จาตุรงค์ หารือปัญหาขาดแคลนบุคลากร-ผลักดันอสม.มั่นคง-เร่งปฏิรูปสุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ หารือความคืบหน้าการปฏิรูปด้านสาธารณสุขที่ยังติดขัดในหลายจุด โดยแสดงความกังวลต่อปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ และเน้นย้ำความสำคัญของ อสม. ที่ทุ่มเทในช่วงโควิด-19 พร้อมเสนอให้ขยายระยะเวลาสนับสนุนค่าตอบแทนและพัฒนาศักยภาพเพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต เรียกร้องให้แผนปฏิรูปมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมและเปลี่ยนสถานะเป็นสีเขียวโดยเร็ว

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมเป็นแพทย์ สนใจและดูแลเรื่องการปฏิรูปของทางด้านสาธารณสุขวันนี้ เราก็มาดูถึงความคืบหน้าที่ดำเนินการตามแผนการปฏิรูปมารายการของเราตั้งแต่ เดือนมกราคมถึงมีนาคม ๒๕๖๓ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ ท่านประธานครับ ผมมาดูใน เรื่องของสาธารณสุขแล้วรู้สึกเสียใจและรู้สึกกังวล กังวลเพราะว่ารายงานแผนปฏิรูป ๑๐ ด้าน แต่แจ้งมาว่ามีเรื่องที่ประสบอุปสรรค ไม่ได้ความสำเร็จถึง ๔ ด้าน แล้วก็อยู่ในช่วงสีส้ม สีแดง ๔ ด้านนี่คือเรื่องของระบบด้านสุขภาพ ระบบเทคโนโลยีและสารสนเทศ ด้านสุขภาพ กำลังคนสุขภาพ และสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เรื่องใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลย ๔ ด้านนี้ยังอยู่ในช่วงที่เป็นปัญหาอุปสรรค ท่านให้สีแดงเลย แล้วก็อยู่ระหว่างสีส้มนะครับ ก็คือดำเนินการแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายอีก ๓ ด้าน ก็คือ แพทย์แผนไทยและสมุนไพรเพื่อ เศรษฐกิจ ด้านความรู้ด้านสุขภาพ และด้านคุ้มครองผู้บริโภค ส่วนที่สีเหลืองหน่อยดีหน่อย มีอยู่ ๓ ด้าน ก็คืออยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนนะครับ ก็คือด้านระบบบริการปฐมภูมิ ด้านแพทย์ฉุกเฉิน และระบบหลักประกันสุขภาพ นี่ก็เข้าไปปีที่ ๓ แผนที่ท่านดำเนินการ ผมก็ได้อ่านประมาณ ๕-๖ หน้าที่ส่งมาให้ดูนี้ มีเรื่องที่สนใจแล้วก็อยากจะฝากหรืออยากจะถาม อยากจะติติงบ้าง ในเรื่องแรกก็คือเรื่องกิจกรรมที่ ๓ การศึกษาวิจัยเชิงประเมินผล ประเด็นปฏิรูปที่ ๘ คือความรู้ด้านสุขภาพในเรื่องของโควิด (COVID) เพราะว่าขณะนี้ อสม. ทั่วประเทศ ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน ทำงานหนักมาตั้งแต่เราอภิปรายในสภากันเรื่องโควิด (COVID) ผมยื่นญัตติตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม แต่จริง ๆ เขามาตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม ต้นเดือนมกราคมแล้ว จนถึงบัดนี้ทำงานหนัก แต่เขาก็ทำด้วยความทุ่มเทกำลังใจ เรียกว่า ถ้าไม่มีท่าน อสม. ไม่มีผู้นำชุมชนนี่ผมว่าประเทศเราคงลำบากกว่านี้เยอะมาก

