กนก วงษ์ตระหง่าน อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม โดยเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญปี 2560 กับไวรัสโควิด-19 ที่ไม่สามารถป้องกันปัญหาได้ จึงจำเป็นต้องมีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานที่สภาเคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเปิดพื้นที่ให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เข้ามามีส่วนร่วม โดยตรงกับสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคมที่เสนอโดย ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ซึ่งเป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ การชุมนุมประท้วงของนิสิต นักศึกษา ที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือการบอกกับสภาแห่งนี้ และคนไทยทั้งประเทศว่าหลักการและแนวคิดของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ มีปัญหา แก้ไขปัญหาของประเทศไม่ได้ เพราะฉะนั้นนิสิต นักศึกษา จึงต้องการที่จะค้นหาหลักการ และแนวคิดใหม่ของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตเปรียบเทียบ เหตุการณ์วิกฤติไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) กับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ทฤษฎีการแก้ไข ไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) คือการป้องกันไม่ให้ประชาชนติดเชื้อด้วยการทําให้ประชาชน ปฏิบัติหลักการรักษาระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากาก เป็นต้น นั่นหมายความว่าการป้องกัน การระบาดสําเร็จได้ก็เพราะความเข้าใจและความร่วมมือของประชาชน ส่วนแพทย์หรือ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ นั้น เป็นแต่เพียงเครื่องอํานวย ความสะดวกในการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพเท่านั้น เพราะฉะนั้นทฤษฎีการป้องกัน โรคไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) คือการสร้างความเข้าใจ ความร่วมมือของประชาชน เมื่อประชาชนเห็นผลสําเร็จคือความปลอดภัยที่เกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่าการรักษา ระยะห่าง ล้างมือ และใส่หน้ากาก จึงเป็นเรื่องที่คนยอมรับและเข้าใจถึงคุณค่าของมัน ตรงกันข้าม ถ้ามาตรการเหล่านั้นไม่ได้ทําให้คนหรือประชาชนปลอดภัย คําถามก็คือว่า ประชาชนจะปฏิบัติตามการรักษาระยะห่าง สวมหน้ากาก และล้างมือด้วยเจล (Gel) หรือไม่ ด้วยตรรกะอันนี้เองการชุมนุมของนักศึกษาในวันนี้เราเห็นแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศของเราได้ การชุมนุม ประท้วงของนักศึกษาคือการแสดงออกให้ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ประกอบด้วยหลักการและแนวคิดที่พวกเขาปฏิเสธ เพราะไม่มีสัมฤทธิ์ผลในการแก้ไข ปัญหาของประเทศ ด้วยเหตุผลนี้เองเขาจึงต้องการหาแนวทางใหม่ด้วยการเสนอให้มีการ ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้น นี่คือเสียงสะท้อนที่ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ปี ๒๕๖๐ ของคน จํานวนหนึ่งโดยเฉพาะนิสิต นักศึกษาว่ามีปัญหาจริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ติดเชื้อไวรัส โควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วจริง ๆ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ จึงไม่สามารถที่จะสร้าง ความเข้าใจและการยอมรับให้เกิดขึ้นได้ครับท่านประธาน เชื้อไวรัสที่ติดอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับโควิด (COVID) นี้เอง ก็คือรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ นี้ตั้งบนสมมุติฐานว่านักการเมือง ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นคนเลว เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องจํากัดอํานาจของ ส.ส. ดังที่เราเห็น ในมาตรา ๑๔๔ ที่ปิดกั้นไม่ให้ ส.