ชวลิต จี้ สทศ. ปรับระบบสอบ-ตรวจสอบผลคะแนน-รับผิดชอบกรณีผิดพลาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๘ · ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓

ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ หารือปัญหาความโปร่งใสในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยผ่าน สทศ. โดยเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบตรวจสอบผลคะแนน พร้อมทั้งสอบถามนโยบายกระทรวงในการรับผิดชอบกรณีความผิดพลาดการตรวจกระดาษคำตอบ และขอแนวทางแก้ไขเพื่อพัฒนาในอนาคต

พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่เสียสละมาตอบ ประเด็นที่ผมจะมา สอบถามในวันนี้เป็นประเด็นที่ผมได้รับการติดต่อจากประชาชนมากมาย บ้างก็เป็นเยาวชน คนรุ่นใหม่อนาคตของชาติ บ้างก็เป็นผู้ปกครองที่มีความเดือดเนื้อร้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ลูกหลานของพวกเขา จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งที่ผมจะต้องทำหน้าที่ในการไขข้อข้องใจ ให้กับประชาชน อย่างที่เราทราบกันดีว่าการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ของประเทศเรานั้นมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด มีการเปลี่ยนแปลงมากมายหลายครั้ง ในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ มีการสอบมากมายจนจำชื่อย่อกันแทบจะไม่ได้เลยนะครับ จำชื่อย่อ ของระบบการสอบก็ต้องใช้เวลายาวนานมากกว่าจะจำได้ ช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้เราก็มีองค์กร ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลจัดการการสอบระดับชาติอยู่องค์กรหนึ่ง นั่นคือสถาบันทดสอบ ทางการศึกษาแห่งชาติหรือ สทศ. ที่อยู่ในการดูแลของกระทรวงศึกษาธิการนั่นเองครับ ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ คือช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้หลาย ๆ ท่านน่าจะจำกันได้ คือในทวิตเตอร์ (Twitter) มีแฮชแท็ก (Hashtag) หนึ่งที่ประชาชนสนใจจนขึ้นอันดับ ๑ อยู่หลายครั้ง แฮชแท็ก (Hashtag) นั้นชื่อว่าเด็ก ๖๓ ครับ ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่เราอยู่ในสมัยปิดประชุม สภากัน เป็นช่วงที่โลกต้องเจอกับวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็เป็นช่วงโค้งท้าย ๆ ของ การสอบและประกาศผลเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยพอดีเลยนะครับ พอเมื่อมีการประกาศผลออกมาก็มีการพูดถึงความแม่นยำของระบบการตรวจข้อสอบ จากผู้เข้าสอบที่มีเป็นจำนวนมากอาจจะมีความผิดพลาดหรือไม่ กับผลสอบที่อาจจะเปลี่ยน ชีวิตของนักเรียนหลายแสนคนเลยนะครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือทาง สทศ. ก็ได้ออกมาประกาศ ว่าเนื่องจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) จึงขอเลื่อนการตรวจกระดาษคำตอบออกไป อย่างไม่มีกำหนด แต่กระบวนการยื่นคะแนนของนักเรียนที่จะต้องเข้ามหาวิทยาลัย มันมีกำหนดนะครับ ซึ่งหมายความว่าการตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนนจาก สทศ. ก่อนที่จะนำคะแนนไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนจะไม่สามารถทำได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้ปกครองและผู้เข้าสอบจำนวนหนึ่งได้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานผู้ตรวจการ แผ่นดินเพื่อบังคับขอตรวจกระดาษคำตอบ ทาง สทศ. ก็ได้ยินยอมให้มีการตรวจ แต่ก็มี ผู้ได้รับอนุญาตเพียง ๔๕ รายเท่านั้นจากผู้สมัครสอบ เอาแค่เฉพาะแกตแพต (GAT/PAT) ก็มี ถึง ๒๕๕,๒๙๕ ราย หมายถึงสัดส่วนของผู้ที่สามารถตรวจสอบกระดาษคำตอบของตัวเองได้นั้น ก็อยู่ที่ไม่ถึง ๐.