จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งข้อสังเกตและทักท้วงการดำเนินงานของไทยพีบีเอสในหลายมิติ ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณกว่าสองพันล้านบาท การขาดความโปร่งใสในรายได้และรายจ่าย การประเมินผลที่อาจขาดความเป็นกลาง และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงผู้ชมเมื่อเทียบกับสื่ออื่น พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนบทบาท คุณค่า และประสิทธิภาพขององค์กรในยุคดิจิทัล เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตคลองสามวา กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าวันนี้ผมจำเป็นต้องให้ข้อคิด กับท่านผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าจะมีชื่อ ภาษาไทยบ้างนะครับ ดูเป็นฝรั่งไปหมด ความเป็นไทยก็ไม่มี สมัยแรก ๆ ใช้คำว่าทีวีไทย (TV Thai) ผมยังเห็นด้วยอยู่นะครับ แต่พอวันนี้ไปเปลี่ยนชื่อเป็นฝรั่งไปหมด เลยไม่ค่อยเห็น ความเป็นไทยอยู่ในขณะนี้
กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการอภิปรายของผมท่านอย่าได้หวัง เลยว่าจะมีคำชื่นชม แต่ว่าเป็นคำติชมที่ต้องบอกว่าเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจให้กับพี่น้องชาว ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งเป็นลูกน้องของท่าน แน่นอนครับ ท่านเห็นผมท่านก็คงจะรู้ว่า จิรายุมาอีกแล้ว และแน่นอนอีกไทยพีบีเอส (Thai PBS) เข้าสู่ปีที่ ๑๑ ย่างปีที่ ๑๒ ถ้านับตัวเลข ดีดเครื่องคิดเลข เขาใช้เงินกันไปแล้ว ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็มีคำถามต่อ สังคมครับว่าวันนี้ที่ท่านใช้เงินไปจำนวนมากให้อะไรกับสังคมบ้าง อย่างน้อยถ้าย้อนกลับไป ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปีที่แล้วที่ไม่มีทีวีดิจิทัล (TV Digital) ผมก็ยังพอเฝ้าติดตามนะครับ แต่ว่าตอนนี้ ทีวี (TV) เยอะเหลือเกิน ยิ่งไม่นับรวมทีวี (TV) ดาวเทียม ท่านประธานกดไปเมื่อยมือ เพราะฉะนั้นผมอยากจะบอกอย่างนี้นะครับว่าในคอนเซปต์ (Concept) ของท่านที่บอกว่า อยู่บนความแตกต่าง บนความยั่งยืน เมื่อสักครู่นี้ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) บอกให้สมาชิก รัฐสภาได้เข้าไปในคิวอาร์โค้ด (QR code) นี้ ผมเข้าไปตั้งแต่เช้า น่าเสียดายนะครับท่านประธาน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นี่ครับ ส่องเข้าไปปุ๊บผลงานดีเด่นประจำปี ๒๕๖๒ คุณพระ มีคนดู ๒๕ คน ส่องเข้าไปที่รางวัล ปี ๒๕๖๒ มีคนดู ๑๗ คน ส่องเข้าไปที่เอกลักษณ์ข่าวไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีคนดู ๑๙ คน แล้วท่านก็ปิดสาธารณะไว้ พูดง่าย ๆ คือจะให้แต่เฉพาะรัฐสภาดูครับ หมายความว่า พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสดูไหมครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ลองสแกน (Scan) ด้วยตัวเอง ท่านลองเข้าดูสิครับมันจะขึ้นอยู่ว่ามีคนดูไปกี่ครั้ง ซึ่งผมอาจจะผิดก็ได้นะครับ ตัวเลข อาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้ แต่เวลาผมเป็นนักข่าวตั้งแต่จบมหาวิทยาลัยมาไม่เคยทำอาชีพ อื่นเลย แล้วก็อยู่ไอทีวี (itv) ตั้งแต่ตอนปฏิวัติรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ แล้วก็ไปยึดเอาไอทีวี (itv) ไปเป็นไทยพีบีเอส (Thai PBS) นี่ครับ ผมจะรู้วิธีการคิดของสถานีโทรทัศน์ ซึ่งวันนี้ ความรู้ผมก็หยุดไปแล้วครับ เพราะโลกมันเปลี่ยนไปไกล บุตรชายผมที่บ้านวัน ๆ ก็เข้าแต่ ยูทูบ (YouTube) บ้างละ เข้าเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) บ้างละ ดูโมโน (Mono) ช่องโน้นช่องนี้ กันบ้างละ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะอภิปรายเป็นข้อทักท้วงให้ท่านนะครับ ท่านทำเล่มมา เยอะแยะมากมายหลากหลาย ผมไล่เลียงทีละประเด็นครับ อะไรเป็นประโยชน์ท่านเก็บไป แก้ไขพัฒนานะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ มีคำถามว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้าง ท่านบอกว่าท่านมีการแก้ไขปัญหา ดังที่ท่านได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมอยากจะถาม ให้ท่านตอบช่วงท้ายครับว่าท่านมีมูลนิธิไทยพีบีเอส (Thai PBS) ด้วย แต่ในเล่มนี้ ผมยังไม่เห็นนะครับ ผมพยายามนั่งอ่านตั้งแต่เช้า ใช้เวลาอ่านเกือบทุกหน้ายังไม่ค่อยเห็น ตัวเลข เดี๋ยวถ้าท่านมีท่านบอกด้วยครับว่ามูลนิธิไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีเงินเท่าไร เงินมาจากไหน ใช้อะไร ขายของที่ระลึกอะไรไปบ้าง เพราะดูจากตัวเลขมีขายของที่ระลึก ด้วยนะครับ ปีหนึ่งประมาณล้านกว่าบาท เอาเข้าไปอยู่ในนี้ไหม รับบริจาคมาจากจุดไหน อย่างไร
ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ พอผมเข้าไปดูในรายละเอียด ที่ท่านบอกว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใช้เงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทก็จริง แต่เวลาวัด ความน่าเชื่อถือที่ท่านอวดอ้างสรรพคุณเมื่อสักครู่นี้ไม่ได้ใช้เรตติง (Rating) ท่านประธานครับ เวลาโฆษณาเขาขายนาทีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท มันก็ต้องดูใช่ไหมว่าคนดูละครตบจูบเฉลี่ยนาทีละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท คนดู ๑๐ ล้านคนก็ตกสปอต (Spot) ละ ๓ บาท ๕ บาท ท่านบอกอย่างนี้ ท่านบอกว่าท่านไม่ได้ดูเรตติง (Rating) ไม่ได้ใช้เรตติง (Rating) แต่ท่านประธานที่เคารพครับ พอไล่เลียงไปทีละหน้า ไปเรื่อย ๆ นี่นะครับ ผมจะเห็นความชัดเจนที่จะต้องอภิปรายให้กับ ท่านต้องคิดครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ก็พูดได้ เป็นผมก็พูดได้ ไม่ได้ดูเรตติง (Rating) ดูความมั่นคง ดูคนที่เขามาดูแล้วเขามีความรู้มากขึ้น มันเป็นจินตะคือจินตนาการครับ เพราะฉะนั้นท่านตอบแบบนี้ไม่ได้ คราวนี้ผมจะอภิปรายพอเบา ๆ แต่ถ้าปีหน้าท่านมาอีก แล้วท่านตอบแบบนี้อีกใครก็ตอบได้ครับ เอาเงินไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท จิรายุเราไม่ได้ดูเรตติง (Rating) หรอก เราดูความที่คนเขาเข้ามา ดูการพัฒนาสังคม แล้วถามว่าเอาอะไรไปวัด การพัฒนาสังคม ก็บริษัทดังกล่าวเขาบอกอย่างนั้น บอกอย่างนี้ ง่ายไปครับท่านประธาน แล้วผมอยากจะบอกท่านอีกอย่างหนึ่ง บริษัท มาร์เกต ซัปพอร์ต ที่ท่านพยายามจะบอกว่า ไปประเมินความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนจำนวนทั้งหมด ๓,๒๐๐ ตัวอย่าง เน้นไปที่ ผู้ชมประจำ สมัยหนุ่ม ๆ ท่านประธานเคยรับประทานก๋วยเตี๋ยวโกฮับไหมครับ พอเรา เข้าบ่อย ๆ ก็เป็นลูกค้าประจำ มันอร่อย แน่นอนเขาก็ต้องบอกว่ามันดีแล้ว แล้วท่านก็เที่ยว เอามาอวดสรรพคุณอย่างนี้ คราวหน้าอย่านะครับ ท่านเอาองค์กรที่เป็นกลางแล้วทำให้เป็น มาตรฐาน ไม่ใช่ว่าสุ่มตัวอย่าง ผมก็เรียนวิจัยครับ กลุ่มตัวอย่างท่าน ๓,๒๐๐ คน แล้วท่าน ระบุชัดเจนเลยบอกว่าเป็นกลุ่มที่ดูไทยพีบีเอส (Thai PBS) ของท่านเป็นประจำ ก็หมายความว่าลูกค้าท่านเขาชื่นชอบท่านอยู่แล้ว เวลาท่านไปตอบแบบสอบถาม เขาก็ต้อง บอกว่าได้ครับพี่ ดีครับท่าน ทันครับผม เหมาะสมครับนาย ชอบครับ มันเป็นเรื่องปกติครับ อย่างนี้มันอยู่ในเล่ม แต่บริษัทที่เขาทำสำรวจท่านลองไปถามสิว่าประชากรทั้งหมด ที่ดูโทรทัศน์ เอาละผมหารครึ่งก็แล้วกัน มีอยู่ ๔๐ ล้านคน ท่านไปสุ่มตัวอย่างสิครับ เอาคน ทุกช่องสิครับ เอาที่เขาดูทีวีฟรีด้วยสิครับ เพราะท่านก็จัดกลุ่มอยู่ในทีวีดิจิทัล (TV Digital) แต่ท่านไม่เหมือนคนอื่นตรงที่ว่าตั้งแต่ต้นปีมานี้ท่านไม่มีข่าวเลย์ออฟ (Layoff) พนักงาน แล้วผมไม่อยากให้เกิดขึ้นนะครับ เพื่อนผมอยู่เยอะ แต่ท่านไปดูสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นครับ สื่อมวลชนที่อื่น ๆ รีดไขมันกันจนกระทั่งน้ำตาร่วง กันไปทั้งกองบรรณาธิการ หลายแห่งเลยครับ แต่ของท่านเป็นหน่วยงานกึ่งรัฐกึ่งเอกชน เพราะฉะนั้นจึงไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นอย่างไรครับท่านประธาน ผมอยากจะพูดต่อไปอย่างนี้ การไปออกแบบสำรวจของท่านนี่ไม่เห็นด้วยเลย คราวหน้าท่านต้องเปลี่ยนใหม่ ท่านต้อง ตอบสังคมให้ได้นะครับ ตอบพี่น้องประชาชนที่เขาเสียภาษีให้ท่านให้ได้ ท่านบอกว่า ท่านดำเนินการแบบ ๓ กิจกรรมก็คือออนแอร์ (On Air) นี่ครับช่องทีวีดิจิทัล (TV Digital) ของรัฐสภา ช่อง ๑๐ นี่ออนแอร์ (On Air) อยู่ หลังจากนั้นท่านไปทำอะไรต่อครับ ก็เอาไปทำ เรื่องของออนไลน์ (Online) ประเด็นคืออะไร พอออกอากาศอย่างจิรายุนี่ ท่านประธาน เชื่อไหม คนชอบเอาผมไปลงในยูทูบ (YouTube) คนดูกัน ๓-๔ ล้านคน ผมไม่เคยได้ สักสลึงหนึ่ง แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เอาทีวี (TV) เอารายการที่ออกอากาศในโทรทัศน์ ไปตัดเป็นคลิป (Clip) แล้วไปลงในยูทูบ (YouTube) อัฐยายซื้อขนมยายนี่ละครับ ต้นทุน ท่านผลิตจากทีวี (TV) แล้วท่านก็ไปลงในยูทูบ (YouTube) ประเด็นที่ ๓ ท่านบอกว่าท่านทำ กิจกรรมที่เรียกว่าออนกราวด์ (On Ground) ท่านไปจัดกิจกรรมโน่นนี่นั่น แล้วท่านประธาน ผมฝากไปยังคณะกรรมการที่นั่งอยู่ข้างบนนี้ ท่านอย่าโกรธผม ท่านอย่ามาตำหนิผมนะครับ ๓ กลุ่มที่ฝากผมมาอภิปรายนี่ กลุ่มที่ ๑ พนักงานและผู้บริหารของท่านที่ไม่กล้าพูด นี่ครับ ระบบราชการไทยที่เป็นแบบยังไม่กล้า สุดท้ายก็มาทางเอสเอ็มเอส (SMS) บ้าง มาทางไลน์ (Line) ถึงผมบ้าง กลุ่มที่ ๒ ก็คือพี่น้องประชาชน และกลุ่มที่ ๓ ก็คือสื่อสารมวลชน พวกเดียวกับท่านนี่ละ บอกถ้าเป็นไปได้อยากไปนั่งเป็นประธานไทยพีบีเอส (Thai PBS) เงินเดือนดี มีคนขับรถ เบี้ยเลี้ยงเยี่ยม ห้องทำงานสุดยอด แต่ทุกวันนี้สื่อมวลชนอื่น กำลังจะตกงานครับท่านประธานไทยพีบีเอส (Thai PBS)
ประเด็นต่อมา ไม่ใช่ว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะไม่มีอะไรดีเลยนะครับ ความดีก็ปรากฏ แต่พอเอาความดีไปตั้งเป็นสมมุติฐานแล้วไปเอาเงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปวางหารกันนี่มันไม่คุ้มครับ ความดีมี ไม่ใช่ไม่มี สถานีนี้ก็ดี มีหลายอย่างที่น่าสนใจ ที่ท่าน บอกว่าได้รางวัล ผมก็พยายามจะเข้าไปดูคิวอาร์โค้ด (QR code) ๒๐ กว่าคนดู ๑๘ คนดู แต่ถ้าคิดยูทูบ (YouTube) ที่ท่านตัดรายการน่าสนใจที่ท่านจ้างผลิตปีหนึ่งเป็น ๗๐๐-๘๐๐ ล้านบาท อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะบอกท่าน อย่างนี้ว่าท่านประธานเคยได้ยินคำว่าสภาพบังคับไหมครับ สภาพบังคับก็คือท่านประธาน แบ่งกัน ๓ ท่าน คนละ ๓-๔ ชั่วโมง ต้องมานั่งบนบัลลังก์ อันนี้เขาเรียกสภาพบังคับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เขียนอยู่ในรายงานเล่มนี้ครับ บอกว่าสถานีนี้ตั้งโดยไม่มีสภาพบังคับ หมายความว่าไม่มีฝ่ายอื่น ๆ ไปแทรกแซงท่านได้ ท่านใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน พี่น้องประชาชนต้องจ่ายปีละ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทโดยไม่มีสภาพบังคับ ผมไม่ไปชี้นะว่า ท่านเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่า แต่พี่น้องประชาชนต้องให้คะแนนท่านครับ ท่านอยากจะมา ตอบเองส่องกระจกว่าใครสวยที่สุดในปฐพี กระจกวิเศษตอบข้าเถิด อ๋อ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ละสิ ไม่ได้ครับ ผมพยายามจะหาหน่วยงานที่รองรับในการพิจารณาของท่าน ที่หลากหลาย