ส. ทําหน้าที่เป็นปากเสียงกับประชาชนและนําปัญหานั้น ไปสู่การบริหารงานของรัฐบาล และมีมาตราอื่น ๆ อีกมากมายผมไม่ขอที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ยืนยันกับท่านประธานว่าเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ติดรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ จริง ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นปัญหาและข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา ที่เกิดขึ้น จึงเป็นการสะท้อนปัญหาที่เป็นจริง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่อง ที่หลายคนหรือบางคนจินตนาการไปต่าง ๆ นานา นั่นหมายความว่าการปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ของนักศึกษาจึงเปรียบเสมือนกับการปฏิเสธมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) เพราะเห็นแล้วว่ามาตรการดังกล่าวนั้นใช้ไม่ได้ ตรรกะเดียวกันทุกประการครับท่านประธาน แต่ที่สําคัญมากกว่านั้นก็คือว่า การปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ของนักศึกษา คือการปฏิเสธความชอบธรรมของกลไกทาง การเมืองทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เป็นต้น การปฏิเสธความชอบธรรมขององค์กรเหล่านี้ถือเป็น อันตรายอย่างยิ่งต่อระบอบประชาธิปไตยที่เรากําลังใช้อยู่ ทางเลือกของเราก็คือว่าเราจะ เลือกทําอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ฉบับนี้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิค-๑๙ (COVID-19) ไปแล้ว ทางที่ ๑ ก็คือเราใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป และหวังว่าปัญหาบ้านเมือง เศรษฐกิจ สังคม ของเราก็จะดีขึ้นต่อไป แต่ผมคิดว่าคงจะไม่ใช่นะครับ ผมเกรงว่าจะกลายเป็นความขัดแย้ง รุนแรง แล้วไวรัสตรงนี้ก็จะลุกลามไปถึงปอด แล้วสุดท้ายคนไข้ก็จะเสียชีวิต ทางเลือกที่ ๒ เราก็ควรที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ฉบับนี้ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้เข้าใจและยอมรับ แล้วร่วมมือที่จะปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และทําให้คนป่วย ของเรานี้รอดชีวิตได้ครับ ถ้าบ้านเมืองของเราได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้นตามรัฐธรรมนูญใหม่ นั่นก็หมายความว่ามาตรการป้องกันโรคระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่คนไทย ทั้งประเทศปฏิบัติมาได้สําเร็จ มันก็จะเกิดขึ้นในระบบการเมืองของเราครับท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้ประเด็นสําคัญก็คือว่ารัฐบาลจะเลือกเส้นทางไหน นี่ถือเป็นการตัดสินใจ ทางยุทธศาสตร์ของประเทศครั้งสําคัญ มันไม่ใช่เป็นเพียงปัญหาเฉพาะหน้าทางการเมือง ที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งชุมนุมเรียกร้องในสิ่งที่เขาอยากได้เท่านั้น การชุมนุมเรียกร้องครั้งนี้ จึงเป็นปัญหายุทธศาสตร์ของประเทศที่สําคัญที่เราจะต้องมองให้เห็นนะครับ ผมจึงอยากจะ ขออนุญาตใช้เวทีแห่งนี้ยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่า ระบบประชาธิปไตยในระบบ รัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ครับ และอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ตรงนี้เป็นเรื่องที่เราประนีประนอมไม่ได้ครับ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ผมจึงอยากจะขออนุญาตฝากเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่า ประวัติศาสตร์การเมืองไทยบอกมาตลอดว่าการชุมนุมประท้วงของ นิสิต นักศึกษา คือกุญแจสําคัญที่ไขการเมืองของประเทศไปสู่การเปลี่ยนแปลงและการ พัฒนาทางการเมืองมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีท่านจะหยุดหรือขัดขวาง การเปลี่ยนแปลงนี้ หรือท่านจะประสานประโยชน์เพื่ออํานวยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางการเมืองนี้ ถ้าท่านเลือกเส้นทางการหยุดและขัดขวางการเปลี่ยนแปลง ท่านก็จะเป็น เพียงนักการเมืองธรรมดาที่เรามีจํานวนมาก แต่ถ้าท่านเลือกที่จะประสานประโยชน์เพื่อให้ เกิดการเปลี่ยนแปลง ท่านก็จะเป็นรัฐบุรุษที่จะมีการกล่าวขวัญไปอีกนาน เพราะฉะนั้น ท่านต้องการจะเป็นเพียงนักการเมืองธรรมดา หรือท่านต้องการจะเป็นรัฐบุรุษทางการเมือง ของประเทศ อันนี้คือการตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ของท่าน ด้วยเหตุผลดังกล่าวครับ ผมจึงอยากขออนุญาตเสนอว่าสภาแห่งนี้ควรจะเปิดใจรับฟังข้อเรียกร้องของนิสิต นักศึกษา เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อที่จะให้นิสิต นักศึกษาเข้ามามี ส่วนร่วมในการพิจารณาเรื่องนี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