๐๑๘ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งน้อยเกินกว่าที่จะบอกว่าอะไรเป็นอะไรได้ และนี่ ยังไม่รวมถึงการสอบอื่น ๆ ของทาง สทศ. อีกนะครับ และล่าสุดทาง สทศ. ก็ได้ออกประกาศ มาใหม่ว่าสถานการณ์โควิด (COVID) ได้คลี่คลายลงแล้ว เลยได้เปิดมีการให้ยื่นคำร้องขอดู กระดาษคำตอบ แล้วก็จะมีการเปิดให้ดูกระดาษคำตอบเป็นเวลาเพียง ๒ วัน วันไหน ทราบไหมครับ วันที่ ๑๗-๑๘ กรกฎาคม แต่ว่ามหาวิทยาลัยบางแห่งก็ได้ทยอยเปิดเรียน กันไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน แล้วส่วนมากก็เปิดเรียนกันไปแล้วในเดือนนี้ นั่นหมายความว่า กระบวนการการรับสมัครเข้าเรียนของมหาวิทยาลัยแทบจะจบลงไปหมดแล้วครับท่านประธาน สทศ. จะเปิดให้ตรวจสอบคะแนนตอนนี้ก็แทบจะไม่มีประโยชน์ใด ๆ ต่อผู้ที่จะต้องใช้ ผลคะแนนเข้าสอบในมหาวิทยาลัย คือถ้าจะอ้างว่าเป็นเพราะสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เลยไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้โปร่งใสได้ ผมก็คิดว่าไม่ใช่สาเหตุที่ฟังขึ้น สักเท่าไรนะครับ เพราะกระบวนการในการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสนั้นควรจะถูก ให้ความสำคัญมากเป็นลำดับต้น ๆ เลยนะครับ และถึงแม้จะไม่มีสถานการณ์ โควิด-๑๙ (COVID-19) กระบวนการตรวจสอบกระดาษคำตอบในสถานการณ์ปกติก็ต้องเป็น การยื่นคำร้อง แล้วนักเรียนก็ต้องเดินทางไปดูที่สำนักงานของ สทศ. ที่กรุงเทพฯ แต่ผู้สอบ ก็ไม่ได้มีแค่อยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้นใช่ไหมครับท่านประธาน คือประเทศเราก็มีนักเรียน ทั้งจากจังหวัดยะลา ทั้งจากจังหวัดปัตตานี จากจังหวัดเชียงราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากจังหวัดอุบลราชธานี จากจังหวัดหนองคาย การตรวจสอบความถูกต้องข้อสอบของเขา เขามีทางเดียวเลยก็คือรอทางสถาบันเปิดช่วงให้ดู ซึ่งส่วนมากก็เปิดให้ดูเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แล้วก็ต้องเดินทางมาเพื่อดูกระดาษคำตอบพร้อมกับต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอีกนะครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าเราควรจะต้องมีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลตรงนี้ได้ง่ายขึ้น เช่น การอัปโหลด (Upload) ผลผ่านทางออนไลน์ (Online) ซึ่งทาง สทศ. ก็มักจะมีการอ้างถึง ข้อกังวลในเรื่องของการปกปิดข้อมูล กลัวว่าจะมีการสวมรอยเข้าไปดูข้อมูลของคนอื่น คือผมคิดว่าเป็นการกลัวที่มากเกินไปนะครับ เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้คือมาไกลมากเลย มีระบบการยืนยันตัวตนอีกมากมายหลายรูปแบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทางสถาบัน สทศ. เอง ก็มีการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัครไปอีกมากมายเลยนะครับ ก็น่าที่จะนำออกมาใช้ ให้เกิดประโยชน์บ้าง ผมคิดว่าคงไม่เกินความสามารถของทางสถาบัน สทศ. และ กระทรวงศึกษาธิการถ้าคิดจะทำงานกัน

ดังนั้นคำถามข้อแรกของผมเลยก็คือจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังที่กล่าวไป ข้างต้น ทางกระทรวงมีนโยบายที่จะรับผิดชอบอย่างไรในกรณีที่อาจจะพบว่าเกิดความ ผิดพลาดขึ้นในกระบวนการการตรวจกระดาษคำตอบ และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ เพื่อพัฒนาอย่างไรต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