คุณหญิงกัลยา แจงสอบวัดผลช่วงโควิด ยังจัดตามกำหนด-ไม่กระทบสมัครเรียน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ชี้แจงการดำเนินการสอบวัดผลทางการศึกษาในช่วงการระบาดของโควิด-19 ยืนยันว่าการสอบ O-NET, GAT, PAT และวิชาสามัญยังจัดตามกำหนดพร้อมมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และมีระบบออนไลน์รองรับการขอดูผลการสอบตั้งแต่เดือนเมษายน โดยย้ำว่าไม่มีข้อผิดพลาดในการประกาศผล ไม่กระทบกระบวนการสมัครมหาวิทยาลัย และการขอดูผลด้วยตนเองไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถทำได้ภายหลังเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการให้มาตอบคำถาม ของท่าน พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ก่อนอื่นต้องเรียน กับท่านประธานสภาว่าดิฉันดีใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีความสนใจเกี่ยวกับการศึกษา ของเยาวชนของชาติ แล้วก็อยากจะถือโอกาสนี้ขออนุญาตท่านประธานได้อธิบายในข้อข้องใจหลาย ๆ อย่าง ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวในตอนต้นว่าสถาบันการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาตินี้ ที่ชื่อย่อว่า สทศ. เขาทำอะไรกันบ้าง แล้วก็ชื่อย่อในการทดสอบความสามารถของเด็ก มีชื่อต่าง ๆ ที่ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะทำความเข้าใจ ถ้า ส.ส. ใช้เวลานานอย่างนั้น ชาวบ้านเขาจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นจะขอถือโอกาสอธิบายว่าการที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี้จะต้องมีคุณสมบัติ จะต้องผ่านอะไรบ้าง แต่ละมหาวิทยาลัยก็จะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน จริง ๆ แล้วใหญ่ ๆ ก็มี ๔ เรื่องด้วยกัน ที่ใช้ชื่อย่อว่าโอเน็ต ออดินารี เนชันนัล เอดูเคชัน เทสต์ (O-NET Ordinary National Education Test) โอเน็ต (O-NET) ซึ่งทุกคนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย ก็คงทราบนี่นะคะ ในแต่ละปีจะมีคนทดสอบเรื่องโอเน็ต (O-NET) จำนวนเป็นแสน เขาเรียกว่าการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ที่ต้องเรียนอย่างนี้เพื่อให้ ผู้ปกครองพ่อแม่ของน้องที่ยังเรียนหนังสืออยู่ บางครั้งถึงปู่ย่าตายายที่จะต้องดูแลเด็กที่อยู่ใน การศึกษาเพราะว่าพ่อแม่มีปัญหา เพราะฉะนั้นจะต้องอธิบายว่าโอเน็ต (O-NET) จะต้อง ทดสอบทางการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน แกต (GAT) ก็คือการทดสอบวัดความถนัด แพต (PAT) ก็คือวัดความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ แล้วก็ยังมีอีก ๙ วิชาสามัญที่จะต้อง ตรวจสอบ เพราะฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดน้องที่จะเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องสอบโอเน็ต (O-NET) แล้วก็แกต (GAT) แล้วก็แพต (PAT) แล้วก็ ๙ วิชาสามัญ ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีความ ต้องการแตกต่างกันว่าจะใช้ทุกวิชาหรือบางวิชาเท่านั้นเอง แล้วก็จริง ๆ แล้วในแต่ละปีก็มี คนสอบเป็นแสนอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้พูดไปแล้ว สำหรับปีนี้ก็เฉกเช่นเดียวกันเพราะว่าการศึกษา มีการแข่งขันกันมากทีเดียว อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าข้อมูลที่ท่านได้รับอาจจะช้าหรือ ล้าสมัยไปเล็กน้อย ก็อยากจะเรียนว่าการสอบทั้งโอเน็ต (O-NET) ทั้งแกต (GAT) แพต (PAT) ของปีนี้ แม้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่เดือนมกราคม ถ้าจำได้ก็คือวันที่ ๘ มกราคม ที่เราเริ่มทราบว่าคนไทยได้ติดเชื้อ เป็นผู้หญิงคนจีนที่มาจาก เมืองจีน แล้วต่อจากนั้นก็มีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทางสถาบัน สทศ. ไม่ได้เลื่อน การทดสอบหรือการสอบเด็กนักเรียนเลยแม้แต่น้อย ดิฉันเองเป็นผู้กำกับสถาบันนี้ สทศ. ดิฉันต้องขอชมคณะกรรมการสถาบัน สทศ. และ ผอ. ที่ให้ความสนใจแล้วก็มีความตั้งใจ หาวิธีการทุกรูปแบบที่จะให้เด็กได้สอบตามวันเวลาที่เด็กควรจะสอบ จึงสามารถทำให้เด็กได้สอบ ตรงตามเวลาทุกประการ ดิฉันติดตามจนกระทั่งทีวี (TV) ช่อง ๑๑ บอกคุณหญิงต้องมา ออกรายการเพื่อให้ความมั่นใจกับคุณพ่อคุณแม่ที่ลูกเขาจะต้องมาสอบด้วยตัวเอง ในสถานการณ์ที่มีการระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ในเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ตอนนั้นก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก็คงทราบแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผอ. ของ สทศ. และกรรมการ หาวิธีการให้เด็กได้สอบครบทุกวิชา ก่อนวันที่ ๓๑ มีนาคม ถ้าจะต้องการรายละเอียดก็จะเรียนว่าวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ วันที่ ๑ มีนาคมนี้ มีการสอบโอเน็ต (O-NET) มีนักเรียนสอบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ลองนึกภาพสิคะว่าโควิด (COVID) ระบาดอยู่ในขณะนั้น การจัดการศึกษานี้จะต้องใช้ ความพยายามและความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้เด็กได้สอบตรงตามเวลากำหนดการ ส่วนแพต (PAT) ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคนก็เช่นเดียวกัน วันที่ ๒๒-๒๕ ปี ๒๕๖๓ แล้วก็สอบ วิชาสามัญ ๙ วิชา ก็ประมาณ ๑๘๐,๐๐๐ คน สอบวันที่ ๑๔-๑๕ ตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม มีการสอบครบทุกวิชา ทุกคนและประกาศผล สำหรับโอเน็ต (O-NET) ประกาศผลวันที่ ๒๖ มีนาคม ของแกต (GAT) ประกาศวันที่ ๓๑ มีนาคมและ ๙ วิชาสามัญนี้ประกาศวันที่ ๒ เมษายน ด้วยความตั้งใจและลำบากที่จะจัดให้เป็นไปตาม กติกาและข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุข เราทำทุกอย่างและให้ความมั่นใจกับคุณพ่อคุณแม่ และผู้ปกครองของเด็กทุกคนว่าเราเตรียมทุก ๆ อย่างให้ความปลอดภัยกับเด็กทุกคน แล้วก็ได้ผ่านพ้นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ต้องขอบคุณทางผู้อำนวยการ สทศ. และ คณะกรรมการ สทศ. อยากจะเรียนให้ท่าน ส.ส. ชวลิตได้รับทราบด้วยว่าเราทำประกาศผล ทุก ๆ อย่างเฉกเช่นทุก ๆ ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ล่าช้าเลยแม้แต่น้อย อันนั้นประการแรก