ท่านประธานครับ ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องการทำงานของท่านที่อยู่เคียงข้าง ประชาชน มันจะออกไปทางวิชาการครับ ท่านประธานไทยพีบีเอส (Thai PBS) ครับ กระบวนการที่นำเสนอออกมา ผมว่ามันยุคคอนเซอร์เวทิฟ (Conservative) ครับ โบราณ คนดูกลุ่มของท่านดูแล้วก็ผ่านไป กดรีโมต (Remote) ไปช่องอะไรก็กดเลยไป ท่านอย่าทำ เหมือนโทรทัศน์ของราชการบางช่องที่สมัยก่อนเขาบอกว่ามีไว้ให้เสียบปลั๊ก ท่านต้องตอบ ให้ได้ครับว่าสิ่งที่ท่านทำกันมาปีละ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทมีอะไรบ้าง
ประเด็นต่อมา สมัยก่อนเรื่องของการตรวจสอบทุจริตของรัฐบาลจะเป็นเรื่อง ของสื่อมวลชน ไม่ใช่เรื่องของสภา น้อยมากที่จะเป็นเรื่องของสภาที่จะมาแฉอะไรกัน คำถาม ก็คือว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้แฉอะไรแบบจะ ๆ บ้างไหม ท่านบอกมีอยู่ในนี้ สมัยก่อน ไอทีวี (itv) เขาไปซ่อนกล้อง ไปจับส่วยตำรวจทางหลวง ขออภัยยุคเก่า ๆ เดี๋ยวนี้ อาจจะไม่มีแล้ว ไปทำบ่อน ไปทำส่วย มีไหมล่ะครับ ผมเสียดายนะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหายอีกเช่นเดียวกัน ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวของท่านมือเก๋าตั้งแต่อยู่เนชั่น (Nation) แล้วก็ทำงานกับผม ผมเรียกว่าพี่ก่อเขต จันทเลิศลักษณ์ มาโดยตลอด ตอนนี้มานั่งเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายข่าว พี่ก่อเขตถ้าฟังผมนะครับ อย่าให้ลูกน้องมาบ่นว่าเดี๋ยวนี้ฝ่ายข่าว ไม่ค่อยมีอะไรเลย ข่าวรูทีน (Routine) ข่าวสืบสวน สอบสวนเชิงเจาะไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีไหม ปรากฏว่าบ่อนเต็มบ้านเต็มเมือง ตู้ม้าวางกันเกลื่อนกลาดไปหมด เป็นหน้าที่สื่อมวลชนแบบไทยพีบีเอส (Thai PBS) ตามวัตถุประสงค์ อะไรล่ะครับ มีไหม ไม่ค่อยเห็น การทุจริตอะไรมากมายในรัฐบาลที่ผ่านมา หรือแม้แต่กระทั่งรัฐบาลปัจจุบัน เป็นหน้าที่ของสื่อสารมวลชนนะครับ พวกผมมีเวลาปีหนึ่งครั้งเดียวอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีเวลา แค่กระทู้ถาม มีเวลาแค่คณะกรรมาธิการเล็กน้อย ท่านมีเวลาวันหนึ่ง ๒๔ ชั่วโมง ผมจะรอดูว่า สถานีโทรทัศน์แห่งนี้ที่อวดอ้างสรรพคุณมานักหนาท่านจะมีทีเด็ดอะไรบ้าง
ท่านประธานครับ ผมฝากคำแนะนำกับท่าน เมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) บอกว่าสถานีของเรามีผู้ติดตามทวิตเตอร์ (Twitter) ๒ ล้านกว่าคน น้องฌอนผมยัง ๓ ล้านกว่าคนเลย นี่คนเดียวนะ ฌอนนี่ไม่ได้ใช้เงิน ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่เสียหาย เขามีคนตามในทวิตเตอร์ (Twitter) ๓ ล้านกว่าคน นี่สถานีไทยพีบีเอส (Thai PBS) มี ๒ ล้านกว่าคน ในไลน์ (Line) ๓ ล้านกว่าคน เฟซบุ๊ก (Facebook) เท่านั้น เท่านี้ เปรียบเทียบกับ ๒,๓๐๐ ล้านบาทต่อปี ไหวหรือครับ ท่านลองไปคิดดูนะครับ
