สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งกับประชาชน โดยเฉพาะกรณีเขาควนเหมียงในจังหวัดตรังที่มีชุมชนและโบราณสถานตั้งอยู่ จึงเสนอให้ยกเลิกการประกาศแหล่งแร่ดังกล่าวและตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ รวมถึงเสนอให้พิจารณาผลกระทบจากการนำเข้าหินจากมาเลเซียที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา การออกประทานบัตรเหมืองแร่ การยกเลิกเพิกถอนแหล่งแร่ และการทําเหมืองแร่ที่กระทบ ต่อประชาชน จริง ๆ แล้วผมต้องเรียนท่านประธานว่าเรื่องแร่นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็น ความรู้เฉพาะทางค่อนข้างมาก แล้วก็มีรายละเอียดค่อนข้างมากทีเดียว เพื่อการอภิปราย ในญัตตินี้ ผมได้ไปศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องแร่แล้ว เห็นว่าเป็นความรู้ เป็นรายละเอียด ที่ค่อนข้างจะมีความซับซ้อนมาก แต่ว่า ส.ส. พวกเรามักจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของ เหมืองแร่ เวลามีพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนพวกเรา อย่างกรณีของผมก็เช่นเดียวกัน ผมอยู่ ที่จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นจังหวัดที่เดิมนั้นเคยเป็นพื้นที่ของการทําเหมืองแร่ดีบุก เป็นระยะเวลา ที่ยาวนาน และเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่ดีที่สุดในประเทศไทยในช่วงระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่วันนี้การทําเหมืองแร่ดีบุกก็ถือว่าจบสิ้นไปแล้ว แต่ร่องรอยที่เราเห็นในทุกที่จากการ ทําเหมืองแร่ดีบุกนั้น จะเห็นได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นยาวนานมาก แร่ดีบุกที่จังหวัดตรัง จบไปหลายสิบปีแล้ว ผมเข้าใจว่าท่านประธานอยู่ที่จังหวัดตรังท่านประธานก็จะเห็นพื้นที่ได้ว่า จะเป็นพื้นทรายเป็นส่วนใหญ่ แล้วที่จะเหลือก็คือเหลือเฉพาะขุมเหมืองอย่างที่ท่านนริศ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ได้พูดถึงไปสักครู่นี้นะครับ ดินที่ถูกทําเหมืองไปนั้นก็จะมีความ เสียหายมาก นั่นเป็นสิ่งหนึ่งที่เราเห็นด้วยตาที่จังหวัดตรังของเรา แต่อย่างไรก็ตาม อีกเรื่องหนึ่งที่เราจะเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องแร่ก็คือเมื่อมีความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่อง การขอประทานบัตรเหมืองแร่ ที่จังหวัดตรังจะมีแหล่งแร่ที่เรียกว่าแหล่งหินอุตสาหกรรม เวลามีการขอสัมปทานเพื่อที่จะระเบิดหินพูดเป็นภาษง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านมักจะเกิด การต่อต้านขึ้นของพี่น้องประชาชน เราก็มักจะเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างนั้น ผมก็เลยคิดว่า เอ๊ะ ทําไมประเทศไทยเรามีการปรับปรุงทํากฎหมายฉบับใหม่ คือเป็นพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพิ่งผ่านมา ๒ ปีเศษ ๆ แต่ทําไมปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ยังไม่ไว้วางใจต่อกระบวนการ ออกประทานบัตรเหมืองแร่ยังคงมีอยู่ ทั้ง ๆ ที่ถ้าไปดูเจตนารมณ์การออกกฎหมายฉบับนั้น จริง ๆ ก็มีการพยายามปรับปรุงกระบวนการในการที่จะเข้าไปออกประทานบัตร มีกระบวนการ ขั้นตอนประเมินต่าง ๆ มีการมีส่วนร่วมของประชาชน เขียนเอาไว้ในกฎหมายค่อนข้างชัด กระบวนการกํากับดูแลต่าง ๆ ก็เขียนเอาไว้ แต่ทําไมปี ๒ ปีนี้ประเด็นเรื่องการทําเหมือง ยังมีความขัดแย้งในหลายพื้นที่ ผมเข้าไปศึกษาเรื่องนี้ ที่จังหวัดตรังมีอยู่ที่หนึ่งเรียกว่า เขาควนเหมียง อยู่ในเขตตําบลปากแจ่ม อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ใกล้ ๆ บ้านผม ห่างกัน ไม่เกินสัก ๑๔-๑๕ กิโลเมตร ที่นั่นถูกประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมมาก่อนมี พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ นายทุนพยายามที่จะไปขอประทานบัตรหลายครั้ง แต่ว่า ไม่ได้ดําเนินการต่อเนื่องจนกระทั่งล่าสุดมีการไปขอเมื่อ ๒ ที่แล้ว และชาวบ้านก็เกิดการลุกขึ้น คัดค้านเรื่องนี้ และเกิดความขัดแย้ง แบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ผมเข้าไปดูแล้วผมก็เห็นว่า มีประเด็นรายละเอียดหลายเรื่องมาก ที่ผมคิดว่าการตั้งกรรมาธิการศึกษาเรื่องนี้มีความจําเป็น เพื่อลดประเด็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนที่ต้องการประกอบการทําเหมืองหินกับ พี่น้องประชาชนลง จริง ๆ แล้วถ้ามองภาพรวมประเทศไทย ประเทศเราถือว่าเป็นประเทศ ที่มีศักยภาพแหล่งแร่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ํานะครับ ในประเทศที่มีแร่ในโลก ๑๒๓ ประเทศ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๑๑๐ แต่ว่าใน ๑๑๐ ที่อยู่ในอันดับของเรา เราก็มีการทําเหมืองแร่ ไม่น้อย เพราะว่าข้อมูลการออกใบอนุญาตประทานบัตรโดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และเหมืองแร่ จนถึงวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ ซึ่ง พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลใช้บังคับ เรามีประทานบัตรมีอายุอยู่รวมกันถึง ๑,๐๒๓ แหล่ง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย มากที่สุดคือหินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้าง ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานเห็นที่จังหวัดตรังนี้นะครับ หินอุตสาหกรรมทั่วประเทศมีถึง ๓๘๔ แปลง มีคําขอต่ออายุประทานบัตรรออยู่ ๑๓๑ แปลง ใน ๑๓๑ แปลงนี้ เป็นเรื่องหินก่อสร้างอยู่ถึง ๖๘ แปลง อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่รอวันปะทุขึ้นมาถ้ามีการขอประทานบัตรนะครับ นอกจากนั้นยังมีคําขอคือยื่นขอเอาไว้แต่ยังไม่ได้ดําเนินการใด ๆ อีก ๑,๙๗๖ แหล่ง อยู่ในภาคกลางสูงสุดถึง ๘๕๖ แปลง ภาคใต้ ๒๙๑ แปลง ภาคเหนือ ๔๗๓ แปลง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓๕๖ แปลง ซึ่งแหล่งหินอุตสาหกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ ครอบคลุมพื้นที่รวมกันแล้วหลายแสนไร่นะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นการตั้งกรรมาธิการ ไปศึกษาจะน่าสนใจมากว่าที่มีประทานบัตรอยู่ มีอายุอยู่ ที่ยื่นคําขอไว้แล้ว และที่กําลัง ดําเนินกระบวนการทําไมจึงยังมีประเด็นเรื่องของความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างชาวบ้าน ซึ่งได้รับผลกระทบกับผู้ยื่นคําขอประทานบัตร แม้ว่ามีการปรับโดยการใช้พระราชบัญญัติแร่ ขึ้นมาแล้วก็ตาม จริง ๆ ใน พ.ร.บ. แร่ เขียนไว้ว่า เขตดังกล่าวต่อไปนี้จะต้องไม่สามารถ เป็นพื้นที่แหล่งแร่ได้ เช่น เขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตโบราณสถาน พื้นที่ ที่มีกฎหมายห้ามทําประโยคเด็ดขาด พื้นที่เขตปลอดภัยความมั่นคงแห่งชาติ พื้นที่แหล่งกันน้ํา หรือป่าน้ําซึมซับ แต่ขนาดประกาศตามกฎหมายแล้ว ประมาณ ๔-๕ เดือนที่แล้ว ที่จังหวัดยะลา ยังมีประเด็นเรื่องของการแก้ไขเขตโบราณสถาน หมายความว่าที่ถ้ําเขายะลาจะมีภาพเขียนสีอยู่ เดิมทีกรมศิลปากรประกาศเขตโบราณสถานเอาไว้ แต่เขตโบราณสถานที่ประกาศไปคลุมทับ เอาที่แหล่งหินอุตสาหกรรมด้วย วันดีคืนดีมีประเด็นเกิดขึ้นในสื่อมวลชนว่า อธิบดี กรมศิลปากรเซ็นคําสั่งแก้ไขเขตโบราณสถานก่อนเกษียณวันเดียว ลดเขตโบราณสถานเดิม เหลือน้อยกว่าเดิม กลายเป็นเขตที่กันออกไปอยู่ในเขตที่สามารถทําหินอุตสาหกรรมได้ จนกระทั่งชุมชนชาวบ้านลุกขึ้นมาต่อสู้ แล้วยื่นเรื่องเข้ามาในคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมเองก็เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ซักไปซักมาได้ความว่า