วิลาสินี แจงบทบาทไทยพีบีเอส สร้างสื่อคุณภาพ-เปิดพื้นที่ทุกเสียง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓

วิลาสินี พิพิธกุล รายงานผลการดำเนินงานของไทยพีบีเอสในปี 2562 โดยเน้นบทบาทการให้ข้อมูลข่าวสารอย่างทันเหตุการณ์และมีจรรยาบรรณในช่วงวิกฤติต่าง ๆ เช่น โควิด-19 และเหตุกราดยิงโคราช พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากการสำรวจความพึงพอใจที่ร้อยละ 98 และการใช้สื่อมัลติมีเดียร่วมกับภาคีเครือข่ายเพื่อขยายผลสู่สาธารณะและนโยบาย ทั้งยังย้ำถึงความคุ้มค่าและคุณค่าของสื่อสาธารณะที่เข้าถึงประชาชนอย่างเท่าเทียม มีเนื้อหาคุณภาพครอบคลุมด้านสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดพื้นที่ให้ทุกเสียง และดำเนินงานด้วยความโปร่งใส โดยเฉพาะในบทบาทสำคัญช่วงวิกฤต พร้อมเสนอแผนสนับสนุนการเรียนรู้และการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผ่านช่องเอแอลทีวี

รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส.ส.ท. หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) ขอเสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ต่อที่ประชุมสภาค่ะ ซึ่งท่านสามารถดูวิดีโอคลิป (Video clip) ประกอบการนำเสนอ โดยการสแกนคิวอาร์โค้ด (Scan QR Code) ในแผ่นกระดาษที่วางไว้บนโต๊ะได้นะคะ

ดิฉันขอเริ่มต้นการนำเสนอผลงานปี ๒๕๖๒ ด้วยการเชื่อมโยงมาที่ สถานการณ์ในเวลานี้ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญผลกระทบจากการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้แสดงบทบาทที่โดดเด่นเหมือนเช่นทุกครั้งที่ประเทศ เผชิญวิกฤติ ด้วยการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ประชุมต้องการ ตรวจสอบเฟกนิวส์ (Fake news) ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนด้วยการให้สาระความรู้ กำลังใจ เชื่อมเครือข่าย ความช่วยเหลือ และชี้ให้เห็นผลกระทบ นับเป็นสื่อแรกที่เปิดประเด็นเรื่องฉากทัศน์ภายใต้ การทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุข ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ปรับผังรายการ เกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ และได้รองรับช่วงปิดเทอมยาว ๓ เดือนของเด็กและครู โดยทำ กลุ่มรายการสนุกเรียนและต่อยอดมาเป็นบริการใหม่ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) คือช่อง เอแอลทีวี (ALTV) ทีวีเรียนสนุกที่เริ่มทดลองออกอากาศไปเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งการที่ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) สามารถปรับตัวแสดงบทบาทได้รวดเร็วและกล้าสนองตอบ ความต้องการเข้าถึงข่าวสารและข้อมูลของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็น เป้าหมายของสื่อเชิงพาณิชย์นั้น เป็นเพราะไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีความเป็นอิสระ ทางด้านบรรณาธิการที่ยึดมั่นอยู่บนประโยชน์ของสาธารณะ ปราศจากแรงกดดันจาก กลุ่มทุนและการเมือง จึงทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะมีไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นที่พึ่ง ร่วมฝ่าวิกฤติกับประชาชน เช่นเดียวกับกรณีเหตุกราดยิงโคราชเมื่อต้นปีนี้ ซึ่งเป็นอีกกรณี หนึ่งที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้รับกระแสความชื่นชมยกให้เป็นอันดับหนึ่งของสื่อที่ รายงานข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็ว มีจรรยาบรรณและมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสูง สิ่งที่กล่าวไปนี้สะท้อนได้จากรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ที่มีผลประเมินความพึงพอใจ และบทบาทการเป็นสื่อสาธารณะของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่พบว่าร้อยละ ๙๘ ของ กลุ่มตัวอย่างเห็นว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำหน้าที่เป็นสื่อสาธารณะได้ดีแล้วโดยให้เหตุผล เรียงตามลำดับคะแนนคือ มีการรายงานข่าวอย่างเป็นกลางไม่บิดเบือนความจริง อยู่ในกรอบ จริยธรรม ทันเหตุการณ์ และเปิดโอกาสให้แก่ทุกเสียงของประชาชน โดยกลุ่มรายการข่าว สารคดี และวาไรตี (Variety) ครอบครัวเป็น ๓ กลุ่มที่ได้รับความพึงพอใจสูงสุด

