ถาวร แจงมาตรการรถบรรทุก เสนอเส้นทางเฉพาะ-จำกัดเวลา-ลดมลพิษ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

ถาวร เสนเนียม หารือปัญหาจราจรติดขัด ความไม่ปลอดภัยบนถนน และมลพิษ PM2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเสนอแนวทางการจัดการรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่านการกำหนดเส้นทางเฉพาะและการจำกัดเวลาการวิ่ง พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนข้อบังคับจราจร พิจารณาขยายเวลาการวิ่งรถเพื่อรองรับความต้องการของผู้ประกอบการและงานก่อสร้าง และผลักดันมาตรการปรับปรุงมาตรฐานรถเพื่อความเหมาะสมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาตอบกระทู้ของท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ต้องขอบคุณ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของการจัดการจราจร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล เราจะเห็นได้ว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเพื่อที่จะ เข้าทำหน้าที่ แล้วหลังจากนั้นก็จะมีนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มี ฯพณฯ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นผู้รับผิดชอบในเชิงนโยบายและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ จากการที่เราได้ทราบแล้วว่า ขณะนี้ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็จะมีปัญหาเรื่องรถติดมาก ๆ ปัญหาจราจรรถติด เรื่องที่ ๒ ก็คือเกิดความไม่ปลอดภัยบนท้องถนนที่ท่านพูดถึง นั่นคือเกิดอุบัติเหตุ อย่างที่ ๓ ก็คือเกิดมลพิษทางอากาศพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ทั้ง ๓ ประการนี้เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ไทยโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และกระทรวงคมนาคมภายใต้การนำของท่านศักดิ์สยาม ก็พยายามที่จะแก้ไข จึงตั้งคณะกรรมการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติขึ้นมาเพื่อดำเนินการ เอานโยบายที่วางไว้ในการแก้ไขปัญหา ๓ เรื่องนี้ ให้คณะกรรมการชุดนี้แปรนโยบายไปสู่ การปฏิบัติ จากการที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วก็ประชุม ประชุมเสร็จครั้งที่ ๑ ก็ได้แนวทางว่ารถสิบล้อขึ้นไปจะวิ่งได้ภายใต้ข้อจำกัด ดังต่อไปนี้

๑. ถนนนอกเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก (ถนนกาญจนาภิเษก) อนุญาตให้ รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมงเลย นี่หมายถึงว่าถนนนอกเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก

๒. ถนนวงแหวนรอบนอกอนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ในช่วง นอกเวลาเร่งด่วน ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา และ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา

๓. ข้อจำกัดอีกเรื่องหนึ่งคือถนนในเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก อนุญาตให้ รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้เฉพาะ ๒๔.๐๐-๐๔.๐๐ นาฬิกา ยกเว้นถนนเกษมราษฎร์และ ถนนอาจณรงค์ อนุญาตให้วิ่งได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตามข้อผ่อนผันปัจจุบัน

๔. ทางพิเศษอนุญาตให้รถบรรทุกใหญ่วิ่งได้ในช่องนอกเวลาเร่งด่วน ๒๑.๐๐- ๐๖.๐๐ นาฬิกา

ก็ปรากฏว่าเมื่อแนวคิดนี้จากคณะกรรมการแปรนโยบายออกไป ผลปรากฏว่า มีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ จากพี่น้องประชาชนอีกมาก ถ้าอย่างนั้นก็เปิดให้มีการรับฟัง ให้ประชาชนผู้ประกอบการเข้ามามีส่วนร่วม มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากส่วนราชการ จากผู้ประกอบการ ๕ ครั้ง ทั้งผู้ประกอบการรายเล็กและรายใหญ่ ก็ได้ข้อสรุปขึ้นมาใหม่อีก แต่ว่ายังไม่นำไปใช้นะครับ ได้ข้อสรุปขึ้นมาใหม่ว่ากำหนดเส้นทางวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นทรักรูต (Truck route) และให้รถบรรทุกวิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมง เพิ่มเติมจากถนนวงแหวน รอบนอกขึ้นมา เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกกับบริเวณอุตสาหกรรมตามวัตถุประสงค์ ของโครงการวงแหวนอุตสาหกรรม