ประการที่ ๒ เปิดให้นักเรียนทุกคนสามารถที่จะขอดูผลการสอบได้ ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายนเป็นต้นไป แต่ที่ท่านบอกว่าไม่ทันนั้นไม่จริง เพราะว่าเราเพียงแต่ เปลี่ยนการดูด้วยตัวเอง เด็กจะต้องไปยื่นแล้วก็เสียค่าธรรมเนียมขอดูข้อสอบคำตอบของเขา ภายใน ๑ เดือน หลังจากวันที่ประกาศผล เพราะฉะนั้นตามที่ได้บอกไปแล้ว ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม เราก็เปิดให้สามารถดูได้ของแกต/แพต (GAT/PAT) แล้ว แต่ว่าของ ๙ วิชาสามัญนั้น เราสอบเสร็จวันที่ ๔ ก็จริง แต่ทุกคนสามารถที่จะเข้าไปดูได้คือวันที่ ๒ เมษายนเป็นต้นไป เพียงแต่ว่าเราเปลี่ยนวิธีที่จะให้เด็กมาออกัน มารวมกลุ่มกัน เพื่อจะมาดูกระดาษเท่านั้นเอง เราทำอย่างที่ท่านพูดก่อนที่ท่านจะเสนอแนะ เราได้พัฒนาระบบออนไลน์ (Online) ให้ดูได้ ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๓ แล้วขณะนั้นมหาวิทยาลัยยังไม่ได้เปิดรับค่ะ ไม่มีวัน ไม่มีทาง ที่เด็กจะไม่สามารถนำผลการสอบไปเข้ามหาวิทยาลัยได้ ทางมหาวิทยาลัยที่เขาเรียกว่า ทีแคส (TCAS) เขารับหลายรอบ รอบสุดท้ายที่จะสมัครได้คือวันที่ ๙-๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ ผลที่ให้เด็กสามารถเข้าไปดูได้ตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายนค่ะ เด็กสามารถเข้าออนไลน์ (Online) อย่างที่ได้พูดไปนะคะ เรามีระบบ แล้วดิฉันเองติดตามเรื่องนี้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด ไม่มีผิดพลาดแน่นอน ปรากฏว่ามีคนที่เข้าไปออนไลน์ (Online) ไปดูข้อสอบเพราะว่า โควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างที่เราทราบกันอยู่ วันที่ ๒๓ มีนาคม รัฐบาลก็ประกาศภาวะฉุกเฉิน แล้วก็ล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศ คือปิดประเทศ ปิดเกือบจะทุกเขต เพราะฉะนั้น เราจึงไม่สามารถที่จะเอื้ออำนวยความสะดวกให้เด็กไปดูได้ด้วยตนเอง จึงจะต้องให้ออนไลน์ (Online) ตั้งแต่วันที่ ๒ เป็นต้นไป แล้วก็ทันยิ่งกว่าทันที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยค่ะ เพราะว่ามหาวิทยาลัย วันที่ ๙-๓๐ มิถุนายน เป็นรอบสุดท้าย เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่า เราทำได้เป็นอย่างดี ท่านได้บอกว่าจริง ๆ มีคนไปร้องหลายแห่งโดยยื่นผ่านบริการประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี ยื่นผ่านสมาคมพิทักษ์ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และยื่นคำร้อง ตามแบบฟอร์มของ สทศ. แล้วก็ยังไปยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ไปยื่นขอดูด้วยตนเอง ซึ่งเมื่อเหตุการณ์โควิด (COVID) ได้คลี่คลายไปแล้ว ทาง สทศ. จึงเปิดให้นักเรียนไปดูได้ ด้วยตนเอง โดยไม่มีเสียค่าใช้จ่าย อยากให้เข้าใจให้ตรงกันว่าไม่มีค่าใช้จ่าย จริงอยู่คนที่ ไปขอดู ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรก วันที่ ๑๖-๑๘ มีคนขอดู ๔๕ คน แต่ว่าไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ทั้งสิ้น ครั้งที่ ๒ ที่ท่านพูดถึง วันที่ ๘-๑๓ พฤศจิกายน ก็เช่นเดียวกัน ๑๒๙ คน แล้วทั้ง ๒ กรณี และออนไลน์ (Online) ทุกกรณีที่เข้ามาดู ๖๐,๐๐๐ กว่าราย ไม่มีข้อผิดพลาดเลยแม้แต่คนเดียว ถ้าหากมีการผิดพลาดทางที่ประชุมของอธิการบดี มหาวิทยาลัยพร้อมหน้าต่อหน้าในคณะกรรมการที่ประชุมนี้ก็รับปากแล้วว่า ถ้ามีข้อผิดพลาดทางมหาวิทยาลัยก็จะเยียวยาให้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