เทพไท เสนพงศ์ กล่าวถึงบทบาทของนักศึกษาในฐานะพลังสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวในอดีตและปัจจุบัน พร้อมแสดงความห่วงใยต่อการสูญเสียบทบาทของนักศึกษาในช่วงเวลาสำคัญ แต่ชื่นชมการกลับมาลุกขึ้นของนักศึกษาในปัจจุบันที่ขยายผลสู่ต่างจังหวัดและเชื่อมโยงกับบริบททางเศรษฐกิจ การเมือง และประวัติศาสตร์ พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนการชุมนุม ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้อง คัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ถูกมองว่าสืบทอดอำนาจ พร้อมเรียกร้องแก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง คัดค้านการใช้อำนาจนอกระบบในการคุกคามสิทธิเสรีภาพ โดยเฉพาะสิทธิในการชุมนุมอย่างสงบ และเห็นว่าการยุบสภาควรทำหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้การเลือกตั้งมีความหมาย พร้อมเตือนถึงอันตรายของการรัฐประหารและเน้นย้ำความสำคัญของพลังนักศึกษาในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตกับท่านประธานว่า ผมขอใช้เวลาเต็มแม็กซ์ (Max) คือท่านชวนขีดกรอบว่า ๗ นาที ไม่เกิน ๑๐ นาที แต่ว่า ถ้าเสร็จก่อนก็จะจบก่อนก็อยากจะจบก่อนก็เรียนไว้เป็นเบื้องต้นนะครับ คืออยากให้จบ ภายใน ๗ นาที แต่ว่าถ้าเกินไปนิดหน่อยเผื่อประเด็นมันต่อเนื่อง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมรู้สึกดีใจเป็นพิเศษในวันนี้ที่ได้มีโอกาสได้มาอภิปรายญัตติของการชุมนุมของนักศึกษา ในฐานะที่เป็นอดีตผู้นํานักศึกษาคนหนึ่งที่เป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัย รามคําแหง เลขาธิการองค์การนักศึกษา ๒๐ สถาบัน ผู้นําองค์การนักศึกษานานาชาติ แล้วก็ กรรมการสหพันธ์นักศึกษาเอเชีย (Asia) ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าหลังจากผมเป็นผู้นํา นักศึกษามาแล้วผมรู้สึกเจ็บปวดกับคําถามของสังคม ที่ถามว่ากระบวนการนักศึกษา หายไปไหน ต้องเรียนกับท่านประธานว่าก่อนหน้านี้กระบวนการนักศึกษาเป็นพลังที่สําคัญ ในการขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์บ้านเมืองในอดีต ที่เห็นได้ชัดก็คือกรณี วันที่ ๑๔ ตุลาคม ปี ๒๕๑๖ ถือว่านักศึกษามีบทบาทสําคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองในขณะนั้น แต่ว่าอยู่ได้ไม่นานวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ กระบวนการนักศึกษา ถูกทําลายลงอย่างยับเยิน ถูกล้อมปราบเข่นฆ่านักศึกษากลางเมือง ผมไม่อยากจะให้ ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นอีกในรอบ พ.ศ. .... นี้ครับท่านประธาน หลังจากนั้นกระบวนการ นักศึกษาหายไปหมดเลย การชุมนุมทางการเมืองหลายครั้งท่านประธานลองดู พฤษภาคม ปี ๒๕๓๕ นักศึกษาไม่ได้มีบทบาทสําคัญ การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักศึกษา กลุ่มการชุมนุมของ นปช. แล้วก็ กปปส. ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักศึกษาเลย วันนี้นักศึกษากลุ่มหนึ่งตื่นขึ้นมาทําหน้าที่ในฐานะที่ กลุ่มพลังทางการเมืองที่จะขับเคลื่อนการเมืองของบ้านเมืองเราให้มีความก้าวหน้า ผมรู้สึก ดีใจครับท่านประธาน ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ กับเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม มันเหมือนกันอยู่ ๔ ประการ
