ปดิพัทธ์ สันติภาดา วิพากษ์การตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับฟังนักศึกษาว่าเป็นเพียงการซื้อเวลา ไม่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนจริงของเยาวชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเพราะสูญเสียความหวังในกลไกรัฐและถูกคุกคาม จึงเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบและแก้ปัญหาอย่างจริงจังแทนการใช้กระบวนการยืดเยื้อ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมไม่มีความเห็นด้วยเลยนะครับ ในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา เพราะว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญมันอาจจะเป็นแค่การ ถ่วงเวลา การซื้อเวลา และสิ้นเปลืองงบประมาณก็ได้ เพราะข้อเรียกร้องของนักศึกษานั้น ชัดเจนตรงไปตรงมา และเป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้ว่า นี่คือข้อเรียกร้องของประชาชนไม่ใช่แค่ ข้อเรียกร้องของนักเรียน นักศึกษาเท่านั้นนะครับ ผมอยากจะชวนสภาแห่งนี้ตั้งคําถามว่า ทําไมพวกเขาจะต้องออกมาเสี่ยงภัยด้วย ในขณะที่ออกมาที่ถนนนี่นะครับ เขาเสี่ยง อย่างน้อย ๓ อย่าง เขาเสี่ยงความไม่ปลอดภัยทางด้านร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นโควิด (COVID) ไม่ว่าจะเป็นการถูกทําร้ายร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทรัพย์สิน พวกเขาเสี่ยงภัยนะครับ จะต้องถูกดําเนินคดีจากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม พวกเขาจะต้องถูกความเกลียดชังของ ฝ่ายขวาจัดที่คิด แต่ว่าความเห็นต่างนั้นเป็นการบ่อนทําลาย เป็นความชังชาติ และหาเรื่อง ที่จะด้อยค่าพวกเขา และอาจจะนําพาไปสู่โศกนาฏกรรมแบบ ๖ ตุลาคม ความเสี่ยง ๓ อย่างนี้ ทําไมคนที่ควรจะมีอนาคตที่ดีในประเทศนี้ คนที่จะอยู่อย่างมีพลัง มีความสร้างสรรค์ ทําไมคนหนุ่มสาวพวกนี้ต้องออกมาเสี่ยงภัย เพราะพวกเขาทนไม่ไหวแล้วครับ เพราะอนาคต ของประเทศนี้ถูกพรากไปจากพวกเขาเรียบร้อยแล้ว และกลไกของสภาในตอนนี้นะครับ องค์กรที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ทั้งหมดไม่มีความหวังในการเปลี่ยนแปลง ประเทศนี้ให้กับพวกเขาแล้ว มองมาที่คณะรัฐบาลตอนนี้ ในวันที่ประเทศเดือดร้อนขนาดนี้ ยังจัดคณะรัฐมนตรีไม่เสร็จ มันหมายความว่าอะไรครับ มองมาที่องค์กรอิสระตอนนี้ เลือกตั้งซ่อมจังหวัดลําปางมีปัญหามากขนาดนี้ กกต. จะเป็นที่พึ่งของการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ เที่ยงธรรมได้จริง ๆ หรือ มองไปที่ ป.ป.ช. ตอนนี้ ป.ป.ช. จะสามารถทํางานได้อย่างเต็มที่ และอิสระจริง ๆ หรือเปล่า ในเมื่อคนที่น่ากังขาที่สุดในสังคม ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ของรัฐบาล มองไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านลองไปฟังผู้ชุมนุมครับ ว่าพวกเขาพูดถึง ศาลรัฐธรรมนูญว่าอะไร ความหวังขององค์กรทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ หมดไปแล้วครับ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ช่วยอะไรเลย เป็นแค่การซื้อเวลาและ เอาพวกเขามาคุยในที่ที่พวกเขาไม่คุ้นเคย ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องไปพบเขาที่ถนน แล้วฟังข้อเรียกร้องและสัมผัสถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเอง ท่านประธานครับ นอกจากกลไกที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่สามารถยึดโยงและตอบสนอง ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้แล้ว ความไม่จริงใจของรัฐบาลเป็นอีก ๑ สาเหตุ ที่ข้อเรียกร้องพวกนี้นําพาไปสู่ถึงการยุบสภา เพราะเขาไม่เชื่อใจแล้วครับว่ารัฐบาลจริงใจ กับเขา ถ้าจริงใจจะรับฟัง ทําไม ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี ถูกดําเนินคดี ถ้าจริงใจจะรับฟัง ทําไมจุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ถูกดําเนินคดี ผมมีอีกหลายรายชื่อนะครับ ภาณุพงศ์ จาดนอก ณัฐชนน พยัฆพันธ์ ผู้ใช้ทวิตเตอร์ (Twitter) นามว่า นิรนาม เด็กหนุ่มวัย ๒๐ ปี คุณปิยะรัตน์ จงเทพ คุณพริษฐ์ และคุณธนวัฒน์ ถ้าจริงใจจะรับฟังทําไมคนพวกนี้โดนคดี ขาหนึ่งทําเป็นรับฟังอยากจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ อีกขาหนึ่งเอาเจ้าหน้าที่รัฐ เอากฎหมาย คุกคามประชาชน เอาความกลัวยัดใส่ เอาคดียัดใส่ ท่านประธานครับ ผมจินตนาการไม่ออก ว่าถ้าผมตอนอายุ ๑๘ ผมต้องต่อสู้กับอํานาจรัฐแบบนี้ ผมจะมีความกล้าหาญแบบเดียว กับที่พวกเขาแสดงออกตอนนี้หรือไม่ แต่สิ่งนี้ชัดเจนแล้วครับ รัฐบาลไม่มีความจริงใจจะแก้ไข ปัญหานี้ ความเดือดร้อนของพวกเขาไม่ทันกาลแล้วที่เราจะตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ยืดเยื้อ ยาวนาน ซื้อเวลา แต่ความเรียกร้องของเขานั้นผูกอยู่กับเงื่อนไขว่าพวกเขา ตกงานแล้ว เรียนจบออกมาตกงานแล้ว พ่อแม่ของพวกเขาถูกออกจากงานเรียบร้อยแล้ว เขาทนเห็นอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ที่มีคนฆ่าตัวตายเพราะพิษเศรษฐกิจไม่ไหวแล้ว เขาถูกตบหน้าซ้ําแล้วซ้ําอีกจากการพิจารณางบประมาณของรัฐบาลที่ไม่ยึดโยงกับ ความต้องการและความเดือดร้อนของพวกเขาไม่ไหวแล้ว พวกเขาทนเห็นเหตุการณ์ แบบที่จังหวัดระยองเกิดขึ้นไม่ได้แล้ว พวกเขาทนเห็นการซื้อเครื่องบินของกองทัพอีก ไม่ได้แล้วท่านประธาน นี่เรากําลังพูดถึงกลุ่มคนที่กําลังโกรธเกรี้ยวต่อความอยุติธรรม เรากําลังพูดถึงกลุ่มคนที่ทนไม่ไหว เพราะอนาคตของพวกเขากําลังถูกพรากไป พวกเรา คุยในห้องแอร์ (Air) แบบนี้สบาย ๆ นะครับ เงินเดือนเราเข้าเต็มนะครับ แต่พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศกําลังออกมาและถนนคือที่ที่พวกเขาแสดงความโกรธเกรี้ยวได้ ไม่ใช่กรรมาธิการ วิสามัญ ท่านประธานครับ สิ่งที่พวกเราต้องทําในฐานะของผู้แทนราษฎรไม่ใช่จัดพิธีกรรม รับฟังความคิดเห็น แต่เราต้องปกป้องสิทธิของพวกเขา เราต้องปกป้อง และเมื่อสักครู่นี้ ผมอาจจะขอเห็นแย้งว่าจริง ๆ แล้วสภาแห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่ที่ถูกต้องในการที่พวกเขาจะแสดง ความเห็นนะครับ พวกเขาสามารถชุมนุมได้ นี่คือสิทธิตามรัฐธรรมนูญ นี่คือสิทธิของ คนที่ต้องการแสดงออก ต้องการรวมตัวกันและการชุมนุมอย่างสร้างสรรค์เป็นไปได้ การที่คอยจะมีสื่อมาบอกว่ามีคนชักใยอยู่อย่างโน้นอย่างนี้ นี่คือการดูถูกประชาชน ถ้าคุณยังไม่เชื่อว่าคนมีเจตจํานงที่เป็นเสรีชน ถ้ารัฐยังไม่เชื่อว่าคนสามารถออกมาชุมนุมได้ โดยเจตจํานงของตัวเอง แต่มีคนชักใยอยู่ แบบนี้เราจะมีความจริงใจในการเจรจาได้อย่างไร ในเมื่อเอะอะก็บอกว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง นี่คือการดูถูกประชาชนและยังปล่อยให้สื่อเหล่านี้ ยังเสี้ยมทําให้ประชาชนในสังคมนั้นเกลียดชังผู้ชุมนุมด้วย ท่านประธานครับ นี่คือบทบาท ของพวกเราสภาผู้แทนราษฎร นี่คือบทบาทของกรรมาธิการสามัญ ผมเป็นประธาน กรรมาธิการการพัฒนาการการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ทํางานมาผมรู้ว่าสิทธิเสรีภาพและพัฒนาการทางการเมืองของประเทศนี้มันถอยหลัง กลับไปมากขนาดไหน ผ่านข้อร้องเรียนที่ผมได้รับ การเลือกตั้งของเรานั้นถอยหลังกลับไปโบราณมากกว่า ๓๐ ปี มีประชาชนมาเรียกร้องมากมายว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นรัฐไม่เห็นหัวประชาชนเลย เพราะฉะนั้น ทางออกเดียวที่สภาแห่งนี้อยากจะแนะนํานายกรัฐมนตรีคือคุณไปหาผู้ชุมนุม ไปมือเปล่า นอนให้พอ อารมณ์ดี ๆ เพราะสิ่งที่ประชาชนจะพูดกับคุณไม่เหมือนสิ่งที่ท่านอ่านในรายงาน แน่นอน ขอบคุณครับ