รังสิมันต์ ชี้นักศึกษาคือเสียงแห่งอนาคต สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๕ · ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓

รังสิมันต์ โรม สนับสนุนการเคลื่อนไหวของนักศึกษาในฐานะเสียงเรียกร้องความหวังและอนาคต วิพากษ์ระบบที่ถูกควบคุมโดยผู้มีอำนาจเดิมที่ไม่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ มีข้อเรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อถอดรากเผด็จการ และวิจารณ์การตั้งกรรมาธิการวิสามัญว่าเป็นการเลี่ยงปัญหา พร้อมเรียกร้องให้ผู้นำรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รังสิมันต์ โรม ส.ส. พรรคก้าวไกล สําหรับญัตติที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎรรับฟังความคิดเห็น ของนักศึกษานั้น ผมขอใช้โอกาสนี้ในการทําความเข้าใจว่าในความเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษาในตลอดทุกยุคทุกสมัย อันที่จริงแล้วประกอบไปด้วยความหวังดีที่มีต่อประเทศชาติ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เราต้องยอมรับว่าในประวัติศาสตร์ การเมืองของพวกเรา เรามีมือเหี่ยว ๆ มือแห้ง ๆ บีบคออนาคตของชาติอยู่ตลอดเวลา พวกเขาบีบคอไม่ให้เราหายใจ พวกเขาบีบคอไม่ให้พวกเรามีอนาคตที่ดี มันจึงไม่แปลกว่า ตลอดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน ตราบใดที่ยังมีการบีบคอเสียงแห่งอนาคต การปลดโซ่ตรวนการทําลายมือที่เหี่ยวแห้งนี้ก็คือความจําเป็น ที่ผ่านมาเราไม่เคยจะยอมรับ ต่อปรากฏการณ์ของการต่อสู้ของนักศึกษา หลายครั้งเรามองพวกเขาด้วยความหวาดกลัว เพราะเรากลัวที่จะเสียอํานาจ เราสร้าง ปฏิบัติการไอโอ (IO) เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เราสร้างสิ่งที่เรียกว่าการใส่ร้ายป้ายสี เพื่อทําลายความชอบธรรมในการชุมนุม เพื่อให้คนไม่เข้าร่วมกับพวกเขา หลายครั้งนักศึกษา กลายเป็นปีศาจ แต่เวลาที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาคือสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นสําหรับครั้งนี้ ผมอยากให้พวกเรามองการเคลื่อนไหวของนักศึกษาด้วยแว่นแห่งมนุษยธรรม ด้วยความรู้สึก ที่บอกได้ว่าพวกเขาคือเสียงแห่งอนาคต คือเสียงแห่งความหวัง แล้วถึงเวลาที่มือเหี่ยวแห้ง ในปัจจุบันจะต้องถูกทําลาย ท่านประธานที่เคารพ ข้อเรียกร้องของนักศึกษามี ๓ ข้อ หนึ่งในข้อที่ผมอยากจะยกมาพูดในเวทีแห่งนี้ในพื้นที่แห่งนี้คือเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่มีความจําเป็นและมีความสําคัญมาก เรื่องนี้ทุกคนรู้ แต่นี่คือระบบ ที่เราต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่าระบบนี้มันถูกสร้างมาโดยไม้ใกล้ฝั่งที่อีกไม่นาน ก็จะลาจากโลกนี้ไปแล้ว เราไปดูในสภาชุดที่ร่างรัฐธรรมนูญสิครับ เอาอายุรวมกันเกินพันปี แล้วคนเหล่านี้กําลังบอกว่าอนาคตของประเทศไทยจะต้องเป็นแบบไหน โดยที่นิสิต นักศึกษา คนรุ่นใหม่ไม่มีส่วนร่วมเลยในการที่จะเข้าไปกําหนดชะตากรรมของตัวเอง ดังนั้นนี่คือเหตุผล ที่เราจะต้องกลับมาทบทวน กลับมาคิดอย่างจริงจังว่าการร่างรัฐธรรมนูญถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะต้องร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ทําลายซากเดนของเผด็จการ ปลดปล่อยโซ่ตรวนและให้ ประชาชนได้อยู่ในประเทศนี้อย่างมีความหวังเสียที ได้สูดอากาศหายใจในแบบที่พวกเขา ต้องการ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เราก็ต้องยอมรับว่ามันคือเครื่องที่สนองต่อ ความกระหายอํานาจที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ เราบอกว่าปี ๒๕๕๗ มีนักการเมืองที่เลวทราม เลยมีการรัฐประหาร มีการรัฐประหารเราเลยมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่หลังจากนั้นเราก็มี การจับกุมคนที่ไปรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ประการที่ ๑ ประการถัดมา มีประชาชนเขาตื่นตัวเขารับไม่ได้กับรัฐบาลนี้ เราก็ไปจับกุมเขา เป็นประการที่ ๒ ประการที่ ๓ พรรคการเมืองที่กําลังจะกลายเป็นความหวังของเขา คุณก็ไปดับความหวังของเขาอีก และประการสุดท้าย ประชาชนพยายามให้โอกาสกับพวกคุณ พยายามให้โอกาสกับ นายกรัฐมนตรี แล้วสุดท้ายคุณก็ทําลายความเชื่อมั่นของเขาด้วยการปล่อยให้ใคร ก็ไม่รู้เข้ามาเดินเล่นในประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่เราอยู่ในช่วงที่เป็นโควิด (COVID) แล้วชายคนนั้นก็ติดโควิด (COVID) สร้างความสุ่มเสี่ยงให้กับพี่น้องคนไทยจํานวนมาก ถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้เราจะบอกพวกเขาอย่างไรครับ เราจะบอกนักศึกษาว่าก็รับรับไปก่อน อยู่ ๆ กันไปแบบนี้ เดี๋ยวพี่ตายเมื่อไรคุณก็ค่อยมาเดินหน้าต่อ แล้วจะเอากันอย่างนี้หรือครับ นี่คืออนาคตนี่คือประเทศที่เราจะส่งมอบให้กับพวกเขาแบบนี้หรือครับ ประเทศที่ปกครอง โดยคนอายุมากแล้ว วัยเกษียณแล้ว สิ่งที่ท่านต้องทําคือกลับบ้านไปอยู่กับหลาน แล้วปล่อย ให้คนแบบพวกผมขึ้นนําประเทศนี้ ท่านต้องยอมรับความจริงได้แล้วว่าท่านคือไม้ใกล้ฝั่ง อยู่เฉย ๆ เป็นประโยชน์กับประเทศนี้มากกว่ามาอยู่ในอํานาจ นี่คือสิ่งที่ควรจะเป็น ดังนั้น ผมบอกเลยท่านประธาน ผมบอกเลยว่าในข้อเสนอประเภทที่จะให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ นี่มันคือข้อเสนอที่ไม่ถูกต้องตามสถานการณ์ เรารู้อยู่แล้วว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ มันคือการประวิงเวลา มันคือการเอาความรู้สึกของคนที่กําลังโกรธแค้นต่อสภาพ ความเป็นอยู่ของประเทศนี้ไปขังเอาไว้ แล้วถ้าเกิดว่าพวกเขาไม่พอใจกับกรรมาธิการวิสามัญ ไม่พอใจกับประเทศนี้ เขาออกไปชุมนุมอีกครั้งคุณก็จะบอกว่าทําไมไม่มาใช้เวทีของสภา และพูดในสภา ปัดโธ่ เราจะอยู่กันอย่างนี้จริง ๆ หรือครับ ดังนั้นผมเลยอยากจะใช้โอกาสแล้วฝากถึงท่านประธานไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าบาปกรรมทั้งหลายที่ท่านได้ก่อขึ้น วันนี้ประชาชนเขากําลังทวงถาม นายกรัฐมนตรีจะต้อง ไม่มาโยนบาปให้กับสภา ท่านต้องไปอธิบายเอาเองกับนิสิต นักศึกษาผู้รักชาติ รักแผ่นดิน แล้วถ้านายกรัฐมนตรียังปฏิบัติต่อประชาชนเฉกเช่นเดิมไม่อ่อนน้อมถ่อมตนคุกเข่าอ้อนวอน ต่อประชาชน ยังพูดจาไม่ดี ประพฤติชั่วเหมือนแต่ก่อน ผมก็ขอเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรี ว่าวินเตอร์ อิส คัมมิง (Winter is coming) ขอบคุณครับท่านประธาน