กรวีร์ ปริศนานันทกุล สนับสนุนการรับฟังเสียงนักศึกษาและเยาวชนที่เคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างสันติ โดยเห็นว่าเป็นพลังบริสุทธิ์และกำลังหลักของระบอบประชาธิปไตย จึงเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้ความรุนแรง ยุบสภารับฟังข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี โดยเฉพาะในสถาบันการศึกษา พร้อมวิพากษ์ทัศนคติของรัฐที่ดูถูกผู้ชุมนุม ย้ำถึงความจำเป็นในการให้เกียรติและรับฟังเสียงของคนรุ่นใหม่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัด อ่างทอง ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับ และขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ได้เห็นความสําคัญ และ รัฐสภาแห่งนี้ได้บอกกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าเราเห็นความสําคัญ และเรารู้ว่า เสียงของคนรุ่นใหม่นั้นมีคุณค่า และเป็นสิ่งจําเป็นที่รัฐบาลและรัฐสภาแห่งนี้จําเป็นที่ต้องมา รับฟังความคิดเห็น และต้องมาพิจารณาว่าจะช่วยกันเพื่อที่จะหาทางออกและก้าวเดินต่อไป ในประเทศไทยของพวกเราอย่างไร ผมเองขอแสดงความชื่นชม แล้วก็ผมอยากจะอภิปราย เพื่อที่จะสนับสนุนญัตติที่พวกผมพรรคภูมิใจไทยนั้นได้เสนอญัตติเป็นญัตติด่วนต่อ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณารับฟังความคิดเห็นของเยาวชน ของนิสิต ของนักศึกษา ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ผมเองชื่นชมและผมต้องขอบคุณแกนนําของ นิสิต นักศึกษา เยาวชนทุกคน ในฐานะที่ผมเองเป็นอดีตผู้นําศึกษา ในฐานะที่เป็นอดีตนายก องค์การนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี ๒๕๔๕ ผมเห็นเหตุการณ์เมื่อคืน วันเสาร์ที่ผ่านมาแล้วผมก็เฝ้าถามกับตัวเองว่า ถ้าหากว่าย้อนไปเมื่อปี ๒๕๔๕ แล้วเกิด เหตุการณ์แบบนี้แล้วตอนนั้นผมเป็นผู้นํานักศึกษาอยู่ผมจะออกมาร่วมในการแสดง ความคิดเห็น ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองไหม แน่นอนผมคงจะต้องออกมาแน่นอน แล้วผมต้องชื่นชมน้องเยาวชน นักศึกษาที่ออกมาเมื่อวันเสาร์ เขาแสดงให้เห็นถึงพลัง ที่บริสุทธิ์ของนักศึกษา ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ เขาแสดงให้เห็นความเคลื่อนไหวที่มันเปี่ยม ไปด้วยพลัง แล้วมันมีความหมายมันทรงพลังต่อประเทศนี้มากเหลือเกิน ผมเฝ้าถามตัวเอง ต่อไปว่า ณ ตอนนั้นถ้าผมเป็นผู้นํานักศึกษาอยู่ผมจะมีพลัง ผมจะมีความกล้าหาญ เหมือนกับนักศึกษารุ่นนี้ไหม ที่เขาออกมานั้นผมต้องบอกกับท่านประธานนะครับ เขาออกมา เพื่อที่จะบอกกับรัฐบาลเพื่อที่จะกระตุ้นเตือนรัฐบาลและผู้มีอํานาจว่า พวกเราอยู่ในการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราไม่ได้อยู่ในการปกครองในระบอบเผด็จการอีกต่อไป แล้ว แล้วมาบอกกับรัฐบาลว่าเสียงของพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใด กลุ่มไหน ก็แล้วแต่ในระบอบประชาธิปไตยนั้นทุกเสียงมีความหมาย มีคุณค่าและมีความสําคัญ เขาออกมาเพื่อที่จะบอกว่าประเทศนี้มีพื้นที่สําหรับคนที่เห็นต่างเสมอ พวกเราอยู่ในฐานะ ของคนที่เป็นสภาผู้แทนราษฎร พวกเรามีหน้าที่ที่สําคัญ และสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ มีหน้าที่ที่สําคัญที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา ของเยาวชน ของคนรุ่นใหม่ที่เขา ออกมาเคลื่อนไหว สิ่งที่เขาเรียกร้องนั้นมีเพียง ๓ ประเด็น ประเด็นแรกก็คือหยุดเรื่องของ การคุกคาม หยุดเรื่องของการใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน ประการที่ ๒ เรียกร้อง ให้รัฐบาลยุบสภา และประการสุดท้ายเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในฐานะของคนที่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้นั้น เราอยากจะทราบครับ เราอยากจะทราบ แล้วมันเป็นหน้าที่ว่าที่เขาเรียกร้องเพื่อให้หยุด การคุกคาม เรียกร้องเพื่อไม่ให้ใช้ความรุนแรงนั้น เพราะว่ารัฐไปใช้ความรุนแรงกับเขา อย่างไร รัฐส่งเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อํานาจรัฐไปคุกคามเยาวชน นักศึกษา ประชาชนอย่างไร ผมก็อยากจะฟัง เพื่อที่จะนําไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะไปสร้าง ความเป็นธรรมและไปหยุดการคุกคาม