ท่านประธานที่เคารพ ด้วยการยึดหลักการรายงานข่าวสารที่มุ่งเน้น การร่วมหาทางออกให้กับสังคมบนฐานของข้อมูลและปราศจากอคตินั้น จึงมีผลงานข่าว ที่สร้างความโดดเด่นในปี ๒๕๖๒ หลายเรื่องด้วยกัน เช่น การเกาะติดการขับเคลื่อนประเด็น สารเคมีทางการเกษตร ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นผู้จุดประเด็นเสนออย่างรอบด้าน และเสนอต่อเนื่องมากว่า ๓ ปี โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของ ประชาชน ได้มีการประเมินผลตอบแทนทางสังคมโดยศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่าในทุก ๆ ๑ บาทที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ลงทุนในการ ขับเคลื่อนประเด็นสารเคมีทางการเกษตรจะส่งผลตอบแทนต่อสังคมประมาณ ๘๑-๑๐๖ บาท ซึ่งถือว่าก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในระดับที่สูงมาก นอกจากนี้ยังมี ประเด็นที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำให้กลายเป็นวาระทางสังคมอีกหลายเรื่องด้วยกัน เช่น การติดตามนโยบายของพรรคการเมืองจากการเลือกตั้งทั่วไป โดยไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ทำงานร่วมกับภาคีต่าง ๆ ในนามของเครือข่ายส่งเสียงประชาชนให้ไปไกลกว่า การเลือกตั้งที่ มีการสกัด ๕ วาระหลักจากเวทีประชาชนทั่วประเทศมาทำหน้าที่ติดตามอยู่ จนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นการเร่งแก้ปัญหาฝุ่นคลุมเมือง ภัยแล้ง ภัยพิบัติภาคใต้ วิกฤติแม่น้ำโขง ลักลอบทิ้งขยะพิษ เส้นทางยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งในทุกประเด็นเหล่านี้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เน้นทำงานกับภาคีทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าปัญหาของ ชาวบ้านในพื้นที่จะได้รับการใส่ใจ ตรวจสอบ วิเคราะห์และย่อยเป็นข้อมูล เพื่อนำเสนอต่อ ภาคนโยบายและต่อการรับรู้ของสาธารณะ โดยไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใช้ทุกรูปแบบ และช่องทางการสื่อสาร เพื่อให้เรื่องสำคัญเหล่านี้ไปถึงคนทุกกลุ่มที่มีความสนใจรับรู้ข่าวสาร สาระที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการรายงานข่าวแบบวิเคราะห์เจาะลึกในช่องไทยพีบีเอส ทีวี (Thai PBS TV) หมายเลข ๓ ซึ่งผู้ชมกลุ่มใหญ่จะเป็นกลุ่มคนอายุ ๔๐ปีขึ้นไป หรือการผลิตในรูปแบบข่าว สรุปย่อและวิดีโอคลิป (Video clip) ในสื่อไทยพีบีเอส ออนไลน์ (Thai PBS Online) ผลิตเป็นสื่อเสียงในพอดแคสต์ (Podcast) รวมถึงการใช้แอปพลิเคชันซีไซต์ (Application C-Site) เพื่อชวนคนรุ่นใหม่มาปักหมุดจุดประเด็นให้เกิดการระดมข้อมูลร่วมจากภาคพลเมือง เป็นต้น การมุ่งขยายงานด้วยมัลติมีเดียแพลตฟอร์ม (Multimedia Platform) และ ทรานส์มีเดีย (Transmedia) อย่างเต็มรูปแบบในปี ๒๕๖๒ ทำให้ผู้รับสื่อที่มีความแยกย่อย หลากหลายเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้มากขึ้น โดยเฉพาะ คนในกลุ่มวัย ๒๔-๓๕ ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของผู้ใช้บริการ โดยเว็บไซต์ (Website) ไทยทีบีเอส (Thai PBS) มียอดสมาชิก ๑๑.๙ ล้านยูไอพี (UIP) ทวิตเตอร์ (Twitter) มีผู้ติดตาม ๒.๘ ล้านคน ไลน์แอปพลิเคชัน (Line Application) ที่ ๕ ล้านคน และซีไซต์ (C-Site) มีผู้ใช้งานแล้วถึง ๓.๘ แสนคน เป็นต้น

