สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย และเรียกร้องให้รัฐบาลรับข้อเสนอของนิสิต นักศึกษาและเยาวชนไปพิจารณา

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขอแสดงความเห็นสนับสนุนญัตติด่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่าน หลายพรรคการเมือง โดยเฉพาะของพรรคเพื่อไทยที่ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณามีมติให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของนิสิต นักศึกษา และเยาวชน ต่อปัญหาของ บ้านเมืองในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในชีวิตการทํางานการเมืองของกระผมตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ ๒๐ ปี และก่อนหน้านั้นอยู่ในภาคราชการอีกกว่า ๒๐ ปี ได้มีโอกาสเห็นความสูญเสียเลือดเนื้อของประชาชน โดยเฉพาะนิสิต นักศึกษา ที่ได้เรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องทางการเมือง แล้วประสบเคราะห์กรรมดังกล่าวมาแล้ว หลายครั้ง เมื่อเกิดขึ้นครั้งใดจะเป็นที่น่าเศร้าสะเทือนใจ บ้านเมืองจะถอยหลังเข้าคลอง บอบช้ํา กว่าจะฟื้นตัวฟื้นจิตใจประชาชนใช้เวลานานมากและจะเป็นแผลเป็นในจิตใจ ประชาชนที่ยากจะลบรอยแผลนั้นได้ ดังนั้นการที่สภานําข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา มาพิจารณากันในวันนี้ ถือเป็นโอกาสสําคัญที่รัฐบาลและราชการฝ่ายความมั่นคงจะได้รับ ข้อคิดเห็นของผู้แทนประชาชนไปพิจารณาหาทางแก้ไขในแนวทางสันติวิธี กระผมเห็นว่า สันติวิธีเท่านั้น เป็นทางออกของบ้านเมืองอย่างยั่งยืนและถ้าสังเกตให้ดีการเคลื่อนไหว ของเยาวชนครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนไวรัสโควิด (COVID) ระบาดและการเคลื่อนไหวของเยาวชน ก่อนโควิด (COVID) ระบาด ที่ผ่านมานั้นไม่น่าเชื่อว่าจะลงลึกไปถึงโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียง ของประเทศหลายโรงเรียน พวกเรามาวิเคราะห์กันก็ได้ข้อสรุปตรงกันประการหนึ่งก็คือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่รัฐบาลนี้แก้ไขไม่ได้ เมื่อกระทบกับผู้ปกครองเด็ก ความเดือดร้อน ก็ลงลึกไปถึงเด็กด้วย เด็กมองถึงอนาคตของเขาจะต้องรับมรดกบ้านเมืองที่ยับเยินจากผู้ใหญ่ ที่สร้างขึ้นก็ไม่เป็นธรรมสําหรับเด็ก และเมื่อวิเคราะห์ให้ลึกลงไปกว่านั้นอีก การแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจปากท้องที่ไม่สําเร็จเสียที นี่ก็เพราะความไม่เชื่อมั่นในการเมือง การปกครอง ที่ต่างประเทศเขาไม่ยอมรับ เขาไม่เชื่อมั่นว่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง นั่นสถานการณ์ ยังไม่เกิดระบาดไวรัสโควิด (COVID) แต่บัดนี้ไวรัสโควิด (COVID) ระบาด ปัญหาจะหนัก กว่าเก่าหลายเท่า ความเดือดร้อนของประชาชนโดยเฉพาะนิสิต นักศึกษาจะมากมาย เป็นทวีคูณ เมื่อดูข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา อย่างน้อยมี ๑ เรื่องสําคัญที่ตรงกับประชาชนทั่วไป และถ้ารัฐบาลสามารถเปิดใจ กระผมเห็นว่าสามารถเปิดใจได้ทันทีคือการแก้รัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตย โปรดอย่าตอบแต่เพียงว่ามีคณะกรรมาธิการศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ อยู่แล้ว ถ้าตอบแค่นี้ วิญญูชนทั่วไปก็รู้ว่าแค่ซื้อเวลา ณ สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาล ควรกําหนดไทม์ไลน์ (Timeline) ให้ชัดเจน ถึงกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญไปจนถึง การเลือกตั้งทั่วไป ภายใต้กติกาใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมผ่าน ส.ส.ร. กระผมเห็นว่าก็จะเป็น การผ่อนคลายสถานการณ์ ส่วนที่อยากจะฝากทั้งรัฐบาลและนิสิต นักศึกษา ลูกหลาน เยาวชนก็คือ ในฝ่ายรัฐบาลก็ควรรับข้อเสนอของนิสิต นักศึกษาไปพิจารณา แล้วแก้ไขทันที ที่แก้ไขได้ ที่เห็นพ้องกันก็คือการกําหนดไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ชัดเจนในการแก้รัฐธรรมนูญ โดยประชาชนมีส่วนร่วมดังที่กระผมได้กล่าวเมื่อสักครู่ ในส่วนของนักเรียน นักศึกษา นิสิต นักศึกษา สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือเรื่องความปลอดภัย การแทรกแซงที่อาจจะมีจากผู้ไม่หวังดี ที่อาจอาศัยสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง การไม่สุ่มเสี่ยงอ่อนไหวกับ การกระทําผิดกฎหมาย ที่อาจมีการสร้างสถานการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของ นิสิต นักศึกษาในครั้งนี้ เป็นรอบหลายสิบปีที่อาจจะมีปรากฏการณ์เช่นนี้ รัฐบาล ควรให้ความสําคัญและรับไปพิจารณาแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี โดยท่านนายกรัฐมนตรี ควรรับเรื่องนี้ไปพิจารณาเอง กระผมเห็นว่าไม่ควรที่จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาอีก การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดก็คือตัวรัฐบาลรับเรื่องนี้ พบปะกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ให้เป็นเรื่องเป็นราวก็จะแก้ไขคลี่คลายสถานการณ์ แล้วก็หันหน้าไปแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ประชาชนกําลังย่ําแย่และปัญหาภัยแล้งที่หลายพื้นที่ ก็ยังมีอยู่ ข้าวเริ่มตาย เริ่มเสียหาย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รัฐบาลไม่ควรที่จะมีศึกหลายด้าน ควรจะหันหน้ามาพูดจากันเรื่องนี้ เพื่อรวมตัวรวมใจไปแก้วิกฤติของชาติ โดยเฉพาะปัญหา เศรษฐกิจปากท้องให้คลี่คลายโดยเร็ว ขอขอบพระคุณครับ