ประเด็นต่อมา เมื่อสักครู่นี้พี่นริศ ขำนุรักษ์ ของผมจากจังหวัดพัทลุง พูดชัดเจนครับ ท่านเป็นฝ่ายรัฐบาลเสียด้วยซ้ำยังบอกเลยบอกว่าปีที่แล้วเลือกตั้งโกงกระจาย แจกกันจนกระทั่งลืม ไปหมู่บ้านบอกเขาเพิ่งมาแจกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำอะไรล่ะครับ อย่างที่ท่านนริศพูด ท่านต้องลงไปแล้วก็จับให้มั่นคั้นให้ตาย ขออภัย หน้าที่สุนัขเฝ้าบ้านมันเป็นฉายา สมัยก่อนเขาบอกว่าอะไรรู้ไหม โจรกลัวตำรวจ ตำรวจกลัวนักข่าว นักข่าวกลัวโจร วนกันอยู่อย่างนี้ ตำรวจกลัวนักข่าว นักข่าวกลัวโจร โจรกลัวตำรวจ เดี๋ยวนี้ไม่มี มีตำรวจกับโจรอยู่ ๒ อย่าง เคลียร์กันรู้เรื่อง สมัยก่อนวงจรนี้ ต้องมีนักข่าวเข้าไปคอยขัดผลประโยชน์ คอยเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับบ้านนี้เมืองนี้ แม้จะทำได้เพียงเล็บเล็ก ๆ ก็ควรทำครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขออนุญาตลงไปที่รายละเอียดในรายงานนี้ ซึ่งมีหลายประเด็น หลายเรื่องที่ผมคาใจ แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การประเมินของบริษัทเอกชนที่เข้าไปประเมินท่าน หน้า ๓๐ การประเมินความพึงพอใจ ในบทบาทสื่อสาธารณะของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ช่องไทยพีบีเอส (Thai PBS) ผู้รับชม มากที่สุด ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ก็อย่างที่ผมบอก ๓,๐๐๐ ตัวอย่าง ท่านไปถามพวกท่านที่เขาดู ประจำ เหมือนแฟนคลับ (Fanclub) ช่อง ๓ เขาก็ดูช่อง ๓ ทุกวัน เขาก็ปลื้ม บางคนพอเปิด แล้วก็เปิดทิ้งไว้เลย
ประเด็นต่อมา ไล่เลียงไปที่หน้าอื่น ๆ รางวัลที่ท่านบอกด้านข่าวสารและรายการ อันนี้ยินดีด้วย ให้กำลังใจคนทำงานด้านสื่อ แต่ ๑ ปี ๑๒ เดือนท่านเอาแค่ ๓ รางวัลพอ ไตรมาสละเรื่องที่มันจับมั่นคั้นตาย แก้ไขสังคมได้ และเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ได้ ไม่จำเป็น ต้องเป็นเรื่องการเมือง ท่านบอกว่าท่านไม่มีสถานภาพบังคับ ไม่เป็นไร ก็รู้ ๆ กันอยู่ ต่อมา พอไปดูรายละเอียดในรายงานจะเห็นได้ว่ารายงาน หน้า ๑๒๗ ท่านบอกว่าผู้ที่เข้าไปประเมิน องค์กรนี้เขาบอกว่าจะต้องมีความจำเป็นในการปรับรูปแบบการนำเสนอให้สนุกมากขึ้น เขาบอกว่าใครที่นอนไม่หลับ อยากง่วง ให้ดูไทยพีบีเอส (Thai PBS) ตอน ๓-๔ ทุ่ม เหมือนยานอนหลับ นี่ผมไม่ได้พูดเองนะครับ ท่านเข้าไปที่เฟซบุ๊ก (Facebook) จิรายุ ห่วงทรัพย์ ตอนนี้มีแต่คนฝากคำถามมา เขาบอกว่าสถานีนี้ถ้าใครอยากง่วงนอนตอนดึก ๆ ให้เปิดไว้ มันจะเหมือนดูสารคดี จะเคลิ้ม ๆ ไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องไปนอนนับแกะ เดี๋ยวหลับ แต่มูลค่า ๒,๓๐๐ ล้านบาทต่อปี
