สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๖ · ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ หารือเรื่องปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรณีการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคล และเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหานี้

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรณีการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชน ทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งเรื่องดังกล่าวต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนทั้งในกรุงเทพมหานคร ทั้งเมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองที่มี ลักษณะมีที่อยู่อาศัยหนาแน่น ท่านประธานครับ ถ้าหากจะมองถึงเรื่องของหน้าที่ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งวันนี้เราบอกว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย เรานั้นมี ๔ รูปแบบ เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งมีกรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกว่าองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกว่าเทศบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกว่า องค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งอันที่จริงแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบต่าง ๆ ก็ต่างเจอปัญหาที่จะได้นําเรียนต่อไป ท่านประธานครับ สิ่งที่พบเจอกันมาโดยตลอดก็คือ เมืองต่าง ๆ เมื่อมีประชากรอยู่หนาแน่นก็มีในการที่จะตั้งเป็นหมู่บ้านจัดสรร มีการตั้งเป็น อาคารชุดเป็นที่อยู่อาศัยที่ค่อนข้างหนาแน่น แต่สิ่งหนึ่งที่ประสบพบเจอตลอด ถ้าหมู่บ้านไหน สร้างก่อน สมมุติว่าสัก ๒๐ ปีสร้างวันนี้มีปัญหาแน่ ที่บอกว่ามีปัญหาเพราะว่าอะไรครับ เพราะหมู่บ้านสร้างทีหลังนี้ก็จะถมดินสูงขึ้น หมู่บ้านเมื่อก่อนมันสูง พอ ๑๐-๒๐ ปีมันกลับ เป็นหมู่บ้านแอ่งกระทะไปแล้ว สภาพอย่างนี้มันเกิดขึ้นทุกแห่งที่เป็นที่อยู่อาศัย ปัญหาเหล่านี้ มันเกิดขึ้นหนักเข้าไปอีกถ้าหากว่าอยู่ในกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล เพราะพื้นที่ดังกล่าว ที่ผมว่านี้มันเป็นที่ลุ่มต่ํา สูงจากระดับน้ําทะเลนิดเดียว เพราะฉะนั้นนอกจากน้ําทะเลหนุน มาแล้ว น้ําเหนือไหลมาแล้ว โอกาสที่น้ําจะท่วมขังมันมีสูงมาก การบริหารจัดการเรื่องเหล่านี้ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องของสาธารณะ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ประธานทราบตอนนี้ก็คือว่าในการอยู่อาศัยของกลุ่มคนที่ผมว่า เป็นหมู่บ้านจัดสรรก็ตาม เป็นคอนโดมิเนียมก็ตาม เป็นอะไรก็ตามนี่แหละจะประกอบด้วย กลุ่มตัวแอกเตอร์ (Actor) ตัวแสดงอยู่ ๓-๔ กลุ่มก็คือตัวประชาชนที่อยู่อาศัย อีกอันหนึ่ง ก็คือนิติบุคคลที่บริหารจัดการ แล้วสิ่งที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยก็คือองค์กรปกครอง ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานครหรือเป็นอะไรก็ตาม จะมีความเชื่อมสัมพันธ์โยงกันอยู่ ถ้าหากว่ามองในแง่ของประชาชน ประชาชนก็ต้องการรับบริการ เพราะประชาชนเป็น ผู้เสียภาษี นิติบุคคลนั้นมีหน้าที่ในการที่จะบริหารจัดการในที่ส่วนบุคคลตรงนั้นให้มี การใช้ประโยชน์ใช้สอยร่วมกัน ขณะที่องค์กรปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่ในการที่จัดบริการ สาธารณะ ถ้าหากว่ามันเชื่อมโยง ไม่มีอะไรขัดตกบกพร่องมันก็พอจะไปของมันได้ แต่วันนี้ มันไม่เป็นอย่างนั้น วันนี้หลายแห่ง หมู่บ้านหลาย ๆ แห่ง วันนี้ถูกละเลย ถูกเพิกเฉยจาก นิติบุคคล ปัญหาก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่จัดบริการสาธารณะจะเข้าไปดูแล ก็ไม่ได้ เพราะว่าเป็นที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่สาธารณะ เพราะฉะนั้นปัญหาที่ผมกราบเรียนเกิดขึ้น แล้วก็ลามขยายผลออกไป วันนี้ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพมหานครครับ ไม่ใช่เฉพาะปริมณฑล เมืองใหญ่ ๆ หลายแห่งของประเทศไทยก็เริ่มเจอปัญหาในลักษณะแบบนี้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะต้องให้ความสําคัญในเรื่องเหล่านี้ก็คือจะต้องมาดูว่าตัวกฎหมายของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกว่าข้อบัญญัติท้องถิ่นจะต้องมีการปรับปรุง จะต้องมี การแก้ไขอํานาจหน้าที่ บทบาททั้งหลาย จะต้องมาทําการศึกษา เรื่องไหนที่เป็นปัญหา อุปสรรคก็จะต้องนําไปสู่การแก้ไข เพราะไม่อย่างนั้นปัญหาตรงนี้จะลุกลามและจะหมักหมม มีหลายแห่งครับท่านประธาน ตอนแรก ๆ ก็อยู่กันอย่างมีความสุข พออยู่นานไป ๆ ความสุข ที่ผมว่าก็หายไป หายไปพร้อมกับความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นได้หารือกันกับเพื่อนสมาชิก ได้หารือกับหลาย ๆ ท่านว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วน เป็นเรื่องที่จะต้องรีบทําการศึกษา เป็นเรื่อง ที่จะต้องมีการแก้ไขกันอย่างจริงจัง ผมจึงได้เสนอญัตติด่วนตรงนี้เข้ามาสู่สภาแห่งนี้ ให้พิจารณาว่าควรที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติ ของกรุงเทพมหานครในกรณีการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ ส่วนบุคคล ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และ ข้อ ๕๐ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