วิโรจน์ ลักขณาอดิศร วิจารณ์การบริหารรัฐบาลภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่มองว่าสร้างปัญหาความเหลื่อมล้ำและเศรษฐกิจตกต่ำ พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขระบบการศึกษาที่กดขี่และละเมิดสิทธิเสรีภาพของนักเรียน โดยยกตัวอย่างกรณีการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ฟุ่มเฟือย การขาดแคลนโอกาสทางอาชีพ และการปฏิบัติที่รุนแรงต่อเด็กในโรงเรียน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ การที่มีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นวงกว้าง และมีแนวโน้มที่จะขยายวงออกไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าหลายคนคงจะตั้งคําถามครับว่าทําไม ถึงเป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจจะตั้งคําถาม อยู่ในใจว่า อยู่ดี ๆ ทําไมพวกเขาถึงออกมา ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่ามันอยู่ไม่ดีหรอก ถ้าอยู่ดี ๆ เขาต้องไม่ออกมา เพราะมันอยู่ไม่ดีและมองไม่เห็นว่าจะมีอะไรดีขึ้นภายใต้ การบริหารของรัฐบาลชุดนี้ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่มีกลไก มีเครื่องมือให้ คณะรัฐประหารสืบทอดอํานาจ มี ส.ว. มีองค์กรอิสระ มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ที่คอยสิงสู่จนประเทศนี้กลายเป็นดินแดนต้องสาปที่พัฒนา ไม่ได้ ทรัพยากรทั้งหมดของประเทศถูกยึดกุมโดยเครือข่ายอุปถัมภ์ ถูกครอบงําโดยกลุ่ม อภิสิทธิ์ชน จนนับวันปัญหาความเหลื่อมล้ําก็ทวีปัญหาความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นักศึกษา นักเรียนเขารู้ดีว่ามีการประเมินว่าจะมีคนตกงานสูงถึง ๘.๔ ล้านคน นักศึกษาที่กําลัง จะจบในปีนี้ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน กําลังเคว้งคว้างหางานทําอย่างสิ้นหวัง มีนักเรียนที่ยัง เรียนอยู่อีก ๖๗๐,๐๐๐ คนที่อาจต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะว่าปัญหายากจน และปัญหาเศรษฐกิจในครอบครัว ที่สําคัญครับ ผู้ประกอบการรายย่อยอาจจะมีถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่อาจจะต้องปิดกิจการอย่างถาวร แต่รัฐบาลนี้ครับ น้อง ๆ นักศึกษา เขาทราบว่ามีการแย่งตําแหน่งกันชุลมุนแทนที่จะแก้ปัญหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดดการประชุม ครม. เศรษฐกิจที่กําลังจะพิจารณาการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) และเป็น การโดดแบบกะทันหันเสียด้วย รัฐบาลและกองทัพยังคงไร้สามัญสํานึก ไม่ยอมเลิกซื้อ ยานเกราะล้อยางที่มีมูลค่าสูง ๔,๕๑๕ ล้านบาท และยังจะมีกรณีซื้อเครื่องบินวีไอพี (VIP) อีก ๑,๓๔๘.๕ ล้านบาท ชีวิตประชาชนกําลังจะดําดิ่ง แต่รัฐบาลก็ยังคิดจะดําน้ํา นี่ยังไม่นับ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่กําลังจะขาดเงินหมุน แต่รัฐบาลก็ยังคิดแต่จะซื้อกระสุนปืนใหญ่ เงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่กําลังจะถูกเอาไปถลุง ประชาชนได้แต่นั่งหน้าเศร้า มีแต่ผู้รับเหมา ที่ได้ประโยชน์ ถามจริง ๆ ครับ รัฐบาลนี้เคยให้ความหวังอะไรกับเขาได้ นโยบายที่ใช้หาเสียง ค่าแรงขั้นต่ํา ๔๐๐-๔๒๕ บาท ปริญญาตรี ๒๐,๐๐๐ บาท อาชีวะ ๑๘,๐๐๐ บาท เห็นทําได้ อยู่อย่างเดียว คือเด็กจบใหม่งดเว้นภาษี ๕ ปี เพราะตอนนี้ก็หางานทําไม่ได้แล้ว ภาษี ก็ไม่ต้องเสียอยู่แล้ว ถ้ายังปล่อยให้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ครอบงําประเทศนี้ต่อไป สิ่งที่รอคอย พวกเขาอยู่ เขารู้ครับว่ามันคืออะไร พวกเขาจะต้องเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสูญเปล่า เป็นประสบการณ์ และต้องเข้าสู่วัยกลางคนที่มีรายได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่สามารถ จะดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่า ไม่สามารถดูแลลูกของเขาที่กําลังเติบโตขึ้นมาได้ และสุดท้ายต้อง กลายเป็นคนแก่ที่ไม่มีเงิน ที่หายใจรดทิ้งไปวัน ๆ รอลาจากโลกนี้ไปอย่างสิ้นหวัง เขาไม่ต้องการ อนาคตแบบนี้ครับท่านประธาน ระบบการศึกษาและโรงเรียนแทนที่จะเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่จะทําให้เขากล้าคิดต่าง กล้าตั้งคําถาม กล้าคิดสร้างสรรค์ วันนี้เปล่าครับ หลายโรงเรียน และมีจํานวนไม่น้อยด้วย กลับเป็นสถานที่ที่มีการใช้อํานาจนิยมกดให้เด็กต้องยอมจํานน ต่อคําสั่งที่บังคับให้พวกเขาเป็นเหมือน ๆ กัน ทําเหมือน ๆ กัน อย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องกรณีทรงผม ทั้ง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการก็มีระเบียบใหม่แล้ว แต่หลายโรงเรียนก็ไม่เคารพระเบียบใหม่ แล้วยังไปกล่าวหาโรงเรียนว่าไม่เคารพระเบียบ แถมยังมีการลงโทษผิดระเบียบด้วยการกล้อนผมเด็กและกล้อนผมตั้งแต่เช้าแล้วปล่อยให้เด็ก เข้าไปเรียนในโรงเรียนในสภาพผมแหว่งตลอดทั้งวัน การกระทําแบบนี้หมายได้อย่างเดียวคือ การตีตราประจานเด็กเหยียดหยามศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เขารู้สึกอับอาย แล้วที่แย่ ไปกว่านั้นคือผมทราบมาว่ามีครูบางคนลงโทษพวกเขาด้วยการใช้กําลัง ด้วยการตบตี บางโรงเรียนมีการข่มขู่คุกคามเด็กด้วยถ้อยคําหยาบคายเปรียบเด็กที่ไว้ผมยาวว่าจะไปขาย บริการทางเพศ ไล่ให้เด็กไปฆ่าตัวตาย ไม่พอใจก็ให้ลาออกไป เอาเด็กมาเรียงแถวหมอบกราบ ต้อนรับผู้อํานวยการคนใหม่ เอามาหมอบกราบทําความเคารพในลานซีเมนต์ (Cement) ร้อน ๆ ยามเช้า แล้วแถมยังมีการตั้งค่าหัวเด็กไล่ล่าแม่มดเด็กที่ไปโพสต์ (Post) เรื่องราว การทําทารุณกรรมในโรงเรียนอีกด้วย ล่าสุดนักเรียนที่ไปยกป้ายแสดงความคิดเห็น ทางการเมือง ซึ่งเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามมาตรา ๓๔ ของรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีครูบางคน ไปข่มขู่คุกคามนักเรียนเอาเบอร์โทรศัพท์ของเขาไปให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ไปคุกคามนักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครองถึงบ้าน มีการขู่ว่าจะไม่ให้เข้าสอบ ขู่ว่าจะไม่ให้จบ การกระทํา ในลักษณะมาเฟีย (Mafia) แบบนี้เกิดขึ้นในหลายจังหวัด เช่น ชลบุรี ลําพูน นครสวรรค์ แพร่ สมุทรปราการและอีกหลายที่ อย่างที่ชลบุรีทราบว่าไล่เด็กออกเลยครับ ผมตั้งคําถามว่า การกระทําข่มขู่แบบนี้จะทําให้พวกเขาพร้อมหันหน้ามาคุยกับรัฐบาลหรือครับ แล้วถ้ายังทํา อย่างนี้อีกผมคิดว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการทําผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แล้วเข้าข่ายการทําทารุณกรรมเด็กตามมาตรา ๒๖ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กเสียด้วย ข้ออ้าง ที่มักเอามาใช้กับเด็กก็คือ เป็นเด็กนักเรียนไม่ควรแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ถ้าเป็น อย่างนั้นยกเลิกวิชาหน้าที่พลเมืองไปเลย เปลี่ยนเป็นวิชาการรับสภาพในการเป็น ผู้ถูกปกครองไปเลย ไปผูกโบว์ขาวก็ดําเนินคดี นักศึกษา ๒ คนที่ระยองไปชูป้ายอย่างนี้ จับเขายัดข้อหา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน สุดท้ายผมคิดว่านายกรัฐมนตรีต้องปรับทัศนคติตัวเองครับ ท่านประธาน ถ้าทําอย่างนี้ไม่จบครับและเรื่องราวจะรุนแรง ผมฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเลิกใช้กฎหมายตามอําเภอใจในการกดขี่ประชาชน โดยเฉพาะ เด็กนักเรียน นักศึกษาแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่เกิดประโยชน์ แล้วที่สําคัญที่ผมต้องเตือน ท่านนายกรัฐมนตรีในเรื่องอาวุธที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยบอกเอาไว้ว่าซื้อมาเพื่อลูกหลาน ผมไม่ทราบว่าท่านจะซื้อมาเพื่อทําอะไรกับลูกหลาน แต่ผมขอเตือนท่านนายกรัฐมนตรี ไว้ตรงนี้ว่าวันใดที่ท่านคิดจะใช้อาวุธที่ซื้อขึ้นมาด้วยเงินแผ่นดินของปวงชนชาวไทย กระทําการชั่วร้ายต่อลูกหลานวันนั้นคือวันอวสานของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอบพระคุณครับ