ชลน่าน ศรีแก้ว แสดงความไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับฟังความเห็นนักเรียน-นักศึกษา โดยมองว่าข้อเรียกร้องทางการเมืองมีความชัดเจนเพียงพอแล้ว และมีกรรมาธิการสามัญที่สามารถพิจารณาได้อยู่แล้ว การตั้งกรรมาธิการเพิ่มจึงเป็นเพียงการซื้อเวลา แทนที่จะแก้ปัญหาโดยตรง จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอของนักศึกษาและเยาวชนทันทีตามข้อเรียกร้องทั้งสามโดยไม่ผ่านขั้นตอนที่ทำให้เกิดความล่าช้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย กระผม ขออภิปรายญัตติด่วนที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรของเรา โดยสรุปข้อเสนอ ในญัตติมีอยู่ ๓ ประการ ประการที่ ๑ ขอให้สภามีมติรับฟังความเห็นจากนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประการที่ ๒ ให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณารับฟังความเห็น หรือมีการ มีส่วนร่วมโดยตรงกับสภาผู้แทนราษฎร จากนักเรียน นิสิต นักศึกษา แล้วก็พี่น้องประชาชน ประการที่ ๓ เป็นข้อเสนอที่ให้สภาพิจารณาส่งไปให้กรรมาธิการสามัญคือคณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ให้ไปพิจารณา รับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนพี่น้องประชาชน กระผมสรุปเป็น ๓ ประเด็นหลัก ๆ ครับ
ท่านประธานครับ กระผมมีเวลา ๗ นาที กราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพเลยว่า กระผมเองไม่เห็นด้วย ตรง ๆ เลย กับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไม่เห็นด้วยกับ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญที่จะไปพิจารณารับฟังความเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและพี่น้อง ประชาชน เพราะเหตุผลข้อที่ ๑ ข้อเสนอที่เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา หรือเยาวชนปลดแอก แล้วก็สหภาพนักศึกษา หรือ สนท. สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทยได้เสนอมา ตรงนี้เขามีข้อเสนอชัดเจนแล้ว ผมเข้าใจครับว่าเพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ตอนนั้นอาจจะมีประเด็นการชุมนุมเรียกร้อง โดยเฉพาะเรื่องของรัฐธรรมนูญเลยเขียน ออกมากว้าง ๆ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันขณะนึ้ความเห็นเขาชัดเจนแล้วว่า เขาต้องการ ๑. ให้ยุบสภา ๒. ให้หยุดคุกคามพี่น้องประชาชนคนเห็นต่างที่มีความเห็น ทางด้านการเมือง แล้วก็ ๓. มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชัดเจนครับ มันเลยมีความจําเป็น ว่าความเห็นเหล่านี้ท่านจะต้องไปรับฟังอะไรอีก ไม่จําเป็นครับ เอาความเห็นเหล่านี้แหละ นําไปสู่การปฏิบัติจะดีที่สุดในสถานการณ์ขณะนี้
เหตุผลข้อที่ ๒ การรับฟังความเห็นเป็นกระบวนการ ไม่อยากจะให้สภาเอง ไปสนใจเฉพาะกระบวนการ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญก็เป็นแค่กระบวนการ แต่สิ่งที่เรามี กลไก มีแนวทางของสภาเรา มีอยู่แล้วครับ ไม่จําเป็นต้องไปตั้งกรรมาธิการวิสามัญเลย เพราะมีหน้าที่และอํานาจของกรรมาธิการสามัญ ของเรารองรับอยู่ กรรมาธิการหลายคณะถ้าจะแยกออกไปก็สามารถเข้าสู่กระบวนการ ในการเข้าไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการศึกษา สอบข้อเท็จจริง หรือพิจารณาที่จะฟัง ความเห็นอะไรต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา ไม่ได้มีข้อห้าม แม้แต่กรรมาธิการวิสามัญหลายคณะ ที่ทําเรื่องนี้อยู่ โดยเฉพาะวิสามัญรัฐธรรมนูญนี่นะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญวิสามัญก็ได้ รับฟังความเห็นของพี่น้องประชาชนอยู่ มีการฟังความเห็นของนิสิต นักศึกษาอยู่ มันมีกลไก อยู่แล้ว ไม่จําเป็นนะครับ มีกลไกปกติอยู่แล้ว
