ขจิตร ชัยนิคม ชี้ประเด็นหนี้สินครูจากกองทุนสวัสดิการ ช.พ.ค. และเรียกร้องให้ตั้งธนาคารครูเพื่อแก้ปัญหาหนี้อย่างยั่งยืน พร้อมท้าทายการใช้อำนาจยุบกองทุนโดยไม่เป็นธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรากําลังพูดถึง เรื่องการที่จะสร้างสวัสดิการให้แก่ครู แต่เราเน้นไปที่เรื่องการแก้ปัญหาหนี้สิน จากตัวเลข ใคร ๆ ก็พูดแต่ไม่มีคนชี้ถึงความเด่นความดีของครู ท่านประธานครับ หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ ครูที่หลายคนพูดคือ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้เกิดจากกองทุนสวัสดิการของ ช.พ.ค. ช.พ.ส. ที่เขาค้ําประกัน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แปลว่าถ้าตัวเลขนี้ถูกก็คือ ๑.๒ ล้านล้านบาท ครูเป็นหนี้ เพราะการสะสมเงินของตัวเอง นี่คือข้อเด่นที่ใครทําไม่ได้ กองทุน ช.พ.ค. สวัสดิการที่กู้เงินจากธนาคารกรุงไทยครั้งแรก ต่อไปกู้จากธนาคารออมสิน แล้วมีเงินส่วนต่าง ที่ธนาคารคืนให้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้สร้างคุณูปการให้แก่องค์กรครู หรือสมาชิกครูทั่วประเทศมหาศาล ไม่มีองค์กรฌาปนกิจใดที่ทําได้เวลานี้ สกสค. ทําเกี่ยวกับ เรื่องสวัสดิภาพและสวัสดิการ ท่านประธานทราบไหมครับว่าตัวเลขโดยประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ได้มาจากธนาคารออมสินได้ตอบแทนกับโครงการนี้ ต้องยกย่องกรรมการที่คิดเรื่องนี้ ถึงแม้ส่วนหนึ่งเขาจะถูกพิจารณาว่าผิดพลาด แล้วได้รับโทษกัน แต่ว่าส่วนดีต้องพูดถึง เขาสามารถได้เงินจากการกู้ยืมของครูมารวมกันทั่วประเทศ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานรู้ไหมครับว่าเขาสร้างอะไร เขาสร้างสํานักงาน สกสค. ๗๖ จังหวัด จ้างข้าราชการไปดูแลเรื่องฌาปนกิจ ๗๖ จังหวัด ผู้อํานวยการ สกสค. ทุกจังหวัด รับเงินจากกองทุนนี้ นี่คือสิ่งที่ครูแก้ปัญหาเอง สร้างหนี้สินที่เขาสร้างขึ้น สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ท่านทราบไหมครับว่าดอกเบี้ยทุกบาทที่เขาใช้เขาได้เฉลี่ยคืน เป็นการลงทุนของเขา ของกลุ่มครู เพราะฉะนั้นหนี้ ๑.๒ ล้านล้านบาท เป็นหนี้ที่เขามีหลักประกันของเขาเอง เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นในวงวิชาชีพครูเองทั่วประเทศ เป็นฌาปนกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แล้วมั่นคงที่สุด นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกแก่สังคม ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องเป็นหนี้ ใครเป็นหนี้ทั้งนั้นแหละครับ ผมพูดอยู่ก็เป็นหนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นหนี้ ที่อภิปรายมาทั้งหมดนี่ก็เป็นหนี้ ไม่รู้ว่าจะแก้ให้ตัวเองได้หรือเปล่าด้วยซ้ํา และคิดจะแก้ ให้ครูนี่ ผมฝากด้วยครับ ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญที่คิดจะแก้ ๑. ตั้งธนาคารครูเลย เวลานี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพร้อมที่จะยืมเงินจากธนาคารครูดอกเบี้ยถูก ไปกระจายไม่ต่ํากว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งเลย รัฐบาลไหนจะตั้งให้ตั้งเลย แล้วก็ดอกเบี้ยต่ํา ทําไปสิครับ เวลานี้ ดอกเบี้ยสภาพคล่องล้นธนาคารของรัฐ ไม่ว่า ธ.