ท่านประธานที่เคารพ ดังนั้นการจะพิจารณาเพิ่มความคุ้มค่าของไทยพีบีเอส (Thai PBS) จึงต้องพิจารณาจากสถานะของความเป็นสื่อสาธารณะที่มีหน้าที่หลายด้าน และต้องเข้าถึงประชาชนหลากหลายกลุ่ม มิใช่เพียงการพิจารณาการเข้าถึงในเชิงปริมาณ แต่เป็นการเข้าถึงในเชิงสาระ คุณค่า ประโยชน์ และโอกาสในการเป็นพื้นที่กลางสำหรับ ทุกเสียงโดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง รวมถึงการพิจารณาความทั่วถึงด้วยการให้บริการ สัญญาณทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่ขณะนี้ครอบคลุมแล้วถึงร้อยละ ๙๕.๗ ของครัวเรือน และการให้บริการกับกลุ่มผู้พิการทางการได้ยินและการมองเห็น เช่น คำบรรยายแทนเสียง เสียงบรรยายภาพ ล่ามภาษามือที่ทำได้เฉลี่ยวันละ ๓ ชั่วโมงเศษ รวมถึงการให้บริการบิ๊กไซน์ (Big sign) หรือภาษามือที่ดูได้เต็มจอในมือถือ และไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นเพียง สื่อเดียวที่ให้บริการไลฟ์แคปชันนิง (Live captioning) ในการถ่ายทอดงานพระราชพิธีสำคัญ ต่าง ๆ ความคุ้มค่ายังพิจารณาได้จากความทั่วถึงของเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมมิติคุณค่า ความเป็นมนุษย์ของคนทุกกลุ่ม ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้ลงทุนสร้างสรรค์งานที่มีคุณค่า ทางวัฒนธรรมและสร้างเสริมภูมิปัญญาไทยหลายโครงการด้วยกัน เช่น ละคร อิงประวัติศาสตร์ ปลายจวักที่ว่าด้วยพหุวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตและสืบทอด ความคิดของผู้คน สารคดีชุดเธอเขาเราใคร ที่ชวนคนไทยกลับไปค้นหาที่มา เพื่อจะยืนยันว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่เคารพความหลากหลาย สารคดีชุดไตรปิฎกคำสอนมีชีวิต สารคดี รณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะ ชุด ๓๖๖ วันเพื่อเจ้าพระยา และชุดสะอาดบุรี รวมทั้งซีรีส์ (Series) ที่มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนอีกหลายเรื่อง งานสร้างสรรค์ เหล่านี้ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ชมที่ดูผ่านช่องทางต่าง ๆ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่า เป็นรายการที่มีต้นแบบสมกับความเป็นสื่อสาธารณะคือผลิตอย่างมีคุณภาพสูงทัดเทียม มาตรฐานสื่อสากล มีเนื้อหาสาระที่มีคุณค่านำไปใช้ประโยชน์ได้และน่าภาคภูมิใจ

ทั้งนี้ผลการประเมินโดยหน่วยงานวิชาการภายนอกได้ข้อสรุปว่า ความน่าเชื่อถือ ความเป็นธรรม ความกล้าหาญ เป็นที่พึ่งได้ของประชาชน และการมี เนื้อหาสาระที่หลากหลาย เป็นคุณค่าสูงสุดและเป็นภาพลักษณ์ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ประชาชนนึกถึงและเชื่อมั่น ควบคู่ไปกับการยอมรับในบทบาทและคุณค่าของการเป็นสื่อที่ สร้างเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของสังคม และคุณค่าเรื่องการเปิดพื้นที่ระดมความร่วมมือ ทางปัญญาให้แก่ภาคพลเมือง รวมทั้งยังมีผลประเมินจากการชี้วัดด้วยเครื่องมือแบบควอลิตี เรตติง (Quality Rating) อีกหลายด้านด้วยกัน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ยังมีพันธกิจ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปแบบของการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน มีส่วนร่วมฝึกอบรมตลอดทั้งปี รวมถึงการสร้างนักข่าวพลเมืองกว่า ๒,๐๐๐ คน และการจัด กระบวนการรับฟังโดยสภาผู้ชม ผู้ฟัง ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนและกลุ่มประเด็นต่าง ๆ จากทั่วประเทศ

สำหรับงบดำเนินการจำนวน ๒,๓๒๑ ล้านบาท ได้ใช้เพื่อผลิตข่าวและรายการ ๑,๓๘๐ ล้านบาท คิดเป็น ๕๙ เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น บริการโครงข่ายสัญญาณ ออกอากาศ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ค่าพัฒนาเทคโนโลยี และค่าส่งเสริมการมีส่วนร่วม ก็เป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เหลือนะคะ

ก่อนจบการนำเสนอดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกสภาทุกท่านว่า ในปีนี้และต่อเนื่องถึงปีหน้าด้วยตัวเร่งสถานการณ์ปัญหาของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ความเหลื่อมล้ำและปัญหาสังคมยิ่งมากขึ้นนั้น บทบาทของสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระจากทุน และการเมืองยิ่งมีความจำเป็นอย่างสูง ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้เตรียมพร้อมมุ่งวาง บทบาทเพื่อเป็นสื่อที่ร่วมแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่กำลัง เผชิญภาวะเปราะบางมากที่สุด และจะทำบทบาทผ่านช่องทีวีเอแอลทีวี (ALTV) ซึ่งเป็น บริการใหม่ที่จะมุ่งสร้างสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก ครู ครอบครัว และชุมชน เพราะนี่คือ ความรับผิดชอบที่ประชาชนได้มอบความไว้วางใจและความเชื่อถือให้แก่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในฐานะสื่อสาธารณะ จะร่วมกันประคับประคองสังคมให้ก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้ ขอบพระคุณค่ะ