พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤติโควิด-19 พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนยุทธศาสตร์ชาติและประเมินผลการใช้กฎหมายฉุกเฉินอย่างเร่งด่วนตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมาด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโควิด (COVID) รอบ ๒ แล้วก็มีรอบแรกนะครับ สิ่งสําคัญท่านเปิดกฎหมายให้ทันผมนิดหนึ่งเปิดตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติ พระราชบัญญัติแผน และขั้นตอนปฏิรูป พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์ว่าด้วยการร่างกฎหมายและการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ ปี ๒๕๖๐ อันนี้คือเครื่องมือที่จะใช้ และอันสุดท้ายคือความห่วยของ พระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีและใช้อยู่ปัจจุบัน นั่นคือเหตุ และผลของเหตุที่ผมต้องอธิบายเรื่องนี้ ปลายปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โควิด (COVID) เกิดที่อู่ฮั่น วันนั้นผมจําได้เลยว่าสักสัปดาห์หนึ่งมีนักข่าวไปสัมภาษณ์ท่านนายกรัฐมนตรี รู้แล้วเดือนหนึ่ง มาแล้วเตรียมการไว้เรียบร้อย ท่านผู้นําพูดอย่างนั้น ผมมั่นใจเลยว่าการอีแวก (Evac) คนจากอู่ฮั่นจะมาคงเรียบร้อย เปล่าครับ อันดับแรกขนทหารมาก่อน จนถึงปัจจุบันจังหวัด ระยอง จริง ๆ ปัญหานี้ผมยื่นกระทู้ไว้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ท่านเชื่อไหมครับ เมื่อวานนี้ ก็ไม่ได้ตอบ ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ยอมตอบ ท่านเลื่อน ท่านสาธิตมาแทนก็บอกขอเลื่อน ไปอีก ๒ สัปดาห์ ผมว่าต้องรอรอบ ๓ เลยครับ อีก ๒ สัปดาห์ครับ ผมเข้าประเด็น ของผมเลยครับท่านประธาน หน้าที่ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ตาม พ.ร.บ. การจัดทํา ยุทธศาสตร์ชาติ มาตราที่ท่านมีอํานาจคือมาตรา ๑๒ แต่ผมให้อ่านในพระราชบัญญัตินั้น ในมาตรา ๑๐ วรรคสี่ เขียนว่าในกรณีที่คณะกรรมการจัดทํายุทธศาสตร์ชาติเห็นว่ามีความ จําเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแผนแม่บทให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง และความจําเป็นของประเทศ คณะกรรมการนี้จะต้องดําเนินการ ๑ ๒ ๓ แล้วมาตรา ๑๑ บอกเลยว่าคณะกรรมการจัดให้มีการทบทวนยุทธศาสตร์ชาติ ในกรณีสถานการณ์ของโลก ขณะนี้โลกลบ ๑๐ ลบ ๑๐๐ แล้วครับ เศรษฐกิจพังทั้งหมดเลยครับ การเปลี่ยนแปลงของ ประเทศไปจนไม่สามารถ หรือไม่เหมาะสมที่จะดําเนินการตามเป้าหมายหรือยุทธศาสตร์ ที่กําหนดได้ ด้านใดด้านหนึ่งก็ได้ ขณะนี้แน่นอนผมเห็นยุทธศาสตร์ที่กําลังฟังและพับเพียบไป คือเศรษฐกิจของประเทศ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติโดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบ ในมาตรา ๑๒ ท่านเปิดดูเลยครับว่าท่านต้องรับผิดชอบอะไร ผมยืนยันว่าขณะนี้คําว่า สถานการณ์ของประเทศเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถ หรือไม่เหมาะสมที่จะดําเนินการ ตามเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ด้านใดด้านหนึ่ง ขณะนี้ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันคือภาวะ เช่นนั้น แล้วนายกรัฐมนตรีกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติทําอะไรอยู่ครับท่านประธาน นี่คือที่กฎหมายเขียนไว้ครับ แล้วกลับมาดูสถานการณ์โควิด (COVID) รอบ ๒ เกิดจาก ข้อกําหนดใน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมกราบเรียนเลยว่า ใน พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินใช้มานานแล้ว ปี ๒๕๔๘ ใน พ.ร.ก. นี้ เขามีพระราชบัญญัติอีกพระราชบัญญัติหนึ่ง คือพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทํา ร่างกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ ทุกพระราชบัญญัติจะต้องมีการประเมินในหมวด ประเมินในหมวดประเมินจะเขียนไว้เลยโดยเฉพาะในเรื่องการประเมินกฎหมายเก่าทั้งหมด จะมีข้อยกเว้นในเรื่องของระยะเวลาในมาตรา ๓๙ และสําคัญครับ ในพระราชบัญญัตินี้คือ มาตรา ๒๒ และมาตรา ๒๔ ที่เขียนว่าเพื่อให้การใช้ดุลยพินิจมีความโปร่งใสในการตรวจสอบของ หน่วยงาน ห้ามใช้ดุลยพินิจและให้ทันสมัยอยู่เสมอ พระราชกําหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินนี้สํานักงานที่รับผิดชอบของกฎหมายนี้คือสํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา ประชุมหรือยังครับ และปรับแก้ผลประเมิน ประเมินไหมครับ ผลร้ายนี้เห็นร้าย อยู่แล้วครับ นั่นคือการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นคุณแล้วก็ขาดการติดตามการประเมินผล โดยเฉพาะพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์ว่าด้วยการร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ ซึ่งออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วมีช่วงระยะเวลาที่จะใช้อยู่ เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ยังไม่เพียงพอหรือครับ ถึงเวลาที่จะเห็นสมควรไหมครับ ผมขอฝากถามท่านประธาน ผ่านไปยังประชาชนคนไทยทั้งชาติว่าขณะนี้เหตุการณ์วิกฤติ สถานการณ์ที่เลวร้ายขนาดว่า ต้องปรับแผนยุทธศาสตร์ชาติหรือยัง คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจะต้องทบทวนหรือยัง นั่นคือสิ่งสําคัญที่อยากจะถามรัฐสภาแห่งนี้ กฎหมายมีเขียนไว้เลยว่ารัฐสภาแห่งนี้ คนในสภา แห่งนี้รออยู่ครับ ตามมาตรา ๑๑ ที่เขียนไว้ รออยู่ครับ ตามไปดูอีกครับ ในหมวด ๓ เรื่องการติดตามตรวจสอบการประเมินผลในมาตรา ๒๔ ที่ผมอ่านไปแล้วในพระราชบัญญัติ การจัดทําของยุทธศาสตร์ชาติ ในมาตรา ๒๔ วรรคสาม ท่านดูนะครับ ผมกราบเรียนว่า มาตรา ๒๔ วรรคสาม เป็นพระราชบัญญัติที่มีการประเมิน ระบุไว้เลยว่าต้องทําอะไร ในมาตรา ๒๔ วรรคสาม เขียนว่าในกรณีที่มีเหตุอันควรรายงานให้รัฐสภาทราบเป็นการ เฉพาะเรื่อง ขณะนี้ผมยืนยันว่าสภารอครับว่าใครจะต้องรายงานเฉพาะเรื่อง คณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวข้องด้านใดด้านหนึ่งต้องรายงานให้คณะกรรมการเสนอรัฐสภาโดยเป็น การเฉพาะเรื่องได้ เขาทําอะไรอยู่ครับ นี่บังคับใช้แล้วนะครับ เป็นเรื่องการประเมิน เป็นข้อยกเว้นของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์ว่าด้วยการร่างกฎหมายและการประเมิน ผลสัมฤทธิ์ด้วย และบรรจุอยู่ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทําไมครับ คือสาระสําคัญว่า การดําเนินการ รัฐสภาเราพร้อมที่จะฟัง พร้อมที่จะดูแล นั่นคือสาระสําคัญของกฎหมาย คณะ ป.ย.ป. ทําอะไรอยู่ครับ ขณะนี้ปรับครับ ผมเพิ่งอ่านข่าวผมก็หัวเราะ รีฟอร์ม (Reform) ปรับอะไรครับ ปรับคณะปฏิรูปใหม่ ๑๘๕ อรหันต์ เพิ่งออกมาใหม่ ๆ ฉบับที่ ๒ เพิ่งนึกได้ แต่สิ่งสําคัญผมฝากเลยว่าพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องประเมินผล ผลร้ายต้องถูกสร้างใหม่ และฝากสุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ในเรื่องที่ สภาแห่งนี้ที่จะต้องรับทราบจากเศรษฐกิจที่ทรุดโทรมจํานวนมาก สิ่งที่สําคัญผมรอเลยครับ ผมจะอ่านรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะที่อยู่ในมาตรา ๑๕๕ ผมฝากเรียนไปถึงผู้เกี่ยวข้อง ในมาตรานี้ มาตรา ๑๕๕ เขียนว่าในกรณีที่มีปัญหาสําคัญเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย คงไม่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงปลอดภัย เพราะความมั่นคงในนี้คงเป็นมั่นคงของรัฐ หรือเศรษฐกิจของประเทศสมควรที่จะปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี ฝากคุณหมอชลน่าน ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจะแจ้งไปยังประธานรัฐสภา ขอให้ มีการเปิดอภิปรายทั่วไปในวันที่ประชุมรัฐสภาก็ได้ ในกรณีนี้ท่านประธานสภาจะต้องรีบ ดําเนินการให้มีการประชุมภายใน ๑๕ วันนับตั้งแต่วันที่รับแจ้ง แต่รัฐสภาจะลงมติในปัญหานี้ มิได้ การประชุมวรรคสองที่ระบุให้เป็นการประชุมลับ และที่สําคัญคณะรัฐมนตรีมีหน้าที่ต้อง เข้าร่วมประชุมด้วย ผมรอเวลานี้ครับท่านประธาน รอผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย ฝากเรียนครับว่านั่นคือสิ่งที่เราจะพูดในเรื่องของเศรษฐกิจพังพินาศทั้งหมดของประเทศนี้ว่า ท่านจะแก้ไขอย่างไร ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ท่านคงให้คําแนะนําเรื่องของ การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ๑.๗ ล้านล้านบาท เศรษฐกิจที่เสียหาย ลบ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) เราคงจะต้องแก้ไขกัน ณ ที่แห่งนี้ ขอบคุณครับ