ท่านประธานที่เคารพครับ หน้าเดียวกัน นี่ผมไม่ได้พูดเองเออเอง หน้า ๑๒๗ อย่างไรก็ตามการดำเนินงานในช่องทางออนไลน์ (Online) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) แม้จะมีการวิเคราะห์ตำแหน่งทางการตลาด แบรนด์โพซิชันนิง (Brand Positioning) แต่ยังขาดการวางแผนบริหารจัดการเนื้อหาในภาพรวมขององค์กร ทำให้รูปแบบนำเสนอ เนื้อหารายการมีความคล้ายคลึงกันหรือซ้ำซ้อนกันกับรายการที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์ อันนี้ ๓ ปีที่แล้วก็แบบนี้ ๒ ปีที่แล้วก็แบบนี้ ปีที่แล้วก็แบบนี้ แสดงว่าบอร์ด (Board) ชุดนี้ หรือกรรมการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่เคยได้พัฒนาเลยหรืออย่างไร บริษัทเอกชนที่เขาไปสอบท่านเขาถึงรายงานแบบนี้ ถ้าใช่บอกนะครับ ถ้าไม่ใช่ท่านแก้ตัว ให้ผมด้วย ท่านประธานที่เคารพ พอไปดูรายงานหลายหน้ามันมีความน่าสงสัยปานประหนึ่ง เหมือนมีการแต่งบัญชี ผมไม่อยากจะพูด เดี๋ยวคราวหน้าจะไปแก้ไขสิ่งที่ผมพูด ไม่เป็นไรครับ จดไว้ ท่านดูนะครับ ท่านเขียนว่าราคาที่ดิน ปี ๒๕๖๑ มูลค่าที่ดิน มีที่ดินสัก ๒๐๐ ตารางวา มันจะถูกประเมินทุกปี ราคาจะเพิ่มทุกปี ถ้าบริษัท ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ประเมินไว้ อย่างนี้บอกว่าราคาเพิ่มขึ้น ๔๐๐,๐๐๐ บาท ผมพูดไม่ผิดนะครับ คณะกรรมการ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ครับ หมายความว่าที่ดินที่ท่านอยู่ตรงริมถนน วิภาวดีรังสิต ท่านอยู่กันเพียงแค่ ๑ ไร่เท่านั้น ขึ้นมาตารางวาละ ๑,๐๐๐ บาท ถนนวิภาวดี รังสิต แถวสโมสรตำรวจ แถวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ แต่ท่านอยู่กัน ๑ ไร่หรือครับ ผมตีราคา ให้เลย ๑๐ ไร่ ท่านประเมินราคาที่ดินเพิ่มขึ้นมาตารางวาละ ๑๐๐ บาท ผมให้ ๑๐,๐๐๐ บาท เดี๋ยวผมซื้อพรุ่งนี้เลย ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ แต่งบัญชี บริษัทที่ แต่งบัญชีให้ท่านหรือจะไม่แต่งผมไม่รู้ แต่โดยพฤติกรรมของมนุษย์คนที่อยู่ใน กรุงเทพมหานครอย่างผมทั้งชีวิตนี่ถนนวิภาวดีรังสิต หรือสมัยเด็ก ๆ เขาเรียกถนน ซูเปอร์ไฮเวย์ (Superhighway) ผมว่าไม่น่าใช่ ท่านคณะกรรมการไปดูด้วยนะครับ แต่งบัญชี ไม่ดีครับ แต่ถ้าท่านไม่ได้แต่งไม่ว่ากันครับ
ประเด็นต่อมาครับ ไล่เลียงไปเรื่อย ๆ จะเห็นอะไรที่อยู่ในนี้เยอะแยะ มากมาย แต่สุดท้ายแล้วประเด็นที่ท่านกำลังจะบอกต่อสังคมนี้ก็คือว่าเงินมันคุ้มน่าจิรายุ ๒,๓๐๐ ล้านบาท และท่านก็มารายงานต่อรัฐสภาว่าคุ้มจริง ๆ นะจะบอกให้ ผมรายงาน กลับไปยังท่านเช่นเดียวกันครับ ปีนี้เป็นออเดิร์ฟ (Hors d’oeuvre) ผมไม่สนใจว่าหลังบ้าน ของท่าน สถานีท่านจะไปจ้างบริษัทเอกชนที่เขาร่ำลือกันว่าเป็นพรรคพวกของท่าน หลังบ้าน ของท่าน ราคาผลิตพี่น้องประชาชนอาจจะไม่ทราบ แต่พวกผมที่ทำงานสื่อสารมวลชน ทราบครับ รายการครึ่งชั่วโมงจ้างกัน ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ผลิตครั้งหนึ่งออกได้ ๕ สัปดาห์ รวยลืมบ้านเลขที่กันก็เยอะ ซึ่งผมก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีในไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพราะไปไล่เลียงหลากหลายบริษัทแล้วที่เกี่ยวข้องกับคนบางคนก็ยังอยู่ ก็ไม่ว่ากันครับ แต่กระบวนการการผลิตแล้วทำอย่างไรให้สังคมขับเคลื่อนไปได้ ให้เห็นเป็นรูปธรรม จับต้องได้ มันจะกลายเป็นธุรกิจแสวงหากำไรและเป็นธุรกิจแสวงหากำไรที่ไม่ต้องลงทุน เห็นใจเพื่อนสื่อมวลชนที่เขาอยู่กันข้างบน เห็นใจโทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) ที่เขาต้องประมูล กับรัฐ เห็นใจข้าราชการที่เขาต้องเกษียณอายุจากกรมประชาสัมพันธ์ จากสถานีโทรทัศน์ ของรัฐหลายช่อง และเห็นใจพี่น้องสื่อสารมวลชนที่สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวอีกแล้ว ทีวีช่องนั้น เลย์ออฟ (Layoff) คน สื่อมวลชนโทรทัศน์ช่องนี้ให้ออก ผมไม่กล้าถามท่านเรื่องโบนัส เดี๋ยวเพื่อนที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะบอกว่าจิรายุกำลังจะมีโบนัสสิ้นปีแล้วทะลึ่งมาพูด เดี๋ยวประธานใหญ่เขาบอกว่าไม่ให้มีโบนัส ถ้าทำดีจ่ายไปเถอะครับ แต่ผลของงาน ต้องออกมาให้เห็นชัดเจนครับ
ท่านประธานครับ โดยสรุปอย่างนี้นะครับ ฝากท่านไปตรวจสอบ
๑. เรื่องของผลของงานที่ท่านทำ ทำได้แบบที่เปลี่ยนแปลงสังคมได้มากน้อย ขนาดไหน แบบชัด ๆ ท่านไปจับทุจริตของรัฐ ซึ่งวันนี้ต้องช่วยกันไม่ใช่มาปล่อยหน้าที่ ฝ่ายค้านอย่างเดียว ไม่ไหวละครับ ท่านไปเปิดใต้พรมไหมว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ยุค คสช. จนถึง ปัจจุบันนี้มีอะไรบ้างที่ท่านได้ดำเนินการในฐานะที่ท่านบอกว่าไม่มีสถานภาพบังคับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องเงินฝาก ดูในรายละเอียดบัญชีเขามีเงินฝากปีที่แล้ว ๑,๓๖๐ ล้านบาท เป็นเงินฝากประจำ ปี ๒๕๖๒ มารายงานรัฐสภาองค์กรนี้มีเงินฝากทั้งหมด ๒,๔๖๐ ล้านบาท แม่เจ้า เพราะมันไม่ใช่รับเงินจากรัฐอย่างเดียว เขาหาเงินได้ด้วย ขายของ ที่ระลึกก็ได้ ค่าดิจิทัล (Digital) ค่าสัมปทาน ค่าจัดโน่นนี่นั่นก็ได้ เขาเรียกเงินหน้าระบบ ผมจึงฝากคณะกรรมการครับ ถ้าปีหน้าท่านมาผมจะชมท่านอย่างเดียว แล้วท่านแก้ไขในสิ่งที่ ผมอภิปรายไปเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อย่าให้ใครมาดูถูก ดูหมิ่น ดูแคลนท่านได้ว่า มีไว้ทำไม ท่านประธานครับ บ้างก็ว่าอยากให้เอาเงินไปทำบ้านยากไร้ บ้างก็ว่าทีวีช่องนี้ น่าจะอยู่คนละประเทศกับประเทศไทย คนทำสื่อเก่าอย่างผมเจ็บนะ เวลาทำรายการ โทรทัศน์อะไรก็แล้วแต่หรือทำอะไรก็แล้วแต่มีคนมาพูดอย่างนี้ มันเหมือนเราด้อยค่า ไร้น้ำยามาก ฝากคณะกรรมการด้วย คิดเสียว่าการพูดในรัฐสภาเป็นประโยชน์เพื่อนำไป ปรับปรุงแก้ไข อะไรที่ท่านทำแล้วมันเห็นชัด ๆ ท่านไม่ต้องบอก ๓๖๕ วัน เอาแค่ ๕ วัน ของประเทศนี้แล้วท่านเปลี่ยนแปลงสังคมได้ผมจะปรบมือให้ ขอขอบพระคุณครับ