๒. กำหนดมาตรการห้ามรถบรรทุกขนาดตั้งแต่สิบล้อขึ้นไป โดยอนุญาตให้วิ่งได้ เฉพาะเวลา ๒๔.๐๐-๐๔.๐๐ นาฬิกา คือแค่ ๔ ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล แล้วก็ถนนในเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอก อนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ ๒๔.๐๐-๐๔.๐๐ นาฬิกา ยกเว้นถนนเกษมราษฎร์ ถนนอาจณรงค์ อนุญาตให้วิ่งได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง หมายถึง ๒ ถนนนี้ ตามข้อผ่อนผันปัจจุบัน ส่วนทางพิเศษอนุญาตให้รถบรรทุก ขนาดใหญ่วิ่งได้ในช่วงนอกเวลา ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา และ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา ถนนภายนอกเขตพื้นที่วงแหวนรอบนอกคือกาญจนาภิเษก ถนนวงแหวนรอบนอกและ ถนนวงแหวนอุตสาหกรรมอนุญาตให้รถบรรทุกขนาดใหญ่วิ่งได้ ๒๔ ชั่วโมง แล้วก็กำหนด ข้อยกเว้นรถบรรทุกมาตรฐานไอเสียยูโร (EURO) และเส้นทางทรักรูต (Truck route) บางเส้นทางให้รถบรรทุกวิ่งได้ นี่คือสิ่งที่ออกเป็นแนวคิดแต่ยังไม่ได้ประกาศใช้ เพราะยังมี ข้อโต้แย้ง ข้อกังวล เช่น รถที่ยังไม่ได้มาตรฐานยูโร ๒ (EURO2) ขึ้นไป เราจะกำหนด ไม่ให้เขาวิ่งได้อย่างไร หรือมีมาตรการจูงใจให้เขาปรับปรุงเครื่องยนต์หรือปรับปรุงตัวถังรถ อย่างไรไม่ให้มาเกะกะหรือสร้างปัญหาในเรื่องของมลภาวะขึ้นในกรุงเทพมหานคร นี่ก็ยังเป็น ข้อคิดอยู่

ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของจุดที่มีการพักรถเพื่อขนถ่ายสินค้า ขณะนี้จุดพักรถ สำหรับการขนถ่ายสินค้ามีแค่ ๓ สถานีเท่านั้น ผู้ประกอบการบอกว่าไม่พอต้องเพิ่ม และนอกจากนั้นก็จะต้องกำหนดให้ว่าหยุดตรงนี้กี่นาที ๓๐ นาทีได้ไหมแล้ววิ่งต่อไป อีกกี่ชั่วโมง ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เป็นแนวคิดที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ยังจะต้องรับฟังเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับทั้งผู้ประกอบการอย่างที่ท่านกังวลว่ารถบรรทุกปูนซีเมนต์ผสมเสร็จ จะเอาอย่างไร ในขณะที่กำลังก่อสร้างส่วนในอยู่ ซึ่งปรากฏว่าจุดที่จะตั้งแพลนต์ (Plant) ปูน ณ จุดก่อสร้าง ซึ่งอย่างน้อยที่สุดจะต้องใช้บริเวณนี้ ๑ ไร่ ก็ยังหาไม่ได้ หรือผู้ประกอบการ บางผู้ประกอบการหรือสถานที่ก่อสร้างบางจุดยังหาไม่ได้ อย่างเช่นแถวบ้านผมซอยอารีย์ สถานที่ก่อสร้างคอนโดมิเนียม ก็ประมาณ ๓๐๐ ตารางวา ก็ปรากฏว่าไม่รู้จะตั้งอย่างไร ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ก็ต้องมาหาข้อยกเว้น ข้อพอดีจากทั้งผู้ประกอบการและผู้บังคับใช้ กฎหมาย จึงคาดว่าจากข้อเสนอดังกล่าวหรือการศึกษาดังกล่าวยังจะต้องรับฟังอีกนิดหนึ่ง แล้วจะนำไปสู่การออกมาตรการ แต่อย่างไรก็ตามผมขอชี้แจงล่วงหน้าไปสักนิดว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้เรายังคงใช้ข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรปี ๒๕๓๔ โดยสำนักงานตำรวจ แห่งชาติอยู่ว่ารถบรรทุกตั้งแต่สิบล้อขึ้นไป และรถบรรทุก ๓ เพลา และรถพ่วง รถประเภทนี้ กทม. อนุญาตให้รถเหล่านี้วิ่งในพื้นที่ได้ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา และ ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา ส่วนในพื้นที่วงแหวนรัชดาอนุญาตให้รถบรรทุกวิ่ง ๒๑.๐๐-๐๖.๐๐ นาฬิกา นี่คือ ข้อที่ใช้บังคับ ซึ่งเป็นข้อบังคับเจ้าพนักงานจราจรปัจจุบันที่ใช้อยู่ ซึ่งยังไม่สามารถเอา แนวคิดนี้มาใช้ได้ ยังคงใช้กฎเกณฑ์เดิมอยู่ แต่ก็มีข้อยกเว้นอย่างนี้ครับ ข้อยกเว้นว่า รถบรรทุกคอนกรีต ผสมเสร็จอนุญาตให้วิ่งในวงแหวนรัชดาตั้งแต่ ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกาได้ ซึ่งเป็นชั่วโมงที่นอกเหนือจากชั่วโมงเร่งด่วนแล้ว แล้วก็การก่อสร้างจะได้เดินไปได้ การพัฒนาจะได้เดินไปได้ รถบรรทุกสินค้าของเน่าเสียอนุญาตให้วิ่งในวงแหวนรัชดา ๑๐.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา อันนี้อาจจะเป็นรถขนส่งอาหารครับ และสุดท้ายเป็นมาตรการพิเศษ ที่ตำรวจจราจรจะผ่อนปรนอนุญาตให้รถบางชนิด บางประเภทวิ่งได้ตามความเหมาะสม ในดุลยพินิจของพนักงานจราจรครับ