ณัฐวุฒิ สนับสนุนแก้ รธน. เรียกร้องรัฐฟังเสียงเยาวชน-คุ้มครองสิทธิชุมนุม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๔ · ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓

ณัฐวุฒิ บัวประทุม สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนอย่างจริงจัง โดยชี้ถึงการตื่นตัวทางการเมืองของเยาวชนที่เรียกร้องความยุติธรรมและประชาธิปไตย พร้อมวิพากษ์การใช้กระบวนการยุติธรรมและกฎหมายที่ล้าสมัยในการคุกคามผู้ชุมนุม โดยเฉพาะเยาวชน ทั้งเรียกร้องให้ยุติการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการ และผลักดันการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในทุกด้านเพื่อไม่ทิ้งภาระให้คนรุ่นต่อไป

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติของคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ได้เสนอญัตติ พร้อมทั้งความเห็นด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกันครับ แต่ผมอยากจะเท้าความสักนิดหนึ่ง ว่าญัตตินี้มีการเสนอเป็นครั้งแรก ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์จักรพันธ์ พรนิมิตร เมื่อ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ ๕ เดือนที่ผ่านมารัฐบาลซึ่งถูกระบุ ในญัตตินั้นว่าท่านต้องเป็นผู้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาว ตลอดจนประชาชนที่เห็นต่างจากตัวท่าน กลับปรากฏว่าไม่เคยมีการเปิดใจและรับฟัง ความคิดเห็นอย่างจริงจังและจริงใจแต่ประการใด ภายในเครื่องหมายคําพูดนะครับ “ฝากไป ถึงนิสิต นักศึกษา ขอให้เอาใจใส่ตั้งมั่นในการศึกษา ท่านต้องกังวลอยู่เรื่องหนึ่งที่สําคัญที่สุด สําหรับท่านคือเรื่องการมีงานทํา ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่มีงานทํา อย่าไปเสียสมองกับเรื่องที่ไม่ใช่ เรื่องสําคัญกับตัวท่าน ฝากไว้ด้วยแล้วกัน” นี่ผมอ่านคําต่อคําเลยนะครับ เป็นคําพูดของคนที่ พวกเราก็รู้ว่าเขาคือใคร คําพูดเหล่านี้ครับ เป็นคําพูดที่จะสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่นักศึกษาพูด วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการเรียกร้องให้มีการยุบสภา มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการหยุด คุกคามนักศึกษาและพี่น้องประชาชนนั้น มันมีเหตุผลและจําเป็นที่จะต้องรับฟังและนําเสนออยู่ ผมขออนุญาตสั้น ๆ อยู่สัก ๓ ประการเพิ่มเติมครับ

ประการที่ ๑ ท่านประธานเองเคยพูดอยู่หลายครั้ง พวกผมเองก็เรียนรู้จากท่าน พวกเราเคยผ่านวัยของความเป็นหนุ่มสาวครับ เราเป็นวัยแห่งความฝัน เป็นวัยแห่งการ แสวงหา เป็นวัยที่อยากปรารถนาและเห็นสังคมที่ดี พูดกันภาษาฝ่ายซ้ายนะครับ เขาเคยพูด กันว่าตอนอายุ ๒๐ ปี ถ้าคุณไม่ซ้ายคุณก็ไร้หัวใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนับจากปี ๒๕๔๙ ที่ผ่านมา นักศึกษารุ่นเหล่านี้ถ้า ๖-๗ ขวบเมื่อปี ๒๕๔๙ วันนี้เขา ๒๐ ปี ๒๑ ปี ๒๒ ปี เขาเห็นว่า การเมืองเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อตัวเขา เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า หลังวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ วันที่คน ๗ คนตัดสินใจยุบพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เขาตระหนักและตื่นรู้ว่าเขาไม่สามารถส่งอนาคตแบบนี้ให้ลูกหลานเขาได้อีกแล้วครับ ขอให้ มันจบที่รุ่นเรา นี่คือคําที่เขาพูด นักศึกษาและพี่น้องประชาชนได้ก้าวข้ามประเด็นเรื่องของ การยุบพรรคการเมือง เขาพูดถึงความไม่ยุติธรรม พูดถึงความเหลื่อมล้ํา พูดถึงความ เอารัดเอาเปรียบ ผมขออนุญาตอ่านแถลงการณ์สั้น ๆ ของเพื่อนนิสิต นักเรียน อยู่สัก ๓ กลุ่ม ด้วยกัน แถลงการณ์ของมหาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งตั้งคําถามถึงกระบวนการยุติธรรม การบังคับ ใช้กฎหมาย ตลอดจนการยืนยันถึงสิทธิและเสรีภาพของนักศึกษาพี่น้องประชาชน แถลงการณ์ ของนักเรียนกลุ่มหนึ่งบอกว่า เมื่อความอยุติธรรมเป็นกฎหมาย การต่อต้านจึงเป็นหน้าที่ แถลงการณ์ของนักศึกษาจากภาคตะวันออกกลุ่มหนึ่งประกาศว่า นี่คือครั้งสุดท้ายที่เราจะ ยอมให้เกิดความไม่ยุติธรรม เราจะต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตย นั่นคือเหตุผล ประการที่ ๑ ที่เพราะเหตุใดรัฐบาลนี้ถึงต้องฟังเสียงของพวกเขา