ประการแรกก็คือว่าการชุมนุมของนักศึกษาเริ่มขึ้นจากที่กรุงเทพมหานคร แล้วก็ขยายตัวไปหัวเมืองต่าง ๆ ในจังหวัดต่าง ๆ ท่านประธานก็เห็น ตอนนี้เริ่มต้นที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้นที่โน่นที่นี่ก็จากจังหวัดกรุงเทพมหานคร แล้วก็ขยายตัวไป ต่างจังหวัดที่จังหวัดขอนแก่น ที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ที่ ม.อ. ไปทั่วประเทศ แล้วก็ขยายตัวจากนักศึกษาไปสู่นักเรียน ก่อนหน้าจะมีโควิด (COVID) ท่านประธานก็เห็นว่ากลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาบางโรงเรียนก็ออกมาต่อต้าน ออกมาเรียกร้อง รัฐธรรมนูญ
๒. มีข้อเรียกร้องที่เหมือนกัน นักศึกษาวันที่ ๑๔ ตุลาคม ก็คือเรียกร้องให้มี รัฐธรรมนูญหลังจากรัฐบาลเผด็จการทหารครองอํานาจมานาน แล้วก็จนถึงวันนี้ก็เรียกร้อง ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
๓. นายกรัฐมนตรีในยุควันที่ ๑๔ ตุลาคม ก็มาจากนายทหาร มาจากการ ปฏิวัติแล้วก็ให้เลือกตั้ง เลือกตั้งเสร็จแล้วก็ปฏิวัติตัวเอง พ.ศ. .... นี้นายกรัฐมนตรีก็มาจาก ทหาร มาจากการปฏิวัติ ปฏิวัติเสร็จเป็นนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีเสร็จเขียนกฎหมาย เขียนกฎหมายเสร็จก็สืบทอดอํานาจก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก เหมือนกันเลยครับ
๔. อํานาจเบ็ดเสร็จศูนย์การบริหารราชการการเมืองในยุควันที่ ๑๔ ตุลาคม อยู่ที่ ๓ ทรราช ก็ไม่ต้องเอ่ยชื่อว่ามีใครบ้าง เป็นที่รู้ว่าคือ ๓ ทรราชย์ แต่ว่ายุคนี้ก็คือ ๓ ป อํานาจทั้งหมดอยู่ในกลุ่ม ๓ ป
๕. ก็คือสภาพเศรษฐกิจบ้านเมืองตอน ๑๔ ตุลา ข้าวยากหมากแพง ประชาชนอดอยาก เศรษฐกิจมีปัญหามากเลยครับ วันนี้ท่านประธานลองคิดดูก็แล้วกันครับ หลังจากสถานการณ์โควิด (COVID) จะขนาดไหน วันนี้จนถึงขนาดนี้แล้วครับ ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าด้วยปัจจัย ๕ ข้อนี้ผมก็คิดว่ามันก็เกิดขึ้นเป็นวัฏจักรเป็นวงจรมาสู่การฟื้นตัว คืนชีพของกระบวนการนักศึกษาอีกครั้งหนึ่งครับ ผมสนับสนุนเรื่องการชุมนุมของนักศึกษา ในฐานะที่มีจิตวิญญาณเป็นผู้นํานักศึกษาคนหนึ่ง แต่ว่าวันนี้ได้นําปัญหาเข้ามาพูดในสภา ผมเห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของการชุมนุมของนักศึกษาที่เสนอมา ๓ ข้อ ผมเห็นด้วย ๒ ข้อครึ่ง
ข้อแรกก็คือเขาเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเรียนท่านประธานว่า พวกผมพรรคประชาธิปัตย์ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พูดกันให้ชัด ๆ ว่าพวกผมไม่รับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะผมรู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้คือฉบับที่สืบทอดอํานาจเผด็จการซ่อนรูป ผมรู้อยู่แล้ว มีที่ไหนครับท่านประธาน ประธาน คสช. แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเขียนสเปก (Spec) รัฐธรรมนูญให้มี ส.