ฐิตินันท์ แสงนาค อภิปรายสนับสนุนการรับฟังเสียงเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภาระยะยาว และยุติการคุกคามผู้เห็นต่าง พร้อมเสนอให้รัฐบาลรับฟังปัญหาโดยตรงแทนการตั้งกรรมาธิการเพิ่มเติม
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาอภิปรายในญัตติ ให้สภาผู้แทนราษฎรรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา เยาวชน และบุคลากรทางสังคม ซึ่งเพื่อนร่วมพรรคของผมก็คือท่านภราดร ปริศนานันทกุล ก็เป็นท่านหนึ่งที่ได้เข้าชื่อ ลงชื่อในญัตตินี้ ผมต้องย้อนให้ท่านประธานรับฟังเรื่องราวที่ผ่านมาบ้าง ผมเป็นส่วนหนึ่ง ของผลผลิตในการชุมนุมครับ ผมเข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ หรือที่เรียกกันว่าม็อบ (Mob) มือถือยุคแรก ๆ ตอนนั้นที่จังหวัดขอนแก่นของผม ตอนเย็นผมจะพาสมาชิกของผม ขี่รถมอเตอร์ไซค์ประมาณ ๑๐๐ คัน รอบเมืองขอนแก่น โพกผ้าดําเหนือศีรษะ ผู้ซ้อนท้าย ถือป้ายเรียกร้องให้ใครบางคนลาออก นั่นคือช่วงแรกที่ย่างก้าวสู่การเมือง และผมก็ยังมี ส่วนร่วมในการชุมนุมเมื่อปี ๒๕๕๓ หรือว่าม็อบ (Mob) ราชประสงค์ ผมยอมรับว่ากินนอน อยู่ที่นั่นเป็นประจํา และล่าสุดเมื่อปี ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา ผมได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด ขอนแก่น ผู้ที่ชนะการเลือกตั้งไม่ใช่ผมครับ แต่ก็เป็นพรรคพวกของผม ซึ่งท่านได้ปฏิบัติงาน ในสภาเพียงแค่ไม่ถึง ๒ เดือนก็โดนรัฐประหาร ดังนั้นผมจึงได้ก้าวเข้ามาสมัครเป็น สภาปฏิรูปแห่งชาติประจําจังหวัดขอนแก่น แล้วได้เข้าทํางานในคณะอนุกรรมาธิการ และเป็นรองโฆษกประจําคณะอนุกรรมาธิการที่ทําเรื่องปฏิรูปประเทศพร้อม ๆ ไปกับทําเรื่อง การร่างรัฐธรรมนูญกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผลผลิตของผมในช่วงนั้นก็คืองานปฏิรูป ประเทศที่กําลังทําอยู่ รัฐธรรมนูญที่ผมร่วมรับฟังความคิดเห็นร่างขึ้นมากับท่านอาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๘ ก็ถูกคว่ํา เพราะมี บางอย่างที่ไม่ถูกใจผู้มีอํานาจ ท่านประธานครับ เข้าเรื่องของนิสิต นักศึกษาที่ประท้วงกันทุก วันนี้ น้อง ๆ นิสิต นักศึกษาพวกนี้ผมเข้าใจครับ เจตนาบริสุทธิ์ เพราะผมเคยผ่านช่วงนี้ มาแล้ว อย่าไปมองพวกเขาในแง่ร้ายว่ามีเบื้องหน้าเบื้องหลังเด็กกลุ่มนี้เป็นคนบริสุทธิ์ครับ ท่านเชื่ออะไรยาก เชื่อมั่นในตัวเอง ผมว่าทุกท่านที่ผ่านวัยรุ่นมาคงจะเข้าใจจุดนี้ดี สิ่งที่น้อง ๆ เขาเรียกร้องน่าสนใจเสนอมา ๓ ข้อ จริง ๆ แล้วถ้าเป็นผมผมเสนอ ๔ ข้อ เพิ่มอีก ๑ ข้อด้วย ซ้ํา ข้อที่ ๑ หยุดคุกคามประชาชนทั่วไปที่เห็นต่าง อันนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนเลย รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ คุ้มครอง ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญทุก ๆ ฉบับก็คุ้มครองเรื่องนี้ ชุมนุม โดยสงบปราศจากอาวุธ ข้อที่ ๒ คือให้ยุบสภา