การไปประกาศนั้นไม่ได้มีการไปรับฟังความเห็นของชุมชนอย่างทั่วถึง กรรมาธิการขอให้มีการไปรับฟังทั่วถึง หลังจากฟังทั่วถึงปรากฏเป็นข่าวแล้วกรมศิลปากร ก็ยอมที่จะยกเลิกประกาศแก้ไขเขตโบราณสถานเดิม ผมยกตัวอย่างนี้ชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า กระบวนการยังมีบางสิ่งบางอย่างที่บ่งบอกว่ามีความผิดปกติอยู่ ถ้าชุมชนไม่เข้มแข็งพอ ถ้ากระบวนการเสนอสื่อไม่เข้มแข็งพอ ป่านนี้ถ้ําเขายะลา ภาพเขียนสีอายุหลายพันปี ก็อาจจะมีผลกระทบไปแล้วได้เช่นกัน จริง ๆ มีมากกว่านั้นท่านประธานครับ ความขัดแย้ง ไปถึงขั้นว่าที่ถ้ําเขาควนเหมียง พื้นที่ตรงนั้นชาวบ้านได้ขอเป็นป่าชุมชน แต่ผู้ไปยื่นคําขอ ประทานบัตร พยายามที่จะยื่นเรื่องขอยกเลิกการเป็นป่าชุมชน ดีที่สํานักงานป่าไม้เขตไม่เอออวย ตามไปด้วย ไม่อย่างนั้นความขัดแย้งคงสูงกว่านี้ครับ ประเด็นของผมผมคิดว่าถ้าตั้งคณะกรรมาธิการ มีอีก ๒ ประเด็นที่น่าสนใจศึกษาคือ
ประเด็นที่ ๑ แหล่งแร่ที่ถูกประกาศไปแล้วนี่เพิกถอนได้ไหม อย่างในกรณีที่ เขาควนเหมียง ที่ตําบลปากแจ่ม จังหวัดตรัง ประกาศมาก่อน พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ คือประกาศเป็นแหล่งแร่มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ กว่าครับ สภาพแวดล้อมตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันเยอะ ชุมชนชาวบ้านเกิดขึ้นมากมายที่ติดกับเขาควนเหมียงคือที่เทือกเขาถ้ําแรดเป็นเทือกเขา ที่ติดกันนะครับ ขุดค้นพบทางโบราณคดี ถูกประกาศเป็นเขตโบราณสถาน ไปพบโครงกระดูก มนุษย์ถ้ํา ไปพบภาชนะ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อีก เกิดขึ้นเป็นจํานวนมาก แต่แหล่งแร่ ตรงนี้ยังอยู่ ขณะนี้การต่อสู้ของชาวบ้านได้ชัยชนะขั้นต้นคือผู้ยื่นคําขอประทานบัตรยอมถอน ออกไป แต่ชาวบ้านก็กังวลว่าแล้ววันหนึ่งเขาจะยื่นกลับมาไหม ถ้าเขายืนกลับมาความขัดแย้ง รอบใหม่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่าถ้าตั้งกรรมาธิการต้องศึกษาเรื่องการยกเลิกเพิกถอนว่าสามารถ ที่จะทําได้หรือไม่
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเราควรศึกษาเหมือนกันว่ามันมีแหล่งแร่ที่สามารถนํามา ทดแทนจากต่างประเทศได้หรือไม่ ท่านประธานคงทราบข่าวตอนนี้ว่าใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ประเด็นต่อเนื่องจากภาพเขียนสีถ้ําเขายะลา ผู้ประกอบการมาร้องว่าเห็นใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ที่ก่อสร้างจะไม่พอ แต่ปรากฏว่าการกลับกลายตรงข้ามคือมีผู้ประกอบการส่วนหนึ่งนําหิน นําเข้าจากประเทศมาเลเซียเข้ามา แล้วมีราคาถูกกว่าแหล่งหินใน ๓ จังหวัดภาคใต้ รวมถึง จังหวัดสงขลาเสียอีก ล่าสุดผู้ประกอบการหินตรงนั้นไปร้องอุตสาหกรรมจังหวัดที่จังหวัดสงขลา ว่าหินที่พวกเขาระเบิดจากในประเทศไทยราคาสู้ของประเทศมาเลเซียไม่ได้ จริงอยู่ครับ ผู้ประกอบการในประเทศไทยอาจได้รับผลกระทบ แต่ถ้ามองในภาพรวมเรายังรักษาแหล่งหิน ไว้ได้ ไว้ใช้ต่อในอนาคต และใช้แหล่งหินจากต่างประเทศซึ่งราคาถูกกว่าจะมิเป็นประโยชน์ กว่าหรือ อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นผมคิดว่าการตั้งกรรมาธิการในเรื่องนี้จะสามารถมาศึกษา ในประเด็นรายละเอียดเหล่านี้ได้ ผมทราบว่าวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลมีความเห็นว่าอาจจะ ส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญและจะส่งไปยังคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม ผมเรียนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องอุตสาหกรรมนะครับ แต่เป็นเรื่องการจัดการทรัพยากรของชาติ ผมเสนอว่า ถ้าจะส่งไปคณะกรรมาธิการสามัญควรไปคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนะครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