ว. ๒๕๐ คน ส.ว. ๒๕๐ คน ก็ไปเลือกประธาน คสช. มาเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างนี้ถ้าไม่เรียกว่าสืบทอดอํานาจผมก็ไม่รู้ ว่าจะเรียกว่าอย่างไร อันนี้ผมเห็นด้วยให้มีการแก้ไข ต้องแก้ไขนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ มีจุดยืนชัดเจนก็คือแก้ไขมาตรา ๒๕๖ เป็นกุญแจดอกแรกเพื่อเปิดล็อกเข้าไปสู่ การแก้ไขมาตราอื่น ๆ หรือจะเลยไปถึงการแต่งตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. อันนี้ก็ไม่มี ปัญหา ยินดีที่จะทํา เพราะรัฐธรรมนูญต้องยึดโยงกับประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ ยึดโยงกับประชาชนครับ
ข้อที่ ๒ ก็คือการคุกคามประชาชน ผมคิดว่าไม่มีรัฐบาลหรือใคร ก็ตามที่จะใช้อํานาจมืดอํานาจนอกระบบที่จะไปคุกคามพี่น้องประชาชน ประชาชนทุกคน ได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าใครก็ตาม ถ้าหากว่าคุกคาม ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชุมนุม ผมคิดว่าคนไทยก็ยอมไม่ได้หรอกครับ ใครจะไปใช้ อํานาจมืดอํานาจบาตรใหญ่ไปดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับคนที่ผิดกฎหมาย ถ้าคนที่ ผิดกฎหมายก็ต้องใช้กฎหมาย ไม่ควรใช้อย่างอื่นครับ
ข้อที่ ๓ ก็คือการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ อันนี้ผมเห็นด้วยครึ่งข้อ เหตุที่เห็นด้วย ครึ่งข้อก็คือว่าผมเป็นนักการเมือง ผมไม่กลัวเรื่องการยุบสภา บอกกับท่านประธานครับ ยุบสภาวันนี้ก็เลือกตั้งใหม่วันหน้า แต่สิ่งที่ผมกลัวคือการปฏิวัติรัฐประหาร เพราะรัฐประหาร ยึดอํานาจแล้วผมไม่รู้ว่าอนาคตเมื่อไรจะมีการเลือกตั้ง พวกผมเป็นนักการเมืองที่มาจากการ เลือกตั้งก็ต้องรอครับ บางสมัย บางยุคมีการครองอํานาจเป็น ๗ ปี ๘ ปี ๙ ปี ๑๐ ปี จนประชาชนต้องลุกขึ้นสู้ครับท่านประธาน ผมก็เรียนกับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาว่าข้อนี้ ที่เห็นด้วยครึ่งข้อก็คือว่าผมเห็นด้วยกับการยุบสภา แต่ว่าการยุบสภาต้องยุบสภาหลังจากมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว การยุบสภาภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐมนตรีฉบับเดิม ยุบสภาแล้วผลการเลือกตั้งก็ไม่ต่างจากเดิม มันไม่ตอบโจทย์ประเทศ ไม่ตอบโจทย์ของ เยาวชน นักศึกษาด้วยครับ ผมก็อยากจะเรียนกับท่านประธานว่ารัฐบาลไม่ควรประมาท พลังนักศึกษาถือว่าเป็นพลังสําคัญ ในอดีตขับเคลื่อนการเมือง ขับเคลื่อนบ้านเมือง เปลี่ยนแปลงทางการเมืองมา สําเร็จมานักต่อนักแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ขบวนการ นักศึกษาลุกลามมากกว่าเมื่อก่อน มหาวิทยาลัยมีทุกจังหวัดเลยครับท่านประธาน ถ้ามหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยลุกขึ้นสู้ขึ้นมาลําบากครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมขอจบ ด้วยการให้กําลังใจน้อง ๆ เยาวชน คนหนุ่มสาวด้วยกลอนของคุณเสถียร จันทิมาธร ครับ ตื่นเถิดเสรีชน อย่ายอมทนก้มหน้าฝืน ดาบหอกกระบอกปืน หรือทนคลื่นกระแสเรา ขอบคุณครับท่านประธาน