มีเพื่อนสมาชิกบางท่านบอกว่าข้อที่ ๒ เห็นด้วยครึ่งเดียว ผมเห็นด้วยเรื่องยุบสภา แต่ต้องผ่าน ข้อที่ ๓ ก่อนคือแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถ้ายุบสภาในตอนนี้ สิ่งที่ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะเหมือนเดิม วนเวียนกลับมาที่เดิม ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข และมีสภาแห่งนี้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเรียกร้องให้ตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมขอเรียนว่าช้าไป ปัจจุบันคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภามีอยู่ ๑๐๐ กว่าคณะ ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เพิ่งประชุม กันไปเมื่อวันพุธมีญัตติคงค้างอยู่ ๑๖๖ ญัตติ ที่ยังไม่ได้เข้าสภา ทุกญัตติก็จะตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญทั้งนั้น และเจ้าหน้าที่สภาได้รวบรวมญัตติที่คล้ายคลึงกันมาจัดเป็น กลุ่มญัตติได้ ๒๖ กลุ่ม ปัญหาที่ว่าทําไม่ได้หรือไม่ทันกาลก็คือ๑. ห้องประชุม คณะกรรมาธิการเราไม่พอ เพราะสภาเรายังสร้างไม่เสร็จ ๒. เจ้าหน้าที่บุคลากรสภา ไม่พอที่จะมาทํางานในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ นอกจากคณะกรรมาธิการสามัญ เรายังมีคณะกรรมาธิการวิสามัญ เรายังมีคณะอนุกรรมาธิการอีก บุคลากรมีจํากัด เพราะฉะนั้นข้อเรียกร้องของนักศึกษามันตรงอยู่แล้วครับ มีข้อสรุปมาให้เรียบร้อยว่าจะให้ทํา อะไร เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองต้องเข้าไปรับทราบปัญหาโดยตรง จะเข้าไปฟังด้วยตัวเอง หรือจะเชิญนิสิต นักศึกษา ประชาชนที่เรียกร้องเข้ามาพูดคุยกัน อันนี้ผมเห็นว่าเป็นทางออก ที่ดีที่สุด ถ้าไปตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก็เข้าล็อกสิครับ เพราะอย่างน้อยระยะเวลาศึกษา ๙๐ วัน หรือ ๓ เดือน ท่านที่คิดจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญคิดให้ดีนะครับ แต่ถ้ารัฐบาล รับฟังปัญหานี้ทําได้วันนี้เลย ผมเห็นด้วยกับน้อง ๆ ที่เรียกร้อง ๓ ข้อนี้ ผู้แทนราษฎร ไม่กลัวหรอกการเลือกตั้ง เหมือนนักมวย เหมือนทีมฟุตบอล ขึ้นเวทีก็ต้องชก มีแพ้มีชนะคละเคล้ากันไป คนเก่าไม่ไป คนใหม่ก็ไม่มี โอกาสเข้ามา เพราะฉะนั้นพิสูจน์ด้วยผลงาน ด้วยฝีมือ ด้วยการทํางาน ด้วยความจริงใจ รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง ผมเชื่อว่านี่ต่างหากที่ผู้แทนทุกท่านพวกเราทุกคนพึงสังวรไว้ สุดท้ายนี้ท่านประธาน อยากวิงวอนให้ผู้มีอํานาจในรัฐบาลชุดนี้หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าได้มอง เจตนาของเยาวชนเหล่านี้ไปในทางลบ ร้อยพ่อพันแม่มีบ้างที่แตกแขนงออกไป แนวคิดต่างไป แต่หลัก ๆ ของเขายืนตรงแล้ว เขายื่นมาแล้ว ๓ ข้อ เราทําได้ข้อไหนเราก็บอกเขาไป โดยเฉพาะเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นนโยบายที่ผมหาเสียงเข้ามา โปสเตอร์หาเสียงของผม สร้างงาน