- ๕๘/๑ . เพราะฉะนั้นในส่วนที่ อสม. ดำเนินการทั้งหมด เรียนว่าขณะนี้ถือว่าไม่มีโรคโควิด (COVID) ในประเทศไทย ยกเว้นที่นำเข้ามาเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นในประเทศไทยคุมให้อยู่ อย่าให้มี เข้ามา แล้วก็กังวลว่าพวกที่เดินทางเข้ามานั้นเราต้องดูแลสเตต ควอรันทีน (State quarantine) อย่างดี อย่าให้หลุดรอดมา ไม่อย่างนั้นเป็นเรื่อง แล้วเราจะต้องเสียบุคลากร ๑ คนจะต้องใช้คน ๓๐-๔๐ คนในการดูแล เพราะฉะนั้นเราจะทำให้ตื่นตระหนกแพนิก (Panic) กันมาก ตรงนี้เราทำไว้ก็คือ อสม. อสม. ได้รับเงินค่าตอบแทน ๑,๐๐๐ บาท รัฐบาล ปลอบใจให้กำลังใจอีก ๗ เดือนเป็นจำนวนเงิน ๕๐๐ บาท แค่ ๗ เดือน แต่เท่าที่ ไปถามทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าทั้งประเทศ ทุกพรรคโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยต่างถาม ผมยังยื่นญัตติว่าเป็นไปได้ไหมจะเพิ่มให้เขา อยู่ยาวไปเลย ๕๐๐ บาท ไม่ใช่เฉพาะแค่ ๗ เดือน เป็น ๑,๕๐๐ บาท แล้วก็มีสวัสดิการอื่น ๆ เมื่อเทียบกับงานที่เขาทำ บางวันถ้าพูดถึงค่าแรงขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท เขาต้องทุ่มเททั้งกลางวัน กลางคืน ตรงนี้น้อยมาก ดังนั้นมีการดำเนินการในการประเมินผลจากกรมอนามัยในแผนงาน กิจกรรมที่ ๓ คือส่งแอปพลิเคชัน กูเกิล (Application Google) ไปให้ อสม. กรอก ทั้ง ๑,๔๐๐,๐๐๐ คน กรอกว่าความรู้ เขาเรียกว่าปรับวุฒิปรับความรู้ตั้งแต่ดูเรื่องโควิด (COVID) มาจนบัดนี้มีความรู้ไปมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้ อสม. กำลังกรอกอยู่ กรอกเสร็จผมเชื่อว่า จะต้องมีการประเมินผล แล้วก็ต้องนำผลทั้งหมดมาจัดลำดับให้ อสม. ได้มีการเพิ่มเติม ในส่วนที่ อสม. ยังเข้าใจผิด ในส่วนที่เขายังไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้ ผมเชื่อว่าน่าจะมีการ อบรมประเมินผลเพิ่มศักยภาพให้กับ อสม. ให้มากขึ้น เพื่อเป็นฐานให้เขาในการสู้กับ โควิด (COVID) ณ วันนี้ และโควิด-๑๙ (COVID-19) เราไม่รู้จะมาอีกเมื่อไร ก็เป็นกำลังใจว่า เขามีภูมิต้านทานแล้ว ให้เขามีพละกำลังฮึกเหิมที่จะเติมต่อสู้ถ้ามาอีก หรือจะเป็นโรค ที่ใกล้เคียง หรือโรคระบาดแบบที่เป็นแบบนี้ตั้งแต่โรคซาร์ส (SARS) โรคเมอร์ส (MERS) ให้เขามีกำลังใจว่ามาเถอะเขาสู้ได้เต็มที่ ถ้ามีเขาก็รักษาดูแลได้ นอกจากนั้นที่ให้รางวัล กรอกในแอป (App) ของการท่องเที่ยวคนละ ๒,๐๐๐ บาท จำนวนล้านกว่าคนนั้น ก็อยู่ในช่วงที่ดำเนินการ ก็อยากให้ดูตรงนี้ให้เป็นขวัญเป็นกำลังใจ

