สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ หารือความคืบหน้าโครงการอีอีซี โดยเฉพาะการลงนามในสัญญาโครงการสำคัญทั้งท่าเรือมาบตาพุด ระยะ 3 รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และสนามบินอู่ตะเภา พร้อมเน้นย้ำความก้าวหน้าในการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษและเขตอุตสาหกรรมเป้าหมาย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและนวัตกรรมเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเรียกร้องให้มีการพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 กลุ่ม และเร่งดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการขยะ น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันการมีส่วนร่วมของประชาชนและบูรณาการงานกับทุกภาคส่วนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ผมเองขออนุญาต ที่จะกราบเรียนถึงรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของการดำเนินการอีอีซี (EEC) ซึ่งโครงการนี้ เป็นโครงการที่ผมเองได้ติดตามมาตลอด ได้มีโอกาสอภิปรายในสภาแห่งนี้ ถือว่าเป็น โครงการที่มีความสำคัญของประเทศในการที่จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่ เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งอยากจะกราบเรียนว่าในรายงานฉบับนี้มีหัวข้อสำคัญค่อนข้างเยอะมาก แล้วผมถือว่าเป็นรายงานที่ทำได้ดี ต้องชื่นชมทางฝ่ายเลขานุการและคณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นที่ผมเองจะขออนุญาตกราบเรียนความจริงมีหลายประเด็น แต่ประเด็นที่สำคัญ ๆ ที่แสดงถึงความก้าวหน้าของการทำงานในส่วนของสำนักงานอีอีซี (EEC) ผมถือว่าเป็นก้าวหนึ่ง ที่ได้มีการเริ่มต้นจากพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งได้มีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๑ หมายความว่ารายงานฉบับนี้เป็นรายงานปี ๒๕๖๒ ซึ่งได้ ดำเนินงานมาประมาณ ๑ ปีเศษ อยากเรียนว่าความคืบหน้าในการดำเนินงานของอีอีซี (EEC) ที่ระบุไว้ในรายงานฉบับนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการลงนามในสัญญา ปี ๒๕๖๒ ๒ สัญญาด้วยกัน ก็คือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับ ท่าเรือ อุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะ ๓ ซึ่งได้ลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ แล้วก็จะเปิดให้ดำเนินการในปี ๒๕๖๘ ในส่วนสัญญาที่ ๒ ก็คือรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ได้ทำสัญญา เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ แล้วก็มีการคาดการณ์ว่า จะดำเนินการในปี ๒๕๖๗ ใน ๒ โครงการนี้เป็นโครงการที่เริ่มต้น ผมเข้าใจดีกว่าจะได้ แต่ละโครงการต้องใช้เวลา เป็นความตั้งใจและเป็นความพยายามของทางรัฐบาลกับทางฝ่าย เลขานุการอีอีซี (EEC) อย่างน้อยที่สุด ๒ โครงการนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงความก้าวหน้า เป็นสิ่งหนึ่งที่จะบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในต่างประเทศ และนอกจากนี้พวกเราเอง คงได้รับทราบแล้วว่า เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาเราได้มีการลงนามในสัญญา ไปอีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการสนามบินอู่ตะเภา แล้วก็เมืองการบินภาคตะวันออก ถือว่า ๓ โครงการนี้เป็นโครงการหลัก ๆ ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ผมคิดว่าโครงการเหล่านี้จะเป็น โครงการหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า และขณะนี้ถึงแม้จะมี ๖-๗ โครงการใหญ่ ๆ แต่ว่า ๓ โครงการนี้ก็เป็นโครงการที่มีความสำคัญในอันดับต้น ๆ ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา เราก็ได้มีการลงนามในสัญญาไปอีกโครงการหนึ่งก็คือโครงการสนามบิน อู่ตะเภา แล้วก็เมืองการบินภาคตะวันออก ก็ถือว่า ๓ โครงการนี้เป็นโครงการหลัก ๆ ที่มี ความสำคัญอย่างยิ่ง ผมคิดว่าโครงการเหล่านี้จะเป็นโครงการหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ ในอนาคตข้างหน้า และขณะนี้ถึงแม้จะมี ๖-๗ โครงการใหญ่ ๆ แต่ว่า ๓ โครงการนี้ก็เป็น โครงการที่มีความสำคัญในอันดับต้น ๆ
ในประการที่ ๒ ผมอยากกราบเรียนว่าในส่วนที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การกำหนดจัดตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรม เพราะว่าจุดเหล่านี้จะเป็นจุดสำคัญต่อการเตรียม ความพร้อมในการที่จะให้นักลงทุนมาลงทุน ดังนั้นรายงานฉบับนี้จึงเป็นรายงานที่บ่งบอกถึง ความก้าวหน้าในเรื่องของการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อกิจการพิเศษทั้ง ๕ แห่ง แล้วก็เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมาย ๒๑ เขตได้ดำเนินการไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากเรียนว่าในโครงการจัดตั้งเขตจะเตรียมความพร้อมต่อในเรื่องของ การส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก การส่งเสริมนวัตกรรมดิจิทัล (Digital) การบิน ส่งเสริมรถไฟความเร็วสูง แล้วก็ส่งเสริมศูนย์นวัตกรรมการแพทย์ครบวงจร ซึ่งเป็นการเตรียม ความพร้อมเกือบทุกด้าน ในขณะเดียวกันอยากจะเรียนว่าอุตสาหกรรมการเตรียมความพร้อม ในเรื่องของเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมาย ๒๑ เขต ได้ดำเนินการไปแล้ว เป็นที่น่าดีใจว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีนักลงทุนให้ความสนใจมา เช่าพื้นที่แล้วในจำนวน ๔๔,๗๒๖ ไร่ จากจำนวนพื้นที่ที่ขายหรือให้เช่า ๖๔,๔๘๗ ไร่ ซึ่งคิดเป็น จำนวนถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน โครงการนี้เป็นโครงการหนึ่งที่ผมถือว่าเป็นความสนใจของ นักลงทุนที่จะเข้ามาดำเนินการ ก็เป็นอีกก้าวหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งก็เรียนว่าได้มีการจัดทำแผนผังการพัฒนาอีอีซี (EEC) ซึ่งเป็นผัง การใช้ประโยชน์ แล้วก็เป็นแผนผังในการพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุน เรียนว่าในเรื่องของ แผนผังนี้ได้มีการบังคับใช้ตามแผน เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ เป็นแผนที่รองรับ ในระยะเวลาอันยาวไกล ได้มีการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ จังหวัด ไม่น้อยกว่า ๔๐ ครั้งใน ๓๐ อำเภอ ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่โปร่งใส ทำให้พี่น้องประชาชน เข้ามามีส่วนร่วม อย่างน้อยที่สุดอยากจะเรียนว่าในโครงการเหล่านี้จะเป็นโครงการที่มี การเน้นย้ำในเรื่องของการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเองเคยทราบแนวคิด ของอีอีซี (EEC) ว่าแนวคิดอีอีซี (EEC) จะพยายามใช้พื้นที่เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเก็บพื้นที่ป่า พื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรให้คงไว้ตามที่ได้ ตั้งเป้าหมายเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เก็บน้ำ แหล่งน้ำ พื้นที่การเกษตร พื้นที่จะมี การเปลี่ยนแปลงจริง ๆ เพียง ๘.๒๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ส่วนใหญ่แล้วโครงการอีอีซี (EEC) ยังคงที่จะใช้นโยบายเดิมในการที่จะเก็บพื้นที่ ใช้พื้นที่เดิม ๙๑.๗ เปอร์เซ็นต์อยู่ อย่างน้อยที่สุด โครงการที่มีความเปลี่ยนแปลงจะมีส่วนเน้นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของแม่น้ำลำคลองเป็นอย่างดี ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ทางอีอีซี (EEC) เองก็มีความจำเป็น ที่จะต้องดำเนินการต่อไป
อย่างไรก็ตามผมเรียนว่าการชักจูงนักลงทุนเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญ ถ้าไม่มี นักลงทุนผมคิดว่าโครงการนี้อาจจะประสบความสำเร็จไม่ได้ ในรายงานฉบับนี้ได้มีข้อมูลถึง บีโอไอ (BOI) ว่ามีคำขอการส่งเสริมการลงทุนของอีอีซี (EEC) ถึง ๕๗๓,๖๗๒ ล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายถึง ๔๗๘,๕๘๕ ล้านบาท เป้าหมายเหล่านี้จึงเป็นเป้าหมายตัวหนึ่ง ที่ผมคิดว่าจะเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง อันนี้ก็คือส่วนหนึ่งในเรื่องของการลงทุน
ส่วนที่มีการพูดกันว่าโครงการอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง ๑๒ อย่างนี้จะมีการ เตรียมการรองรับในเรื่องของการพัฒนาบุคลากรอย่างไร ตรงนี้ผมอยากเรียนว่า แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะบ่งบอกถึงการเตรียมความพร้อมต่อการที่จะมีการสร้างบุคลากร ที่คาดหมายไว้ว่าในอนาคตจะมีบุคลากรที่มีทักษะถึง ๔๗๐,๐๐๐ คนก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นการบ้านสำคัญของอีอีซี (EEC) จะต้องเข้าไปดูว่าวันนี้เราได้มีการ ร่วมกันกับภาคเอกชนจากสถาบันการศึกษาได้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรไปแล้วแค่ไหน อย่างไร ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขหนึ่งที่ผมเองมีความสนใจที่อยากจะรู้ด้วยว่ามันเป็นอย่างไร
กราบเรียนอีกประการหนึ่งว่าในโครงการนี้เป็นโครงการที่นอกเหนือจากเป็น อุตสาหกรรมสะอาด ยังเป็นอุตสาหกรรมที่จะต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน ผมมีโอกาสได้ดูว่าโครงการอีอีซี (EEC) จะให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อมหลายเรื่องอย่างไร อย่างเช่นในเรื่องของปัญหาขยะ ปัญหาในเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหาในเรื่องของน้ำที่จะเตรียมความพร้อมอย่างไร ผมเองคงจะมีเวลาไม่เยอะ แต่ขอใช้ เวลาประมาณ ๑๐ นาที อยากจะเรียนว่าในส่วนของขยะมูลฝอยในรายงานฉบับนี้ได้พูดถึง โครงการกำจัดขยะอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างในเรื่องของประสิทธิภาพ ที่มีความยั่งยืน แล้วก็เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะด้วย อย่างน้อยที่สุดในเรื่องของ การดำเนินงานได้มีการดำเนินการแล้วที่จังหวัดระยองเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งจากการติดตาม ผมคิดว่ามีผลสำเร็จค่อนข้างสูง นอกเหนือจากนี้ในโครงการที่ทางอีอีซี (EEC) ได้ตั้งเป้าหมายที่จะกำจัดขยะ แล้วก็ผลิตไฟฟ้า ทั้ง ๖ แห่งในปี ๒๕๖๕ ที่วางพื้นฐาน วางแนวทางเอาไว้ ตรงนี้บางคนอาจจะบอกว่า งบประมาณที่จะทำรัฐบาลมีหรือไม่ ผมเรียนว่าจากรายงานฉบับนี้แม้ว่าจะมีการลงทุนถึง ๒๘,๒๐๐ ล้านบาทก็ตาม แต่การลงทุนนั้นเป็นการลงทุนภาคเอกชนค่อนข้างเยอะมาก โดยอยากเรียนว่าภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยในการลงทุนจำนวนค่อนข้างเยอะ รัฐบาลเอง ก็จะรับภาระในส่วนนี้น้อยลง ในส่วนของสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ผมคิดว่าเป็นแนวทางหนึ่ง ที่ผมเองคงไม่ลงรายละเอียดเยอะ แต่ผมเองมีความหวังอย่างยิ่งว่าในเรื่องปัญหาขยะ ในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อมทั้งหลายเหล่านี้ผมอยากให้ทางอีอีซี (EEC) ได้เตรียมแผนงานที่ทำเอาไว้ อยากให้มีการเริ่มต้นที่รวดเร็ว แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าโครงการใดที่เป็นโครงการพีพีพี (PPP) ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาครัฐและภาคเอกชนผมอยากให้มีความรีบเร่ง ส่วนในโครงการ ที่เป็นภาครัฐต้องดำเนินการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ผมอยากกราบเรียนว่าโครงการ เหล่านี้เป็นโครงการหนึ่งที่อีอีซี (EEC) ควรจะมีการบูรณาการกับกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหลายลงมาดำเนินการ ผมเรียนว่าในงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ที่ผมได้มีโอกาสดูโครงการ อีอีซี (EEC) มีการมุ่งเน้นไปในหลายพื้นที่ อาจจะไม่ครบใน ๓ พื้นที่ ใน ๓ จังหวัด แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองหวังว่าในโครงการเหล่านี้จะมีการบูรณาการ แล้วก็สามารถนำงบประมาณในส่วนอื่น ๆ มาดำเนินการให้เกิดความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมอยากเรียนในประเด็นที่ เกี่ยวข้องกับปัญหาเรื่องทรัพยากรน้ำ เป็นเรื่องที่สำคัญครับ