ก.ส. หรือธนาคารออมสิน เอาไปตั้งเลย ธนาคารครู วันนี้พรุ่งนี้เลย ตั้งเร็วเท่าไรดีเท่านั้น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาจากครูที่เป็นหนี้ แต่มันคือกองทุนสวัสดิการ สนับสนุน ส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการครู ช.พ.ค. ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไปไหนบ้างครับ ๑๐๐ ล้านบาท ไปสมัยอดีตรัฐมนตรี บอกว่าไปช่วย ครูท้องถิ่น ก็เอาจากที่เขาทํามานี่ เสร็จแล้วก็มีโครงการที่ช่วยเหลือสมาชิกซึ่งไม่ได้ชําระหนี้ ก็ประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวนี้อยู่ที่ธนาคารออมสิน ก็หนี้เขา เงินเขา เขาบริหารจัดการได้ ต้องยกย่อง ถือว่าเลิศแล้ว ท่านประธานครับ เสร็จแล้วเวลานี้จาก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ มีคนเอาไป ให้องค์การค้าคุรุสภากู้ จนถึงปัจจุบันนี้กู้ประมาณ ๒,๕๕๘ ล้านบาท องค์การค้าคุรุสภา เกิดจากกระทรวงศึกษาธิการทําแล้วเป็นหนี้ หนี้ หนี้มาตลอด ผมรู้ดีครับ เสร็จแล้วไม่มีใคร ให้ยืมเงินหรอก แต่ตอนนี้ใช้อํานาจเอาจากโครงการนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เอาของเขาไปแล้ว ๓,๒๐๐ ล้านบาท ไม่รู้จะใช้เมื่อไร ยิ่งกว่านั้นเป็นบาปอย่างยิ่งใครจะแก้ได้ สมัยหลังนี่พากัน ยุบกองทุน ข้อหาว่ากรรมการบริหารเอาไปซื้อหุ้นบริษัท หนองคายน่าอยู่ จํากัด บ้าง ๘๐๐ ล้านบาท แล้วก็เอาไปใช้จ่ายในโครงการอะไรของบริษัทบิลเลี่ยนนี่ ๒,๕๐๐ ล้านบาท บอกว่าไม่ถูก ไม่ถูกก็ไม่ถูกสิครับ กรรมการที่ทําผิดก็ลงโทษสิ หาหลักฐานไปลงโทษเขา ทําไม ต้องมายุบกองทุนของครู ท่านประธานครับ ถ้าได้คณะกรรมาธิการวิสามัญนี่ไปเอาเงินคืนมาให้ ครูหน่อย ใช้อํานาจบาตรใหญ่เอาเงินครูไป ไปเอาเงินครูมาก่อนประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เอาของเขาไป แล้วก็ยุบกองทุนเขา เวลานี้ไปตั้งเป็นกองทุนอยู่ สกสค. สํานักงานใหญ่ จะใช้ อะไรก็ได้ ไม่เกี่ยวกับครูก็ได้ บาปนี้ฝากกรรมาธิการที่ท่านเก่ง ๆ ทั้งหลาย ที่จะบอกว่า ช่วยหนี้ครูนี่ไปช่วยเอาเงินครูมาก่อน เอามาแล้วก็ตั้งกองทุนคืน ส่วนการกู้ยืมนี่ชัดเจนอยู่แล้ว ยืมเงินตัวเองในอนาคตมันผิดอะไร บริหารนะ เสร็จแล้วยืมมาเขาบอกประกันหนี้ แล้วก็ ประกันชีวิตพร้อมกัน ไปศึกษาหน่อย ไม่ใช่ว่าไม่ศึกษา พูดแล้วทําให้เขาเสียหายอย่างเดียว เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าสิ่งที่ครูทํา ครูพยายามแก้ปัญหาให้เขาเองใน สกสค. ในอดีตนั้น ถูกต้องแล้ว แต่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นมาผมไม่แน่ใจในความถูกต้อง การใช้อํานาจบาตรใหญ่ ยุบกองทุนนี้ของครู การเอาเงินของครูเป็นพัน ๆ ล้านบาท ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท มาใช้หนี้ องค์การค้าคุรุสภาซึ่งไม่เคยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ตั้งมา เวลานี้เอาเงินครูไป เมื่อไรจะเอาคืน เอาคืนมาก่อน เสร็จแล้วค่อยมาพูดเรื่องอื่น เอาความชอบธรรมคืนมาให้ครูทั่วประเทศ นั่นคือสิ่งที่ผมจะฝากไว้สําหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปทําเรื่องนี้ ทําให้มันเด็ดขาด เอาเงินครูมาก่อน ตั้งธนาคารครู จบ ขอบคุณมากครับ