แล้วเหตุผลที่ ๓ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นรับฟังความเห็นมันจะเป็นประเด็น ที่สังคมขณะนี้กําลังเฝ้ามองและจับตาอยู่ เป็นการซื้อเวลา เป็นการถ่วงเวลา ไปสอดรับกับ สิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดอยู่ขณะนี้ เป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่เรื่องของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล แต่ประเด็นข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก แล้วก็ สนท. เขาต้องการ ให้นายกรัฐมนตรี ขีดเส้นใต้ครับ นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นตัวตรงเลยคือนายกรัฐมนตรี ได้นําข้อเสนอของเขาไปสู่การปฏิบัติ เพราะฉะนั้นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นประเด็น ที่ทําให้เกิดการเสียเวลา เกิดการซื้อเวลา เหมือนกับสภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ไปพิจารณาศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเคยอภิปรายไว้อย่าให้เกิน ๓ เดือน สุดท้ายไปตั้ง คณะอนุกรรมาธิการรับฟังความเห็นในประเด็นที่จะแก้ สภาไม่ได้มีมติให้ไปศึกษาประเด็น ที่จะแก้ ประเด็นที่จะแก้มี ส.ส.ร. ถ้าจะทํา นี่อย่างไรครับมันไม่มีความมั่นใจว่า ถ้าคุณตั้ง วิสามัญไปแล้วซื้อเวลาให้กับรัฐบาล ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีใครเชื่อว่าจะไม่ซื้อเวลา ไม่เห็นด้วย อย่าไปตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เอาสภาไปแบกหน้ารับภาระที่ไม่ใช่หน้าที่ ของสภาโดยตรง แล้วไม่สอดคล้องกับเวลา ความเห็นเขาออกมาชัดเจนแล้ว เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมเสนอคือ ให้นายกรัฐมนตรีไปฟังความเห็นโดยตรงของนักเรียน นิสิต นักศึกษา สนท. และเยาวชนปลดแอกทั้งหมด ไปฟังเขาเพิ่มเติมว่าเขาต้องการอะไร เพราะประเด็นที่เขาเสนอ ๑. ยุบสภา ๒. หยุดคุกคามพี่น้องประชาชน ๓. ร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าทําตามกลไกอย่างนี้ ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ผมเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ผมจะบอกว่าขอบคุณมากที่เสนอ ทางออกให้ผม ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ต่อได้สบาย ถ้ามีการเคลื่อนไหวทั้งประเทศที่จะต่อเป็น จังหวัด ๆ ในการที่จะแฟลชม็อบ (Flash mob) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษ ชุมนุมเป็นการเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา แล้วก็บอกว่าผมเอาคําร้องของนักศึกษามาเป็นประเด็น ผมยุบสภา แล้วผมก็ไปตั้งกรรมาธิการ ตั้งกรรมาธิการไปศึกษาการแก้รัฐธรรมนูญอยู่เป็นปี ครับ ใครได้ประโยชน์ ส.ว. มาทําหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎรเป็นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อย่าเตะหมูเข้าปากใครบางคนนะครับ ผมไม่อยากจะพูดคําที่ไม่สุภาพ ภาษาสุภาษิตบ้านเรา บอกว่าอย่าเตะหมูเข้าปากใครบางคน ขออภัยที่พูดอย่างนั้น เพราะฉะนั้นไปปรับวิธีการ ผมฟังผู้นํานิสิต นักศึกษาเขาพูด เขาไม่ได้บอกว่าระยะเวลาอย่างไร สําคัญที่สุดได้ประโยชน์สุด ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้ได้ก่อน ร่างรัฐธรรมนูญให้ได้ก่อนแล้วยุบสภา อันนั้นคือสิ่งที่ เป็นประโยชน์สุด เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมบอกกับท่านประธานครับ ตัวตรงคือรัฐบาล รัฐบาล ต้องรับฟังมติของสภาผู้แทนราษฎรไป ไปรับฟังความเห็นโดยตรง ท่านประธานครับ ข้อเสนอ มีอยู่ ๓ ข้อ ผมไม่อยากให้โหวตเอาข้อใดข้อหนึ่ง ให้สมาชิกลงมติเอาข้อใดข้อหนึ่ง ไม่เป็น ประโยชน์ครับ เสนอให้ท่านประธานแยกประเด็นลงมติจะตั้งวิสามัญหรือไม่ จะส่งสามัญ หรือไม่ แล้วก็จะส่งให้รัฐบาล ส่งให้นายกรัฐมนตรีรับฟังความคิดเห็นโดยตรงหรือไม่ นั่นจะ เป็นประโยชน์มากกว่า ฝากท่านประธานด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