เหตุผลประการที่ ๒ เราต้องพูดกันตามความเป็นจริงว่าสิ่งที่เกิดขึ้นและ น่าเศร้าสําหรับประเทศแห่งนี้ก็คือมีการใช้กระบวนการทางกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรมไปปิดปากเขาในภาษาอังกฤษนะครับท่านประธาน ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้หลายครั้ง ว่าเราเรียกกระบวนการแบบนี้ว่าสแลปป์ (SLAPP) เป็นการกลั่นแกล้งด้วยกระบวนการ ยุติธรรม ซึ่งวันนี้ทั่วโลกมีศัพท์เกิดขึ้นมาอีกคําหนึ่ง นักกฎหมายทั่วโลกต้องเรียนคําว่า จูดิเชียล ฮาราสส์เมนต์ (Judicial harassment) หรือการคุกคามปิดกั้นสิทธิและเสรีภาพ นับตั้งแต่สมัย คสช. ที่ผ่านมามีคดีที่เกิดขึ้นเหล่านี้มากกว่า ๔๐๐ คดี และนับตั้งแต่นักศึกษา มีการชุมนุมที่เรียกว่าแฟลช ม็อบ (Flash mob) ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกทราบไหมครับว่าพวกเขาถูกตั้งข้อหาอะไร ถูกตั้งข้อหา เพราะไม่รักษาความสะอาดตาม พ.ร.บ. รักษาความสะอาดความเรียบร้อยของประชาชน ปี ๒๕๓๕ ถูกตั้งข้อหาตาม พ.ร.บ. จราจร ถูกตั้งข้อหาตามข้อบัญญัติท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีรายละเอียดและบทกําหนดโทษไม่เหมือนกัน ไปไกลกว่านั้นครับมีอยู่ที่หนึ่งตั้งข้อหา น้อง ๆ นิสิต นักเรียน นักศึกษาว่าผิดพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. ๒๔๙๓ ผมอ่านไม่ผิดครับท่านประธาน ๒๔๙๓ ๗๐ ปีเต็มแล้ว ผมก็ไม่รู้ว่าสมัยนั้น เครื่องขยายเสียงของเขาลําโพงมันขยายได้กี่เดซิเบล ท่านเห็นไหมว่ากระบวนการแบบนี้ ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นความไม่จริงใจของรัฐบาลน้อง ๆ ตะโกนร้องเพลงก้องไปหมดครับ ดู ยู เฮียร์ เดอะ พีเพิล ซิง (Do you hear the people sing) ท่านเคยได้ยินเสียงของเขา หรือไม่ แน่นอนครับกระบวนการที่เกิดขึ้นแบบนี้เด็ก ๆ ไม่กลัวครับ แต่พวกเราในฐานะ ผู้ใหญ่จําเป็นต้องปกป้องคุ้มครองเขา ท่านเคยได้ยินประโยคหนึ่งไหมครับ ท่านเด็ดดอกไม้ทิ้ง จะยิ่งบาน ท่านเด็ดดอกไม้ทิ้งจะยิ่งบานแตกสานแพร่แผ่ใบไพศาล บาน บาน บาน ชูช่อแข่ง กันบานฮึกหาญปลอดแหกแหกความกลัว เขาไม่กลัวอีกแล้วครับ แต่สิ่งที่พวกเราจําเป็นต้อง ทําคือต้องให้เขาอยู่ในสภาวะที่ได้รับการคุ้มครองโดยสิทธิเสรีภาพที่ถูกรองรับตาม รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ผลักเขาออกจากสถาบันการศึกษา ไม่ใช่การผลักเขาออกจากระบบ โรงเรียน ซึ่งจะมีเพื่อนสมาชิกของพวกผมพูดต่อว่านั่นคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้น ในกระบวนการ ณ วันนี้ครับ

ผมมีเวลาไม่พอที่อยากจะเอ่ยถึงประการที่ ๓ อยากจะมาพูดถึงแฮชแท็ก (Hashtag) เต็มไปหมดว่าข้อเรียกร้องของเขาคืออะไร เขาพูดตั้งแต่เรื่องปากท้อง เขาพูดถึง รัฐธรรมนูญ เขาพูดถึงความไม่เป็นธรรม เขาพูดถึงการเมือง เขาพูดถึงเรื่องแม้กระทั่งการ สมรสที่เท่าเทียมที่เขาต้องการเห็นในประเทศแห่งนี้ ผมจบแบบนี้ครับ นักศึกษาท่านหนึ่ง ประกาศไว้ก่อนที่จะมีการชุมนุมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเขาบอกแบบนี้ครับ ความเปลี่ยนแปลง มันจะค่อย ๆ เกิดขึ้นได้ถ้าเราเริ่มลงมือทํา มันอาจไม่ได้เปลี่ยนที่ยุคเรา แต่มันอาจจะมีความ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคต ทุกครั้งที่ผมซึ่งหมายถึงตัวน้อง ๆ นิสิต นักเรียน นักศึกษา เยาวชน คนหนุ่มสาวและประชาชนเคลื่อนไหว ผมเคลื่อนไหวในนามความหวังว่าประเทศนี้ จะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เราต้องเลิกใช้กฎหมายเป็นทางแก้ปัญหา เพราะเรารู้แล้วว่า การใช้กฎหมายไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหานี้ อย่าผลักให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน คนหนุ่มสาวและพี่น้องประชาชนไม่มีทางเลือกอื่น ให้มันจบที่รุ่นเราเถอะ ขอบคุณครับท่านประธาน