กลับมาถึงเรื่องบุคลากรในส่วนของบุคลากรกำลังคนเพื่อสุขภาพ เขียนสวยหรู เลยว่าให้มีกำลังคนเพียงพอกระจายไปทั้งภาครัฐและภาคเอกชน แต่วันนี้กำลังคนที่เขามาร้อง ทางรัฐบาลก็ได้บรรจุไปบางส่วนในส่วนของพยาบาล ก็ดีใจกับพยาบาล ก็อยู่ในช่วงดำเนินการ พยาบาลกับสาธารณสุข แต่ก็มีหน่วยงานที่ไม่ได้คือเวชสถิติ ทีนี้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ที่เรียกว่า รพ.สต. อย่างของผมมี ๓๒ แห่ง มีทั้งหมด ๒๐ อำเภอ ประชากร ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน มี ๓๒ แห่งนี่บุคลากรที่อยู่ในพื้นที่เขาขาดมากเลย เขาใช้อัตราส่วนอย่างประชากร ๒,๕๐๐ คนต่อหมอ ๑ คน พยาบาล ๑ คน หรือเรื่องในส่วนของเจ้าพนักงานสาธารณสุข ก็เหมือนกัน ในส่วนของทันตาภิบาลยิ่งแล้วเลย มีอยู่แค่ ๔-๖ คน น้อยมากครับ เพราะฉะนั้น เราจะต้องเติมเต็มบุคลากรให้มีความพร้อม เพราะอะไรครับ งบประมาณที่เราได้ทั้งหมด ๓,๐๐๐ บาทต่อหัว ผมพูดตลอดว่าเราต้องสร้างเสริมสุขภาพ ใช้เงินแค่ ๑๒-๑๓ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ถึง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าสร้างเสริมแล้วป้องกันได้ดีแล้วเราไม่ต้องไปเสียเงินรักษา และในเมื่อคนวัยรุ่นหนุ่มสาวสุขภาพดี คนสูงอายุก็ต้องลดการที่เขาอยู่ด้วยตัวเองให้มี สุขภาพที่ดีเหมือนกับที่เราเขียนในเรื่องของสรุปประเด็นในตัวชี้วัดระดับแผนว่าจะต้องให้ ประชาชนโรคผู้ป่วยเรื้อรังดีขึ้น และสามารถชะลอหรือยุติการถอดถอยสู่ภาวะพักพิง คือให้เขาอยู่ได้ทั้งผู้ป่วยเรื้อรัง โรคไตวาย ไม่ต้องหาคนเสียคนอีก ๒-๓ คนมาดูแล ไม่ต้องจ้าง คนมา ให้เขาดูแลได้ ผู้สูงอายุต้องดูแลได้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้แผนปฏิรูปในเรื่องที่ ๗ นั้น ในเรื่องของทั้งหมด ๑๐ แผนนั้นยังมีสีแดง ตั้ง ๔ แผน สีเหลือง สีส้มอีก ๓ แผน คิดว่าโอกาสที่จะมารายงานครั้งหน้าอีก ๓ เดือน ผมอยากเห็นสิ่งที่จะเป็นรูปธรรมให้ชัดเจน อย่าไปซ้ำซ้อนกับงานประจำ ให้เป็นรูปธรรม ที่โดดเด่น เพราะว่าสาธารณสุขนั้นเป็นรากฐานจริง ๆ ถ้าพี่น้องไม่ป่วยไม่เจ็บแล้ว ทุกอย่าง เศรษฐกิจก็จะดี ไม่ต้องเสียเงินเสียทองในการดูแลป้องกัน แล้วก็อยากให้คณะกรรมการ ปฏิรูปชุดนี้ได้เร่งดำเนินการให้สีเขียวสักทีนะครับ ทั้ง ๑๐ แผนนี้ ต้องขอขอบคุณ ท่านประธาน ท่านสุชาติ ตันเจริญ มากครับ ขอบคุณมากครับ