ ถนนลาดยางไม่ต้องไปเพิ่มพารา (Para) ผมเชื่อว่าวิศวกรไม่มีใครยอมรับ ผมเองก็เป็นวิศวกร ราคามันเพิ่มมา ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท มันไปเพิ่มตรงไหน เพิ่มให้ส่วนผสมที่จะออกมาเป็น พาราแอสฟัลต์ (Para asphalt) ทำก็ยากด้วย อุณหภูมิสูงหินก็เปราะ ไม่ดีสักเรื่อง ไม่ดีสักอย่าง ถ้าคนในรัฐบาลไม่มีความสามารถ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเชิญผมไปให้คำแนะนำได้ ขอมาที่พรรคเพื่อไทยผมยินดี
ผมจะสรุปแล้วกัน เวลาอาจจะเกินนิดหน่อยพรรคเพื่อไทยเขาให้ผมพูด อยู่แล้วนะครับ เพราะว่าครั้งแรกที่ผมอภิปราย ผมอยากจะฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านมีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจในการแก้ปัญหาจริง ๆ ท่านต้องโอนงบประมาณไปยัง หน่วยรับงบประมาณโดยตรง ท่านไม่ต้องเอาไปไว้งบกลางของท่าน ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้ไปหมดแล้ว ท่านจะมาเอาอีก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านให้เขาไปเถอะ อย่างที่ ท่านภราดร ขออนุญาตเอ่ยนาม เมื่อสักครู่กระทรวงสาธารณสุขให้เขาไปเลย ท่านจะมา ถือไว้ทำไม ข้อที่ ๒ ตั้งแต่เกิดโควิด (COVID) หน่วยงานที่ดูแลพี่น้องประชาชนมากที่สุด นั่นคืออะไรทราบไหมครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงสาธารณสุขยังแค่ดูแลรักษา ผมจะพูดจังหวัดบ้านผมจังหวัดสกลนคร อำเภอพังโคน โรงพยาบาลพังโคนไม่มีคนป่วย เนื่องจากโควิด (COVID) ก็ไม่ต้องรักษา แต่การป้องปรามเฝ้าระวังใครเป็นคนทำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยยกเว้นระเบียบให้เขา บอกคุณทำได้เลย จะเอาเงินสะสม เงินสำรองจ่าย จะทำอะไรเร่งด่วนทำได้เลย จัดซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิคุณทำได้เลย ท่านประธานเชื่อไหมว่าเครื่องวัดอุณหภูมิโดยทั่วไปขายประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าบาท วันนั้น ในท้องตลาดขาย ๓,๕๐๐ บาท จะให้เขาทำอย่างไร ผู้บริหารจะต้องซื้อ เสร็จแล้ววันนี้ เป็นอย่างไร สตง. ป.ป.ช. ลงไปตรวจสอบเขา ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุนั่งทำอะไร ท่านต้องประสานงานไปที่ สตง. ป.ป.ช. ทำอย่างไรจะพบกันครึ่งทาง ทำอย่างไรจะให้ท้องถิ่น เขาไม่เดือดร้อน นี่คือสิ่งที่ผมเรียกร้องผ่านท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ท่านเป็นผู้กำกับดูแลข้อกฎหมาย ผมเชื่อว่าพบกันครึ่งทางได้ มีความจำเป็นอ้างได้ ท่านเอง ก็เป็นนักกฎหมายนะครับ
ประเด็นสุดท้าย ผมอยากเปรียบเปรยสุภาษิตไทยให้ท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิด ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ท่านเกี่ยวข้องเรื่องนี้โดยตรง ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ท่านไม่ค่อยได้คิดหรอกครับ ท่าน ๒ คนเป็นคนคิดให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอาเงินท้องถิ่นเขาคืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรต่าง ๆ ท่านทำแบบนี้ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มันเปรียบเทียบได้กับสุภาษิตไทยที่บอกว่าเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล ท่านฟังไว้ให้ดีนะ แล้วผมอยากจะฝากสุภาษิตไทยเพิ่มเติมไปอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือเวรกรรมมันมีจริงท่านประธาน ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดระวังให้ดี เสร็จนา ฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล อาจจะมาใช้กับตัวท่านได้ในเร็ววันนี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน