เกียรติ ตั้งข้อสังเกตรายงานอีอีซี ชี้ไม่สะท้อนผลกระทบโควิด-19 ขาดความโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๓

เกียรติ สิทธีอมร ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ครบถ้วนของรายงานประจำปี 2562 ของอีอีซีที่ยังไม่สะท้อนผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงความไม่สอดคล้องระหว่างข้อมูลการลงทุนกับงบประมาณจริง และผลสัมฤทธิ์ที่รายงานกับข้อมูลในสนามจริง พร้อมเรียกร้องให้มีการปรับปรุงรายงานให้สะท้อนความเป็นจริงอย่างโปร่งใส มีความน่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ รวมถึงทบทวนกระบวนการจัดทำรายงาน การเข้าถึงช่องทางร้องเรียนของประชาชน และความสอดคล้องของกฎหมายอีอีซีกับกติการะหว่างประเทศ โดยเฉพาะด้านผังเมือง สิ่งแวดล้อม และการเวนคืน เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการลงทุนและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่อง ของรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของอีอีซี (EEC) ถ้าดูในเนื้อหา ดูในรูปเล่มต้องถือว่า เป็นรายงานที่ดีมากถ้าเป็นเพียงโบรชัวร์ (Brochure) ในการโฆษณาว่าอีอีซี (EEC) จะทำ อะไรบ้าง แต่ถ้าบอกว่าเป็นรายงานที่จะมายื่นต่อ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่ายังต้อง ปรับปรุงอีกมาก ผมกังวลใจอย่างนี้ครับ นี่เป็นครั้งที่ ๒ หรือครั้งที่ ๓ ที่ผมอภิปรายเรื่องอีอีซี (EEC) แล้วผมก็ตั้งคำถามไปหลายครั้ง แล้วในที่สุด เพราะระบบของเรานี้ก็คือว่าตั้งคำถาม ไปเรื่อย ๆ ตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ ตั้งคำถามไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็ตอบม้วนเดียว ครบบ้าง ไม่ครบบ้าง แล้วก็ถ้าเวลาจำกัดก็ไม่สามารถซักกลับไปได้ หลายสิ่งที่ผมถามคราวที่แล้ว ผมยังไม่ได้รับคำตอบ แต่ผมจะทวนอีกครั้งนะครับเรื่องที่สำคัญ ๆ ขอคำตอบจริง ๆ ครับ กระบวนการของเราเองมันยังไม่ค่อยเอื้อเท่าไร

ประการแรก ที่ผมอยากจะสอบถามเอาชัด ๆ รายงานนี้เท่าที่ผมดูไม่ได้ มีการปรับปรุงหลังจากที่มีผลกระทบของโควิด (COVID) เปลี่ยนเยอะนะครับ โลกเปลี่ยน เยอะ การลงทุน การย้ายฐานการผลิต การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิต เปลี่ยนเยอะมาก เลยครับ ตรงนี้ผมยังไม่เห็นในรายงานฉบับนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นผลเกิดจากไวรัส โควิด (COVID)

ประการที่ ๒ ผมยกตัวอย่างให้ท่านเห็นนะครับ ในรายงานหน้า ๒๐ ท่านพูดถึงการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ๑.๗ ล้านล้านบาทที่บอกว่าจะทำใน ๕ ปี แค่นี้ถ้าไปดูงบประมาณในปีนี้ ดูงบประมาณใน พ.ร.ก. ๓ ฉบับ ไม่ตรงนะครับ ในเมื่อ สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงมันยังไม่ตรง แต่ท่านอาจจะบอกผมว่าในที่สุดเราจะไปโหมลงทุน เยอะ ๆ ในปีที่ ๓ ปีที่ ๔ ปีที่ ๕ ท่านก็พูดได้ครับ แต่ถ้าผมเป็นนักลงทุนผมจะไม่ไว้วางใจ ถ้าผมเห็นสิ่งที่อยู่ในรายงานเป็นตัวเลขการลงทุนซึ่งเยอะมาก แต่ในงบประมาณจริง ๆ ของประเทศไม่ได้สะท้อนครับ ไม่ได้สอดคล้อง ตรงนี้มันจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นรายงาน ของท่านมันมีผลนะครับ ความน่าเชื่อถือของประเทศ ของอีอีซี (EEC) ของการพัฒนา ของโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นมันต้องมีความน่าเชื่อถือครับ ในการนำเสนอรายงาน เช่นนี้มันก็จะมีจุดที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดถึง แล้วก็เป็นกังวล ผมกำลังจะติงว่าสิ่งที่ท่าน จะเขียนลงไปรายงานต้องเป็นความจริง ต้องเกิดขึ้นจริงได้ เพราะไม่อย่างนั้นท่านจะขาด ความน่าเชื่อถือ ผมยกตัวอย่างนะครับ เรื่องที่ท่าน ส.ส. บัญญัติได้พูดไปเมื่อกี้ ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน ผมว่ามันน่าเศร้ามากเลย มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในยุคนี้ สมัยนี้อีกต่อไป แล้วมันสะท้อนให้เห็นว่ามันเป็นชีวิตจริงในพื้นที่คือหนังคนละม้วนกับที่เขียนในรายงาน อันนี้ ท่านต้องชี้แจง เกิดอะไรขึ้นกับกระบวนการที่คนที่เป็นตัวแทนประชาชนหรือประชาชนเอง ที่เดือดร้อนจะไปยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานรัฐ ต่อคณะกรรมการของภาครัฐ แล้วทำไม เข้าไม่ได้ ทำไมเข้าไม่ถึง ทำไมมีอุปสรรคมากมาย สิ่งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทยเลย นะครับไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใด สิ่งที่ท่านบัญญัติพูดน่าจะเป็นเรื่องที่เศร้าที่สุดของสภาแห่งนี้ ที่เกิดขึ้นในปีนี้ก็ว่าได้ ขอคำอธิบายชัด ๆ นะครับ

ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะตั้งคำถามท่าน บังเอิญในหน้า ๙๑ ผมโยงกับ รายงานท่านทั้งหมดเลยนะครับ หน้า ๙๑ ท่านเขียนไว้ อันนี้เป็นเอกสารของท่านเอง ผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญจากการดำเนินการ ผมก็ต้องแปลภาษาไทยง่าย ๆ ตรง ๆ ก็ต้องเป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นแล้วใช่ไหม จากสิ่งที่ท่านดำเนินการไปใช่ไหมครับ ในปีที่ผ่านมาใช่ไหมครับ ท่านเปิด หน้าต่อไปเลยครับ ไปจนถึงจบหน้า ๑๓๕ มันเป็นเป้าหมายทั้งสิ้นเลยครับ มันไม่ใช่ ผลสัมฤทธิ์ที่ท่านจะควรรายงานในเอกสารฉบับนี้ครับ ท่านยังบอกเลยครับการลงทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ลงจริงหรือเปล่าครับ ท่านบอกสร้างงานใหม่ ๑๐๐,๐๐๐ อัตรา ต่อปี ใช่หรือเปล่าครับ ท่านบอกว่าจีดีพี (GDP) จะเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒ ต่อปีและลดการเหลื่อมล้ำด้วย หน้าต่อจาก ผลสัมฤทธิ์ ตรงนี้ผมกังวลอย่างยิ่งเวลาที่เราเขียนรายงานใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เป็นทางการเช่นนี้ แล้วมันไม่สะท้อนกับความจริง ไม่ตรงกับความจริง อันนี้เป็นผลเสียนะครับ ผมอยากให้ท่าน ช่วยทบทวนจริง ๆ เถอะ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแต่ว่า ทำรายงานให้จบตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในกฎหมาย แล้วมาทนฟังสักนิดหนึ่ง บ่นให้ฟัง สัก ๔-๕ คน แล้วท่านบอกว่าอันไหนตอบไม่ได้ท่านก็รับไว้ แล้วท่านก็หายไปรออีก ๑ ปี กลับมา ผมว่ากระบวนการอันนี้ถ้าเราปรับปรุงได้จะเป็นประโยชน์มากขึ้นสำหรับ การดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ

ประการที่ ๔ อันนี้เป็นเรื่องที่ผมถามท่านคราวที่แล้ว และผมก็ไม่ได้รับ คำตอบ ผมก็ต้องถามอีกนะครับ ผมต้องโยงไปเรื่องโครงสร้างทางกฎหมายของการจัดตั้งอีอีซี (EEC) กฎหมายในการรองรับการทำงานของกรรมการอีอีซี (EEC) ซึ่งที่ผ่านมามีคำสั่ง คสช. วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๐ และต่อมามีเป็นพระราชบัญญัติ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ คราวที่แล้วผมตั้งคำถามว่าท่านได้ตรวจสอบดีแล้วหรือยังว่าโครงสร้างตามกฎหมายเหล่านี้ ถูกต้องหรือไม่ สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศหรือไม่ ผมยังไม่เคยได้รับคำตอบนะครับ ผมชี้ให้ท่านเห็นเลยแล้วกันนะครับ มาตรา ๑๑ หน้าที่และอำนาจของกรรมการ เขียนไว้ ชัดเจนเลย นอกจากจะมีจาก ๑๔ กระทรวงแล้วนี่รัฐมนตรีทั้งนั้นเลยครับ มติมีผลผูกพัน ทุกกระทรวงนะครับ แล้วใน (๓) โครงการใดหรือสิ่งใดที่มีการเห็นชอบไปแล้ว เช่นผังการใช้ ประโยชน์ที่ดินซึ่งอยู่ในรายงานของท่านหน้า ๓๘ มีผลผูกพันหมด แล้วเมื่อมีมติเห็นชอบแล้ว นำเข้า ครม. แล้วถ้า ครม. ไม่ท้วงติงไม่ทักท้วง ถือว่า ครม. อนุมัติเลย ซึ่งอันนี้รวมถึงอำนาจ ในการเข้าไปกำกับดูแลผังเมือง สิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งปกติมีกฎหมายปกติ กฎหมายทั่วไปเฉพาะเรื่องกำกับดูแลอยู่แล้ว คำถามนะครับ โครงสร้างกฎหมายเช่นนี้ สอดคล้องกับข้อกำหนดหรือข้อตกลงที่ไทยเป็นภาคีอยู่ระหว่างประเทศหรือไม่ ผมถามนี่เป็น ครั้งที่ ๓ นะครับ ในฐานะคนไทยคนหนึ่งผมจะไม่พูดว่าขัดนะครับ เพราะผมต้องการปกป้อง ประเทศไทยและปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย แต่ท่านต้องตอบว่ามันขัดกับข้อตกลง ระหว่างประเทศเราข้อใดหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องผังเมือง ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ในเรื่อง อำนาจการเวนคืน ในเรื่องการทำอีไอเอ (EIA) ในกรณีที่มีความจำเป็น ในการกำหนด แผนสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญของพื้นที่ทั้งหมด เรื่องเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ผมต้องการความชัดเจนขอความกรุณาเถอะครับ เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านก็บอกท่านรับไว้ แล้วท่านก็หายไปอีก ๑ ปี แล้วผมก็ไม่เคยได้รับคำตอบครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านถูกต้อง กฎหมายลักษณะนี้ถูกต้องกับกติการะหว่างประเทศหมด ท่านยกมาให้ผมดูนิดหนึ่ง ได้ไหมว่าข้อบทใด ข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับไหนที่ให้ประเทศไทยสามารถออกกฎหมาย ในลักษณะนี้ได้ ผลเสียที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ สมมติผมแค่ยกตัวอย่าง ถ้ามีประเทศใด ประเทศหนึ่งเขาท้าทายประเทศไทยบอกว่ากฎหมายที่เราใช้ไม่ถูกต้อง จะเกิดอะไรขึ้น ที่ท่าน ไปเชิญชวนนักลงทุนมาลงทุนแล้วผลิตสินค้าต่าง ๆ จากพื้นที่อีอีซี (EEC) ทั้งหมด ประเทศ สมาชิกขององค์กรระหว่างประเทศ เช่นองค์การการค้าโลกสามารถที่จะไม่รับท่านได้เลย ไม่รับซื้อสินค้าได้เลยถ้ามันผิด ท่านต้องพูดด้วยความมั่นใจว่าท่านผิดหรือไม่ผิดในการที่ใช้ โครงสร้างของกฎหมายมากกว่าการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ โครงสร้างกฎหมายของท่าน มันดูเหมือนเป็นเขตปกครองพิเศษ การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ผิดนะครับ ทำได้นะครับ แต่การให้อำนาจในภาค การปกครอง ถามท่านจริงๆ เถอะครับท่านไปศึกษาเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภายใต้องค์การ การค้าโลกมาดีแล้วหรือยัง ขอคำตอบนะครับ ผมก็มีคำถามเบื้องต้นและข้อห่วงใย แล้วผม อยากเห็นจริง ๆ นะครับว่าปีหน้าเนื้อหาของรายงานต้องสมบูรณ์มากกว่านี้ แล้วผลสัมฤทธิ์ ที่สะท้อนงบประมาณที่ลงไปในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการใดก็แล้วแต่ต้องมีการนำโยง ความสำเร็จของโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริงจากงบประมาณที่ลงไปจริง และแผนการ ที่เปรียบเทียบกับแผนเดิมที่ท่านเคยโฆษณาประชาสัมพันธ์ไว้ ขอบพระคุณครับ