วราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงกรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนชายฝั่งที่หาดม่วงงามว่า ตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติปี 2556 โครงการดังกล่าวไม่ต้องผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและพิจารณาผลกระทบทางวิชาการ ซึ่งยังไม่พบหลักฐานชัดเจนถึงความเสียหายร้ายแรง จึงไม่สามารถระงับโครงการตามมาตรา 17 ได้ แต่ขณะนี้ศาลปกครองสงขลาได้ออกคำสั่งระงับการก่อสร้างแล้ว รอผลการพิจารณา ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งนั้น ได้มีการกำหนดนโยบายอย่างเป็นระบบด้วยการแบ่งพื้นที่ชายฝั่งออกเป็น 8 กลุ่มตามทิศ พร้อมมาตรการสีขาว เขียว และเทา เปลี่ยนบทบาทของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เป็นผู้กำกับดูแล รวมถึงจัดทำเช็กลิสต์สิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการก่อสร้างเขื่อนชายฝั่งใน 23 จังหวัดชายทะเล ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมฯ ก่อนดำเนินการทุกครั้ง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอตอบกระทู้ของท่านสมาชิก ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จากจังหวัดสงขลา ต้องขอบคุณที่ได้ยกประเด็นนี้ เพราะว่าเป็นประเด็นที่มีความเรียกว่าอ่อนไหวแล้วก็กระทบ กับพี่น้องประชาชนอยู่จํานวนมาก ก่อนอื่นต้องเรียนว่าอย่างที่พวกเราทราบกันว่าโครงการ ดังกล่าวนั้นได้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ แล้วก็มีกําหนดแล้วเสร็จนั้นก็คือภายในปีนี้ คือปี ๒๕๖๓ เป็นการสร้างเขื่อนคอนกรีตหรือว่าตามเงื่อนไขที่ทางกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งเรียกเป็นมาตรการสีเทา ก็คือเป็นการสร้างโครงสร้างแบบถาวร แล้วก็เป็น โครงสร้างแข็ง คราวนี้โครงการดังกล่าวนั้น ต้องเรียนว่าจากมติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อปี ๒๕๕๖ ได้ยกเว้นการก่อสร้างกําแพงริมชายฝั่งที่มีความยาวตั้งแต่ ๒๐๐ เมตรขึ้นไป ไม่ต้องทําการศึกษาผลกระทบอีไอเอ (EIA) อีกต่อไป ดังนั้นโครงการดังกล่าวก็ไม่ได้มีการ ทําการศึกษา แล้วก็ไม่ได้เข้าข่ายที่จะต้องทํารายงาน เพราะว่าสาเหตุที่เมื่อปี ๒๕๕๖ ที่ทาง คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ยกเว้นมตินี้ก็เพราะว่าเพื่อที่จะลดระยะเวลาขั้นตอน แล้วก็ทําให้การทํางานในพื้นที่นั้นมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น คราวนี้เนื่องจากพอไม่มีกฎหมาย รองรับหรือไม่มีกฎหมายบังคับใช้ให้ว่าต้องขออนุมัติหรือขออนุญาตการทําอีไอเอ (EIA) นั้น ก็ทําให้หน่วยงานต่าง ๆ เวลามีการก่อสร้างไม่ได้มีการขออนุญาต คือไม่จําเป็นจะต้อง ขออนุญาตจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แล้วก็ไม่ได้นําเอาโครงการนั้นเข้ารับฟัง ความคิดเห็นจากคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแต่ละจังหวัด ๆ เพราะว่า อย่างที่ผมได้เรียนเบื้องต้นว่า กฎหมายไม่ได้บังคับเอาไว้เขาก็เลยไม่จําเป็นต้องทํา แล้วก็แน่นอน เมื่อเกิดความเดือดร้อนขึ้นพี่น้องประชาชนก็ไปยื่นหนังสือถึงทางผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าเราเองไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อน แล้วก็ ทางอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพร้อมกับผู้บริหารของกรมได้ลงไปพบปะ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนรักหาดม่วงงาม ไปพบกับกลุ่มบีช ฟอร์ ไลฟ์ (Beach for life) ไปพบกับนักวิชาการ ไปพบกับนักกิจกรรมในพื้นที่ หรือแม้แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพูดคุยแล้วก็ทําความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งนั้นจะต้องดําเนินการโดยใช้กลไกของคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหาร จัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ การดําเนินการในโครงการลักษณะดังกล่าว ต้องเรียนว่าถ้าเกิดปรากฏว่าโครงการนั้นก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ย้ําตรงคําว่า อย่างร้ายแรง กับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้น อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ คือทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็สามารถใช้อํานาจ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ปี ๒๕๕๘ ให้อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายระงับกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นได้ คราวนี้พอเกิดเหตุที่หาดม่วงงามขึ้นก็ได้มีการพิจารณาข้อมูลด้านวิชาการ มีการศึกษาถึง ผลกระทบทางกายภาพ แล้วก็ระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งเปรียบเทียบกับข้อมูล ที่ทางกรมได้เก็บข้อมูลตลอดช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลที่ชี้ชัด คือแน่นอน ความเสียหายจะเกิดขึ้น แต่คําว่าเสียหายอย่างร้ายแรง ต้องขออนุญาตท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกและพี่น้องประชาชนว่ายกตัวอย่างเช่น ทางกรมที่ผ่านมาเคยใช้อํานาจ ตามมาตรา ๑๗ ระงับการก่อสร้างที่บริเวณวัดท่าไทร ที่หาดท้ายเหมือง อําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เพราะว่าโครงการนั้นเป็นโครงการที่กระทบกับแหล่งวางไข่ของเต่ามะเฟือง ซึ่งเต่ามะเฟืองแน่นอนหลายท่านคงทราบแล้วว่าเป็นสัตว์สงวนตามพระราชบัญญัติสงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ในกรณีเช่นนั้นเป็นกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะว่ากระทบต่อสิ่งมีชีวิต คือจะทําให้สัตว์ตาย แล้วก็จะทําให้ระบบนิเวศเสียหายอย่าง ร้ายแรง ในกรณีนั้นทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็สามารถใช้มาตรา ๑๗ ได้ แต่ว่าในกรณีของหาดม่วงงาม มาถึง ณ วันนี้ แน่นอนเราเห็นตรงกันว่ามันมีความเสียหาย เกิดขึ้น แต่มันยังไม่ใช่เป็นการเสียหายอย่างร้ายแรง จึงเป็นเหตุให้ทางกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ณ ขณะนี้เรายังไม่สามารถที่จะใช้มาตรา ๑๗ ในการดําเนินการ โครงการดังกล่าวได้ แต่อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ว่าเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ที่ผ่านมาทางศาลปกครองจังหวัดสงขลาได้มีคําสั่งระงับการดําเนินโครงการก่อสร้างเขื่อน ดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งการไต่สวนจากนี้ไปขอให้เป็นสิทธิของอํานาจศาลจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ประเด็นต่อมาที่ท่านสมาชิกได้สอบถาม ก็คือถ้าหากว่าไม่สามารถระงับได้ เราจะมีแนวทางหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาหรือว่าบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนได้อย่างไร ต้องเรียนว่าต่อคําถามนี้ขออนุญาตแบ่งเป็น ๒ ส่วนด้วยกัน ในส่วนเชิงนโยบาย แล้วก็ในส่วนเชิงภาคปฏิบัติ ในส่วนของเรื่องเชิงนโยบายนั้นในปัจจุบัน ผมได้เรียนผ่านท่านประธานไปยังสภาผู้แทนราษฎรตอนช่วงอภิปรายงบประมาณในเบื้องต้น ว่าปัจจุบันทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งนั้นเราได้แบ่งหาดออกเป็นทั้งหมด ๘ กลุ่มหาดหลักด้วยกัน ตามทิศทั้ง ๘ ของประเทศไทย คือถ้าหากว่าเราเริ่มจากกลางอ่าวไทย เราจะแบ่งกลุ่มหาดเป็น ๘ กลุ่มตามทิศ คือตั้งแต่อุดร อีสาน บูรพา อาคเนย์ ทักษิณ หรดี ประจิม แล้วก็พายัพ เป็น ๘ กลุ่มหาด ซึ่งจะแบ่งย่อยออกมาเป็น ๓๑๕ หาดย่อย ดังนั้น การทํางานในแต่ละกลุ่มหาดจะมีลักษณะการแก้ไขปัญหาแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล เพราะว่าการกัดเซาะของในแต่ละพื้นที่ของอ่าวไทยนั้นในแต่ละเดือนก็จะต่างกันไป ในแต่ละปี ก็จะมีลักษณะแตกต่างกันไป ดังนั้นการแบ่งกลุ่มหาดออกเป็น ๘ กลุ่มหาด หลัก ๆ จะทําให้ เราสามารถใช้มาตรการอยู่ ๔ แนวทาง มาตรการแรกจะเป็นการปรับสมดุลทางชายฝั่ง โดยธรรมชาติ แนวทางที่ ๒ จะเป็นการฟื้นฟูเสถียรภาพทางชายฝั่ง แนวทางที่ ๓ จะเป็นการ ป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง และแนวทางที่ ๔ ก็คือการแก้ไขปัญหาตัวกัดเซาะเอง คือมาตรการทั้งหมดเหล่านี้จะแบ่งออกเป็น ๓ มาตรการ คือขาว เขียว แล้วก็เทา มาตรการสีขาว ก็คือการที่จะหลบธรรมชาติ ถ้าหากว่าเราแก้ไม่ได้เราย้ายคนออกได้หรือไม่ให้ธรรมชาติ ทําในสิ่งที่เขาทําไป เพราะว่าต้องเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าธรรมชาติถึงเวลา เขามาเอาไป เขามากัดเซาะ แต่ถึงเวลาเขาก็จะเอาคืนมาเหมือนกัน แต่ช่วงระยะเวลา มันอาจจะนานจนเกิดความเสียหายและพี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะรอได้ ก็จะเกิดมาตรการต่อมาก็คือมาตรการสีเขียว อย่างเช่น กันเอาไม้ไผ่มาปักเอาไว้ในหลาย ๆ พื้นที่ เมื่อเวลาคลื่นซัดเข้ามาแล้วก็จะทิ้งทรายเอาไว้ แล้วคลื่นก็จะกลับออกไป หรือในกรณีที่ หนักหนาสากรรจ์จริง ๆ เราจะต้องใช้มาตรการสีเทาก็คือการสร้างเขื่อน การสร้างวัสดุแข็ง ๆ ขึ้นมาอยู่ในทะเล ซึ่งถ้าหากไม่จําเป็นเราก็จะไม่อยากทําในประเด็นนี้ ดังนั้นแนวทางเชิงนโยบาย เหล่านี้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ยังได้กําหนดหลักเกณฑ์ ประกอบการจัดทําแผนงาน แล้วก็โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าได้ผ่านความเห็นชอบจาก คณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะทําอะไรในลักษณะนี้ จะต้องมีหลักเกณฑ์ดังนี้ก่อน ที่ผ่านมากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) เองเป็นผู้ปฏิบัติ แต่ในขณะนี้เนื่องจากมีหลายหน่วยงานเข้ามาด้วยกันทําให้ กรม ทช. ของเราผันตัวจากโอเปอเรเตอร์ (Operator) ขึ้นมาเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) แล้วก็พอมาถึงในส่วนของในเชิงปฏิบัติการ ปัจจุบันนั้นเราได้ทํามาตรการด้านสิ่งแวดล้อม หรือว่าเอนไวรอนเมนทัล เช็กลิสต์ (Environmental Checklist) พวกซีวอลล์ แอนด์ รีเวตเมนต์ (Seawall and revetment) คือเป็นเช็กลิสต์ (Checklist) เทียบเคียงเท่ากับของ อีไอเอ (EIA) เลยว่าอีไอเอ (EIA) กําหนดมาอย่างไรในเช็กลิสต์ (Checklist) นี้ จะมีเงื่อนไข เหล่านั้นว่าทางหน่วยงานต่าง ๆ จะทําอะไรขึ้นมา คุณมีเช็กลิสต์ (Checklist) หรือยังว่า ทําตามนี้ ทําตามที่ขอแล้วหรือยัง ซึ่งเช็กลิสต์ (Checklist) อันนี้เป็นมาตรการที่สําหรับ โครงการสร้างกําแพงที่จะป้องกันคลื่นริมชายหาดในพื้นที่ ๒๓ จังหวัดของประเทศไทยที่มี พื้นที่ชายฝั่งอยู่ แล้วก็พื้นที่ตั้งแต่แนวชายฝั่งทะเลออกไปเป็นระยะทาง ๑๐๐ เมตร การทําเช็กลิสต์ (Checklist) เหล่านี้จะต้องได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถทําได้ แล้วก็ร่างกฎกระทรวงดังกล่าวในขณะนี้ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกเป็นข้อมูล ขอบพระคุณครับ