พิสิฐ ตั้งข้อสังเกตข้อมูลการเงิน กสทช. ไม่สอดคล้องความเป็นจริง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

พิสิทธิ์ ลี้อาธรรม ตั้งข้อสังเกตการนำเสนอข้อมูลทางการเงินของ กสทช. ที่ขัดกับความเป็นจริง ทำให้การอภิปรายล่าช้า และเรียกร้องให้ทบทวนระบบบัญชีให้มีความโปร่งใส อัปเดต และสอดคล้องกับข้อเท็จจริง หลัง สตง. ชี้การไม่ใช้มาตรฐานบัญชีที่ทันสมัยส่งผลให้ต้องปรับตัวเลขเป็นพันล้านบาท พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของการกู้ยืมเงิน 9,700 ล้านบาทที่ยังไม่คืน และการบันทึกรายการทางบัญชีที่อาจผิดกฎหมาย

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นขออนุญาตที่จะเท้าความไปถึงที่ท่านผู้แทนจาก กสทช. ได้ชี้แจงว่าสาเหตุหลัก ของการที่ต้องมีการนำเสนอในครั้งนี้ เนื่องมาจากระบบบัญชีภายในที่ว่าอีไอพี (EIP) อาจจะ ยังไม่สมบูรณ์ ก็เลยอาจจะทำให้เกิดปัญหาตัวเลขขึ้นมา แต่เมื่อผมดูจากเอกสารที่ทาง สตง. ส่งมาให้กับทางท่านเลขาธิการ กสทช. กับวันที่เราอภิปรายไป ณ สภาแห่งนี้ เหตุการณ์ของ การส่งรายงานของ สตง. เกิดก่อนการที่เราอภิปราย ก็คือเอกสารลงวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ แต่เราอภิปรายไปเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เราเสียเวลาไปชั่วโมงครึ่งหรืออาจจะ มากกว่านั้น ในการอภิปรายกันโดยสมาชิก ๑๐ กว่าท่าน โดยพื้นฐานของข้อมูลเก่าที่ สตง. ไม่ได้รับรอง ท่านอาจจะบอกว่าท่านต้องส่งข้อมูลนั้นมาเพราะว่าต้องอยู่ในกรอบเวลา ๑๒๐ วัน ก็จริง แต่ในเมื่อทาง สตง. ได้มีการแจ้งท่านมาแล้วก่อนหน้าไม่ต่ำกว่า ๑ สัปดาห์ ว่าข้อมูล ที่ท่านทำ ผมใช้คำนี้นะครับ ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ แล้วท่านก็มาชี้แจง ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ให้เราเสียเวลากว่าชั่วโมงบนพื้นฐานของข้อมูลเหล่านั้น ผมถือว่า นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง ผมไม่อยากให้เกิดอีกนะครับ ผมขออนุญาตใช้เวทีนี้ที่จะชี้แจงว่า ข้อมูลใด ๆ ที่หน่วยงานเสนอสภาควรต้องมีข้อมูลที่อัปเดต (Update) ข้อมูลที่เป็น ข้อเท็จจริงอย่างแท้จริง เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า สตง. มาบอกทีหลังนั้นไม่ใช่ครับ พวกเราดู ข้อมูลท่านในวันที่ ๘ กรกฎาคม แต่ สตง. ได้ชี้แจงว่าข้อมูลนี้ไม่ถูกต้อง ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงมาก สำหรับนักบัญชีที่ใช้คำอย่างนี้ อันนี้ก็เป็นประการหนึ่ง ทีนี้ข้อมูลที่ท่านนำเสนอและที่ สตง. ตรวจสอบ ถ้าเป็นข้อมูลที่แตกต่างกันไม่มากก็คงไม่เป็นไร ก็คงจะรับได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ตัวเลขต่างกันลิบลับ ตัวเลขของงบกำไรขาดทุนที่ท่านนำเสนอ ๔๘๗ ล้านบาท แต่กลายเป็นว่า เมื่อ สตง. ปรับปรุงตัวเลขของท่านแล้วกำไรกระโดดมาเป็น ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จาก ๔๐๐ มาเป็น ๑๐,๐๐๐ ถ้าเป็นตลาดหลักทรัพย์คงเป็นเรื่องใหญ่โต แล้วท่านก็เอา ตัวเลขที่ สตง. ไม่ได้รับรองมาพิมพ์อยู่ในเอกสารรายงานประจำปีเผยแพร่เป็นการทั่วไป อันนี้ ก็เป็นอันที่ถือว่าเป็นเผยแพร่ข้อมูลที่ขัดกับข้อเท็จจริงที่ สตง. ได้ทักท้วงมา ผมอยากให้จะ ท่านได้ลองไปปรึกษาหารือว่าจะมีทางออกเรื่องนี้อย่างไร แน่นอนครับ ถ้าเกิดท่านมีระบบอีอาร์พี (ERP) ที่ทันสมัย เรื่องนี้อาจจะไม่เกิด เพราะท่าน ควรจะต้องสามารถปิดบัญชีได้ภายใน ๑๒๐ วัน ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าครั้งนี้จะเป็น ครั้งสุดท้าย สำหรับในเรื่องของเหตุผลต่าง ๆ ที่ท่านชี้แจงมา ผมฟังแล้วก็ยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า ในเมื่อกระทรวงการคลังบอกว่า ๙,๗๐๐ ล้านบาทไม่คืน ผมก็จะคิดว่าถ้าอย่างนั้นทุนท่าน ต้องลดลง ๙,๗๐๐ ล้านบาท เพราะว่ากระทรวงการคลังไม่คืนท่านแล้ว ให้ถือเป็นการนำ รายได้แผ่นดินนำส่ง แต่กลายเป็นว่าทุนท่านกลับเพิ่มขึ้นจาก ๙,๒๘๑ ล้านบาท มาเป็น ๑๐,๕๖๔ ล้านบาท อยากจะขอให้ท่านช่วยชี้แจงนิดหนึ่งว่าทำไมระบบบัญชี ในเมื่อเขาบอก ให้คืนท่านก็ต้องถือเป็นรายจ่าย ไม่ใช่ถือเป็นเงินยืม เงินยืมควรจะเป็นสินทรัพย์ของท่าน เพราะท่านเป็นเจ้าหนี้ ถ้าอยู่ ๆ ทางกระทรวงการคลังเขาไม่คืนกลายเป็นรายได้แผ่นดิน ทุนท่านต้องลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น ขออนุญาตให้ท่านได้ชี้แจงตรงนี้