และหยุดการใช้อํานาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรมนั้น เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เรื่องของการยุบสภาครับ ผมก็อยากจะฟังว่าเหตุผลที่เขาเรียกร้องให้เกิดการยุบสภานั้นสาเหตุมันมาจากอะไร มันมาจากการที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศแล้วไม่ได้ประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ไม่มีผลงาน มันเกิดจากการที่รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศแล้วล้มเหลว หรือผิดพลาดประการใด มีความคิดเห็นอย่างไรที่อยากจะให้รัฐบาลนั้นนําไปปรับปรุงและไปทําให้มันดีขึ้น จะไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ผมก็อยากฟังครับ และประการสุดท้าย เป็นเรื่องของการเรียกร้องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมฟังเพื่อนสมาชิกตั้งแต่บ่ายถึงตอนนี้ หลายคนเห็นด้วยนะครับ ผมเองส่วนตัวลึก ๆ ก็เห็นด้วย ผมก็อยากจะฟังครับ ในมุมมองของ นักศึกษา ในมุมมองของเยาวชน เขามองรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ามันทําไมครับ มันมีรากเหง้ามา จากระบอบเผด็จการ มันไม่เป็นระบอบประชาธิปไตยตรงไหน อย่างไร ผมก็อยากที่จะรับฟัง ความคิดเห็นของนักศึกษา ของปัญญาชน ของคนรุ่นใหม่ บางทีมันอาจจะมีมุมมองที่แตกต่าง จากผู้บริหารประเทศมองก็ได้ครับ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สําคัญที่พวกเราเองจําเป็นที่จะต้อง รับฟังความคิดเห็นของเยาวชน ของนักศึกษา แล้วเราอาจจะไม่เห็นด้วยในบางประการครับ ผมเองผมเห็นด้วยในหลายประการ และเห็นต่างในบางประเด็น แต่นั่นไม่ใช่สาระสําคัญครับ ไม่ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างอย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่พวกเราจําเป็นที่ต้องเห็นตรงกัน ก็คือเยาวชนเหล่านี้เขามีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างและเราจําเป็นที่จะต้องเปิด พื้นที่ให้เขาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างภายใต้กรอบของกฎหมายด้วย นั่นคือการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลมีด้วยกัน ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นแรก อันดับแรกเลยคือทัศนคติของรัฐบาล ของผู้หลักผู้ใหญ่ ในบ้านเมืองนี้ที่มองเยาวชน อย่าไปดูถูกเขาครับ อย่าไปมองว่าเขาเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน อย่าไปมองว่าไอ้พวกนี้มันเป็นม็อบ (Mob) มุ้งมิ้ง อย่าไปมองว่าพวกเขาไม่มีราคา อย่าไป ด้อยค่าพวกเขาครับ เขาเหล่านี้คือกําลังหลักของประเทศไทย ไม่ใช่ในอนาคตนะครับ แต่ผมมองว่าเยาวชนคือกําลังหลักในปัจจุบันที่รัฐบาลจําเป็นที่ต้องให้ความสําคัญ ดังนั้น ท่านอย่าไปดูแคลนเขาครับ และอย่าไปมองคนเห็นต่าง และผลักเขาให้กลายไปเป็นศัตรู
ประการที่ ๒ ท่านอย่าไปปิดกั้นเขานะครับ ผมวิงวอนฝากไปถึงยัง มหาวิทยาลัยแต่ละสถานที่ แต่ละแห่ง นักศึกษาเริ่มจะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เริ่มจะออกมาแสดงความคิดเห็น โดยใช้สถานที่ของราชการก็คือมหาวิทยาลัย ท่านอย่าได้ไป ปิดกั้นเขานะครับ ท่านอย่าได้ไปห้ามปราม อย่าได้ไปปิดกั้น อย่าไปใช้กําลัง อย่าไปใช้ ความรุนแรงกับนักศึกษาเหล่านี้นะครับ ท่านรับฟังเถอะครับ และเปิดโอกาสให้เขา ได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาเถอะครับ ผมต้องขอบคุณเมื่อช่วงบ่ายนี้ทาง สภาความมั่นคงแห่งชาติครับ ท่านเลขาธิการ สมช. ออกมายืนยันว่าจะไม่ใช้มาตรา ๙ ของ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อที่จะไปใช้กํากับ ไปใช้ห้ามปรามกลุ่มผู้ที่จะออกมาชุมนุม ผมต้องขอบคุณครับ และย้ํากับท่านฝากไปถึงรัฐบาลด้วยครับ อย่าไปใช้ความรุนแรงกับเขา
ประเด็นที่ ๓ ก็คือฝากให้รัฐบาลออกไปรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน ของคนรุ่นใหม่ ของนักศึกษาที่เวทีเขา หรือจะเชิญเขามาที่นี่ แต่เราจําเป็นที่ต้องรับฟัง และท้ายที่สุดที่ผมอยากจะฝากท่านประธานครับ และผมเชื่อว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคน สมาชิก ส.ส. ทุกคน พวกเราไม่มีใครอยากที่จะต้องเห็นคนที่ติดคุกหรือคนที่ต้องตาย เพราะความเห็นต่างทางการเมืองในยุคนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