อีกประการหนึ่งครับ รายละเอียดต่าง ๆ ที่ สตง. ได้ปรับปรุงแก้ไข มีรายละเอียดเยอะมาก ผมก็คงจะไม่ลงรายละเอียดเหล่านี้ แต่หลัก ๆ ก็คือว่าเป็นเรื่องของ มาตรฐานบัญชีที่เขาอ้างไว้ว่าท่านไม่ได้ใช้มาตรฐานบัญชี ฉบับที่ ๑๖ ฉบับที่ ๓๗ และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ ฉบับที่มีการปรับปรุง ผมก็เป็นห่วงว่านักบัญชีของท่านทำงานอย่างไรจึงไม่ได้เอา มาตรฐานบัญชีเหล่านี้มาใช้ ที่นำไปสู่การที่ สตง. ต้องมาปรับปรุงตัวเลข นับเป็นพัน ๆ ล้านบาท อย่างนี้ อันนี้ไม่ใช่เรื่องของการที่ว่าอีอาร์พี (ERP) ไม่ทันสมัย แต่เป็นเรื่องของการที่ ระบบมาตรฐานบัญชีเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ผมไม่อาจจะไปย้อนกลับไปปีก่อน ๆ ว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดสักแค่ไหน เพราะว่าจากที่เห็นก็ยังมีตัวเลขผิดพลาดในอดีต อยู่เหมือนกันที่เคยรายงานไว้ว่าเป็นหลักร้อยล้านบาทเหมือนกัน อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะ ให้ท่านได้ลองดูว่าฐานะอย่างของ กสทช. หน่วยงานใหญ่ที่พวกเราต้องให้ความสำคัญ มีเงิน อยู่ในมือเป็นหลักแสนล้านบาท แต่ถ้าหากมาตรฐานบัญชีท่านไม่ทันสมัย ตัวเลขเหล่านี้ ก็เชื่อถือได้ยาก อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่ง

อีกด้านหนึ่งนะครับ อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับท่านโดยตรง ก็คือว่าเงินที่ กระทรวงการคลังยืมไป ๙,๗๐๐ ล้านบาท อยู่ ๆ กระทรวงคลังบอกไม่คืนผมก็สงสัยต่อว่า กระทรวงการคลังเขาลงบัญชีอย่างไร ตอนที่ยืมไปใช้ลงเป็นรายจ่ายหรือเปล่า แล้วลงเป็นหนี้ หรือเปล่า ถ้าอยู่ ๆ บอกไม่ใช้ เรื่องเหล่านี้มีอำนาจทางกฎหมายอย่างไร เพราะต้องถือว่า นี่คือเงินแผ่นดิน และการใช้เงินแผ่นดินต้องเป็นกฎหมาย อยู่ ๆ จะมายืมจากหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งแล้วบอกว่าจะไม่คืนผมก็แปลกใจนะครับ ขอบพระคุณมากครับ